"ในฐานะ 'สามีเก่า' ที่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมาย... ฉันมีสิทธิ์คัดค้านการหมั้นครั้งนี้ใช่ไหมล่ะ? ที่รัก..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นกลางงานเลี้ยงรับรองระดับไฮ엔ด์ ทำเอาเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลออยู่ถึงกับเงียบกริบลงทันที บรรดาไฮโซและเศรษฐีตระกูลดังที่กำลังจิบแชมเปญต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มของจิ่งหานก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเวที ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองผู้คนด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
หลินลู่กะพริบตาปริบๆ สมองที่ประมวลผลไวเป็นกรดของเธอชะงักไปสามวินาทีเต็ม สามีเก่า? เขาไปเอาสถานะนี้มาจากไหนกันคะเนี่ย! ใบทะเบียนสมรสบ้าบอนั่น เธอกับเขาตกลงกันว่าจะหย่าตั้งแต่เมื่อชาติปางก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงหันขวับไปมองหน้าสามีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอด้วยแววตาคาดคั้น ระคนเอือมระอาเล็กน้อย
"จิ่งหาน คุณเล่นบ้าอะไรเนี่ย?" หลินลู่เอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหวานหยดที่ใช้ทักทายแขกเหรื่อถูกปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพิฆาตทันที "เราตกลงกันเรื่องใบหย่าไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้วนะคะ อย่ามาเล่นละครลิงแถวนี้!"
"ผมไม่ได้เล่นละคร..." จิ่งหานยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้สาวๆ ทั้งงานใจละลาย แต่สำหรับหลินลู่แล้ว มันคือรอยยิ้มของหมาป่าเจ้าเล่ห์ชัดๆ เขาเอื้อมมือมาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยความคุ้นเคย ลมหายใจอุ่นร้อนกระซิบข้างใบหูจนเธอต้องขนลุกชัน "ผมเพิ่งให้ทนายส่วนตัวเช็กเอกสารเมื่อเช้า... ปรากฏว่าคุณยังเซ็นชื่อไม่ครบทุกช่องนะที่รัก ทะเบียนสมรสของเรายังสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ"
ให้ตายสซิ! ยัยนางร้ายความจำเสื่อมในอดีตคงสะเพร่าตอนเซ็นเอกสารหย่าแน่ๆ หลินลู่แอบกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ชายหนุ่มคนนี้ฉลาดเป็นกรด ย่อมต้องใช้ช่องโหว่นี้มาเล่นเกมประสาทเธอแน่ๆ
แต่ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างสามีภรรยา (ที่ยังไม่หย่า) จะบานปลาย เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะ!"
พรีม ก้าวออกมาจากกลุ่มผู้จัดงาน ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมจดจ้องมาที่หลินลู่ด้วยความริษยาและดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ในอดีต... สมัยที่พวกเธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย หลินลู่ผู้ร่ำรวยและเอาแต่ใจเคยเป็นฝันร้ายของพรีม หล่อนคือนางพญาผู้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่นด้วยเงินตรา แต่ในตอนนี้ พรีมคิดว่าตัวเองไต่เต้าขึ้นมาทัดเทียมแล้ว หล่อนกำลังจะได้แต่งงานกับนักธุรกิจดาวรุ่ง และหลินลู่ก็ควรจะเป็นแค่เศษสวะตกอับที่ต้องคุกเข่าขอทานความเมตตาจากหล่อนต่างหาก!
"หลินลู่!" พรีมแผดเสียงเรียกชื่ออดีตเพื่อนรัก (หรืออดีตเหยื่อ) ด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด "เธอหน้าด้านมาจากไหน ถึงกล้าพาผู้ชายคนนี้มาป่วนงานหมั้นของฉัน! คิดว่าใช้เงินซื้อผู้ชายหล่อๆ มาเป็นฉากหน้าแล้วจะดูสูงส่งขึ้นมาหรือไง ยัยตัวซวย!"
สิ้นเสียงของพรีม บรรดาเพื่อนร่วมรุ่นกลุ่มเดิมที่เคยเกาะติดสอยห้อยตามพรีมเพื่อเลียแข้งเลียขาต่างพากันหัวเราะคิกคัก สมรู้ร่วมคิดกันส่งสายตาสมเพชเวทนามาให้หลินลู่
"นั่นสิคะพรีม ฉันจำได้ว่าบ้านของหลินลู่ล้มละลายไปตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมยังกล้าใส่ชุดแบรนด์เนมปลอมๆ มาเดินเฉิดฉายในงานระดับนี้อีก" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น สมทบด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังระงม
"สงสัยคงไปกู้หนี้ยืมสินมาละมั้งคะ คิดจะมาแย่งซีนเจ้าสาวในงานวันเกิดและงานหมั้นเนี่ยนะ ไร้ยางอายจริงๆ" อีกคนเสริมต่อทันที
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเริ่มเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทา ทุกสายตาดั่งคมมีดที่พุ่งเป้ามายังหลินลู่ รอคอยให้เธออับอายขายหน้าจนต้องซุกแผ่นดินหนี
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏต่อสายตากลับไม่ใช่ภาพของหญิงสาวผู้พ่ายแพ้ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะื้น
หลินลู่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนหลังตรงสง่างาม ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดแย้มยิ้มเยาะหยันออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มนั้นช่างงดงาม ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจ จนพรีมที่กำลังได้ใจถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"อ้อ... จำได้แล้วค่ะ" หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคือ... พรีม คนที่เคยขโมยกระเป๋าแบรนด์เนมของฉันไปแล้วโยนความผิดให้เด็กทุนคนอื่นจนเขาต้องลาออกไปเมื่อสมัยปีสองสินะคะ? อูย... ความจำเป็นเลิศของฉันนี่แย่จริงๆ เกือบจะลืมขยะเปียกชิ้นนี้ไปซะแล้วสิคะ"
ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตของพรีมซีดเผือดลงทันที สีเลือดหายไปจากริมฝีปากจนหมดสิ้น หล่อนถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เธอ... เธอพูดบ้าอะไร! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"
"ใส่ร้ายเหรอคะ?" หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับเสียงระฆังแก้ว แต่กลับสร้างความหนาวเหน็บให้ผู้ฟัง ร่างบางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาพรีมช้าๆ ราวกับนางพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีแม่ของคุณ ยอดเงินห้าแสนบาทในวันนั้น... คุณคิดว่าฉันทิ้งมันไปแล้วหรือไงคะพรีม?"
พรีมตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว หล่อนไม่คิดว่าผ่านมาหลายปีแล้ว หลินลู่จะยังจำเรื่องนี้ได้ แม่นยำยิ่งกว่าบันทึกในคอมพิวเตอร์เสียอีก!
"และที่ตลกไปกว่านั้น..." หลินลู่หยุดยืนห่างจากพรีมเพียงแค่คืบ เธอหันไปมองหน้าเจ้าบ่าวของพรีม ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างๆ "คุณชายเฉินค่ะ คุณรู้ไหมคะว่าคู่หมั้นแสนเรียบร้อยของคุณคนนี้... เบื้องหลังเคยผ่านการทำแท้งมาแล้วกี่ครั้ง และเคยใช้เตียงนอนของใครต่อใครมาบ้างเพื่อแลกกับทรัพยากรเข้าบริษัท? อ้อ... ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันมีคลิปเสียงและเอกสารยืนยันความประพฤติอันน่าประทับใจส่งตรงเข้ามือถือของคุณตอนนี้เลยดีไหมคะ?"
พรึบ!
สิ้นคำพูดของหลินลู่ โทรศัพท์มือถือในมือของคุณชายเฉินก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกันทันที ข้อความแจ้งเตือนพร้อมไฟล์แนบขนาดใหญ่ถูกส่งตรงเข้าเครื่องของเขาราวกับมีคนควบคุมระบบไว้ล่วงหน้า ชายหนุ่มรีบกดเปิดดูด้วยความตกใจ และเพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าจอไม่กี่วินาที ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับม่วงด้วยความโกรธจัด
"พรีม! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" คุณชายเฉินตบโต๊ะข้างๆ เสียงดังสนั่น หันไปตบหน้าว่าที่เจ้าสาวของตัวเองฉาดใหญ่จนพรีมล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของแขกเหรื่อ
"ว้าว... ฝีมือการตบยอดเยี่ยมมากค่ะคุณชายเฉิน แต่ช่วยทำความสะอาดมือของคุณด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงคนนี้... สกปรกเกินกว่าที่คุณจะสัมผัสซ้ำสอง" หลินลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พรางยกมือขึ้นปัดไหล่ตัวเองเบาๆ รังเกียจที่จะมองเศษสวะที่กำลังดิ้นรนอยู่แทบเท้า
พรีมปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสภาพ หล่อนพยายามจะคลานเข้ามาหาหลินลู่เพื่อเกาะชายกระโปรง "หลินลู่... ลู่ลู่เพื่อนรัก ช่วยฉันด้วย! อย่าทำลายฉันเลยนะ ฮือๆ ฉันขอร้อง..."
"เพื่อนรักเหรอคะ?" หลินลู่ก้มมองลงมาด้วยสายตาเย็นชาไร้ความปรานี "คำนี้คุณเก็บไว้ไปพูดในคุกเถอะค่ะ เพราะข้อหายักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสารที่คุณทำไว้กับบริษัทของฉันเมื่อเดือนก่อน... ตำรวจน่าจะกำลังเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมนี้พอดี"
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์โดยสารที่ตั้งอยู่บริเวณมุมห้องเปิดออกพร้อมกัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายก้าวเดินตรงดิ่งเข้ามาในงานเลี้ยงรับรอง บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ
พรีมกรีดร้องสติแตกเมื่อเห็นกุญแจมือในมือของตำรวจ หล่อนพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายหลินลู่ด้วยความเคียดแค้นสุดขีด "นังสารเลว! แกมันปีศาจ! ฉันจะฆ่าแก!"
หมลับ!
ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของพรีมจะแตะโดนชายเสื้อของหลินลู่ ร่างของเธอก็ถูกมือหนาของจิ่งหานคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน แรงบีบมหาศาลทำเอาพรีมร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด จิ่งหานปัดมือพรีมออกราวกับรังเกียจที่จะแตะต้องสิ่งปฏิกูล จากนั้นเขาก็ดึงเอวหลินลู่เข้ามาแนบชิดอกอุ่นของตนเองอย่างปกป้อง สายตาคมกริบมองร่างที่กำลังดิ้นรนนั้นด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ภรรยาของผม... เป็นคนที่คุณไม่มีวันแตะต้องได้" จิ่งหานเอ่ยเสียงต่ำ ทรงพลัง และน่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวพรีมและลากตัวออกไปจากงานท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาสมเพชจากทุกคน งานหมั้นที่ควรจะหรูหราอลังการ กลับกลายเป็นฉากจบอันน่าสังเวชในพริบตาเดียว
หลินลู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองสามี (ที่ยังไม่หย่า) ของเธอด้วยความรู้สึกซับซ้อน "คุณนี่มัน... หาเรื่องใส่ตัวเก่งจริงๆ นะคะจิ่งหาน ตั้งใจจะมาขัดขาฉันแท้ๆ แต่ดันกลายเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งไปซะได้"
จิ่งหานโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าระรัวที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของนางร้ายสาวเต้นผิดจังหวะ
"ช่วยไม่ได้... ก็คนมันกลัวว่าภรรยาคนสวยจะเหนื่อยเกินไปนี่ครับ" จิ่งหานยิ้มเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง... เรื่องทะเบียนสมรสที่เรายังค้างคาอยู่ ผมคิดว่าเราควรกลับไป 'เคลียร์' ให้มันจบที่ห้องนอนของเราดีกว่านะ... ที่รัก"
หลินลู่เบิกตากว้างทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายระดับสิบกระโหลกที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มนั้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บของยัยน้องลู่และท่านประธานคลั่งรักคนนี้ด้วยนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 27
เพื่อนเก่านิสัยเสีย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!