เสียงปรบมือในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมา แต่สำหรับฉันแล้ว... มันเป็นเพียงเสียงรบกวนไร้สาระที่น่ารำคาญใจที่สุดในชีวิต
ดวงตาของฉันเบิกกว้าง หันไปมองจิ่งหานที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... มันไม่มีความรักเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาที่น่าขนลุก!
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งแผ่ซ่านราวกับมีใครเอาน้ำแข็งมาสาดใส่กลางวงล้อมของบรรดาแขกเหรื่อผู้ดีไฮโซที่กำลังสวมหน้ากากเข้าหากัน ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระտับล้าน หลินลู่คนนี้—คุณหนูตระกูลหลินผู้กลับใจมาเป็นเจ้าแม่สายเปย์—กำลังยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและอนาคตทางธุรกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ
"คุณหมายความว่ายังไงคะ... จิ่งหาน?" ฉันเค้นเสียงถามออกไป รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่
คำประกาศ "หมั้นหมายสายฟ้าแลบ" ที่เพิ่งหลุดออกจากปากพิธีกรงานการกุศลเมื่อสามวินาที
ก่อน ไม่ได้มาจากความยินยอมของฉันเลยสักนิด!
จิ่งหานยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาที่ฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความอบอุ่นอ่อนโยนแบบที่เขาใช้มองฉันยามอยู่กันตามลำพังในห้องทำงานหรู แต่มันคือความเรียเฉยดุจหินผา ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงราวกับกำลังอดกลั้นบางสิ่งบางอย่างที่น่าอึดอัดใจ
เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นราวกับฝูงผึ้งแตกรัง บรรดาคุณหญิงคุณนายและไฮโซตกอับที่เคยถูกฉันใช้เงินฟาดหน้าจนหงายหลังต่างพากันส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ พวกมันคงคิดว่านี่คือ "กรรมตามสนอง" ที่นางร้ายอย่างฉันกำลังจะถูกหักหลังกลางงานสังคมชั้นสูงสินะคะ?
"ท่านประธานจิ่งช่างเด็ดเดี่ยวเสียจริงค่ะคุณผู้หญิง..." เสียงแหลมเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา หล่อนคือคุณหนูรองตระกูลโจว คู่แข่งทางธุรกิจที่เคยถูกฉันซื้อหุ้นบริษัทจนเกือบล้มละลาย "ทำเซอร์ไพรส์กลางงานใหญ่แบบนี้ คงไม่ต้องรอให้คุณลู่อนุมัติแล้วกระมังคะ เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้จริงๆ เสียด้วยสิ"
ฉันหันขวับไปมองนังตัวดีทันที ดวงตาเรียวหรี่ลงอย่างอันตราย สมองอันชาญฉลาดและรวดเร็วราวกับติดจรวดคำนวณสถานการณ์ในหัวสมองอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... แววตาที่ไร้เยื่อใยของจิ่งหาน ผสมผสานกับข่าวกรองที่หลุดลอดออกมาก่อนหน้านี้ มันบอกฉันชัดเจนว่า มี "เกมการเมือง" บางอย่างกำลังเล่นงานเราอยู่ และจิ่งหานเลือกที่จะเดินหมากตานี้โดยไม่ปรึกษาฉัน!
"หุบปากซะถ้าไม่อยากให้ฉันซื้อตึกที่คุณยืนอยู่ตอนนี้แล้วไล่คุณออกไปยืนตากฝนข้างถนน" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิท ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้นังคุณหนูรองตระกูลโจวหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปหลบหลังเสาแทบไม่ทัน
จากนั้นฉันจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับจิ่งหานอีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวฉัน กลิ่นอายความเป็นผู้นำและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระลับลักชัวรี่ลอยเข้าแตะจมูก มือหนาเอื้อมมาจับมือฉันไว้ แม้สัมผัสนั้นจะอบอุ่น แต่มันกลับเย็นเฉียบในความรู้สึกของฉัน
"อย่าดื้อกับผมตอนนี้เลยครับ... หลินลู่" จิ่งหานกระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเขาขยับชิดใบหูฉัน น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยอำนาจ แต่มันไม่ใช่ความอ่อนโยน มันคือการ "บังคับ"
"คุณกล้าดียังไงมาตัดสินใจเรื่องชีวิตฉันคนเดียว?" ฉันกระซิบตอบด้วยเสียงที่ลอดไรฟัน รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงามราวกับตุ๊กตาพอร์ซเลน แต่ฝ่ามือที่ถูกกุมไว้นั้นจิกเล็บลงบนฝ่ามือของเขาเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือน "เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าทุกอย่างต้องผ่านฉันก่อน?"
"สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว" จิ่งหานผละใบหน้าออกเล็กน้อย เขาสบตาฉันตรงๆ แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของฉันที่กำลังเดือดดาล "ตระกูลหลินกำลังตกเป็นเป้าหมาย พวกมันกำลังจะเล่นงานคุณผ่านทางกฎหมาย ถ้าผมไม่ประกาศหมั้นในฐานะผู้นำกลุ่มทุนใหญ่เพื่อปกป้องคุณ... ทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณสร้างขึ้นมาใหม่จะถูกอายัดภายในคืนนี้"
หัวใจของฉันกระตุกวูบไปชั่วขณะ
คำพูดของเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่มุมห้องจัดเลี้ยง มีกลุ่มชายชุดสูทสีดำท่าทางน่าสงสัยกำลังยืนปะปนอยู่กับแขกเหรื่อ และสายตาของพวกมันไม่ได้มองมาที่งานรื่นเริงเลย แต่มันกำลังจับจ้องมาที่กระเป๋าเอกสารในมือฉัน... และที่สำคัญที่สุด พวกมันคือตัวแทนจากสำนักงานตรวจสอบทรัพย์สินแห่งชาติที่อยู่เบื้องหลังโดยตระกูลเก่าแก่ที่ฉันเพิ่งหักหน้าไปเมื่อสัปดาห์ก่อน!
ไอบีเคาน์เตอร์การเงินในหัวฉันทำงานหนักหน่วง ระบบแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่รัว *[คำเตือน: ความเสี่ยงในการสูญเสียสินทรัพย์ 85% เนื่องจากการตรวจสอบย้อนหลังจากขั้วอำนาจเก่า]*
ให้ตายสิ... พวกมันเล่นสกปรกขนาดนี้เลยเหรอคะ? คิดจะใช้กฎหมายมาบีบให้ฉันหมดตัวเหมือนในนิยายต้นฉบับงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ! ต่อให้ฉันจะเป็นนางร้ายกลับใจ แต่สันดานความรวยระดับเทวดาโปรดก็ไม่ได้ทำให้ฉันต้องยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ หรอกนะ!
"คิดว่าฉันจะกลัวพวกมันเหรอคะ?" ฉันเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "แค่ตระกูลกระจอกๆ ที่เกาะบัลลังก์เก่าแก่กินบุญเก่า ฉันใช้เงินฟาดหน้าไม่กี่ทีก็ล้มละลายได้แล้ว ทำไมฉันต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างของคุณด้วยการหมั้นบ้าๆ นี่ล่ะ?"
"เพราะผมไม่ได้ทำเพื่อปกป้องคุณอย่างเดียว..." จิ่งหานโน้มตัวลงมาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินข้างแก้ม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่าใจหาย "...แต่เพราะผมไม่อาจทนมองใครหน้าไหนมาแตะต้องผู้หญิงของผม แม้กระทั่งปลายเล็บ"
ตึง!
ราวกับมีฆ้อนยักษ์มาทุบลงกลางอกของฉัน จิ่งหานคนนี้... ไอ้หมาโบ้คลั่งรักที่เคยเกาะฉันกินและคอยเดินตามต้อยๆ กลายร่างเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะเนี่ย? คำพูดคำจา ท่าทีคุกคาม และอิตาบ้านี่... เขากำลังใช้ความหึงหวงและอำนาจของตัวเองมาผูกมัดฉันไว้โดยสมบูรณ์!
ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงปรบมือรอบข้างก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อพิธีกรประกาศเชิญ "ว่าที่คู่หมั้น" ทั้งสองคนขึ้นไปบนเวทีกลาง
แสงสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงมาที่ตัวเราสองคน บรรดาสื่อมวลชนรัวชัตเตอร์กันจนแสงแฟลชวาววับละลานตาไปหมด จิ่งหานไม่รอให้ฉันปฏิเสธ เขาคว้าเอวบางของฉันไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างมั่นคง แรงดึงนั้นทำให้ฉันต้องก้าวตามเขาขึ้นไปบนเวทีอย่างจำยอม
บ้าจริง... ฉันกลายเป็นฝ่ายถูกต้อนจนมุมในเกมของตัวเองซะแล้วเหรอคะเนี่ย?
"ยิ้มหน่อยสิครับคนสวย..." จิ่งหานกระซิบข้างหูขณะที่เขากำลังโอบเอวฉันแน่นขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือของคนนับร้อย "ถ้าคุณหน้าบึ้งแบบนี้ เดี๋ยวพวกมันจะคิดว่าผมบังคับคุณ... ซึ่งความจริงก็คือแบบนั้นแหละครับ"
"คุณนี่มัน..." ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริให้กล้องโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะท่านประธานจิ่ง! คืนนี้จบงานเมื่อไหร่ ฉันจะคิดดอกเบี้ยคุณเป็นร้อยเท่าแน่นอน!"
"ผมยินดีล้มละลายในอ้อมกอดของคุณเสมอครับ" เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางร้ายสายเปย์อย่างฉันเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
พิธีกรยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดที่บรรจุแหวนเพชรเม็ดโตเท่าไข่ห่านมาเบื้องหน้า จิ่งหานหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว สายตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของฉันนั้นเอง
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็บินแหวกน่านฟ้าเหนือโรงแรมหรู เสียงใบพัดกรรโชกแรงจนกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือน แขกเหรื่อในงานต่างพากันแตกตื่นส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ แรงลมมหาศาลทำให้ผ้าม่านปลิวสะบัด และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ประตูห้องโถงจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้þมารยาท!
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงระยับคนหนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
"ขอโทษทีนะพอดีฉันมาขัดจังหวะงานแต่งงานสายฟ้าแลบ... หรือเปล่า?"
ดวงตาคมปลาบของชายผู้มาใหม่กวาดมองมาที่ฉัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก
"ในฐานะ 'สามีเก่า' ที่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมาย... ฉันมีสิทธิ์คัดค้านการหมั้นครั้งนี้ใช่ไหมล่ะ? ที่รัก..."
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยเปย์หัวใจให้ "ชาเขียวแก้วร้าย" คนนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 26
งานแต่งงานสายฟ้าแลบ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!