"คุณหลินคะ... ตึกใหญ่และที่ดินทั้งหมดในย่านธุรกิจใจกลางเมือง พร้อมโฉนดแปลงสุดท้ายถูกยึดอายัดโดยธนาคารเรียบร้อยแล้วค่ะ ทางกลุ่มทุนตระกูลหลี่ประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการเมื่อสิบนาทีที่แล้วค่ะ"
เสียงรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัวดังแทรกผ่านเครื่องสื่อสารไร้สายในหูฟัง ขณะที่หลินลู่กำลังจิบชาอู่หลงชั้นเลิศในห้องทำงานหรูหรา รอยยิ้มมุมปากของเธอมิได้แสดงความประหลาดใจแม้แต่น้อย มันคือความเรียบเฉยของผู้กุมชัยชนะที่มองเห็นหมากทุกตัวบนกระดานล่วงหน้ามานับร้อยตา
ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะพลาดพลั้งให้กับเล่ห์เหลี่ยมของพวกสุนัขจนตรอก... หลินลู่เบิกตากว้างทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายระดับสิบกระโหลกที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มนั้น!
ใช่ค่ะ รอยยิ้มจอมปลอมของประธานหลี่ผู้เหิมเกริมในวันวาน บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังและความอัปยศอดสู
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปอีกสักนิดเถอะค่ะ" หลินลู่วางถ้วยแบล็กคลาสสิกกระทบจานรองเสียงดังกรุ๊ป น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น "คนพวกนั้นเหยียบย่ำคนอื่นมาทั้งชีวิต คงไม่รู้รสชาติของการถูกเงินจำนวนมหาศาลตบหน้าจนกระอักเลือดว่าเป็นอย่างไร... วันนี้ดิฉันจะเมตตาช่วยสงเคราะห์ซื้อซากบริษัทเน่าเฟะพวกนั้นให้เองค่ะ"
ทันทีที่พูดจบ ประตูห้องทำงานบานมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของจิ่งหานก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววเคร่งขรึม ทว่านัยน์ตาคู่คมที่ทอดมองมายังหลินลู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด
ชายหนุ่มผู้เคยถูกเธอบดขยี้ในอดีต บัดนี้กลายเป็นมือขวาคนสนิทและคู่ชีวิตที่กุมอำนาจบริหารจัดการเบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดของเธอ จิ่งหานเดินตรงเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างเบามือ
"คุณเหนื่อยมามากแล้วนะคะคนดี..." เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยกระซิบข้างใบหู "เรื่องกวาดซื้อหุ้นที่เหลือและเคลียร์หนี้สินทั้งหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ... เอ่อ... ดิฉันหมายถึง ผมจัดการให้เรียบร้อยตามบัญชาแล้วครับ"
จิ่งหานรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามบุรุษที่สามผิดพลาด ท่าทีเก้ๆ กังๆ กลัวภรรยาไม่พอใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาหลินลู่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู
ใครเล่าจะเชื่อว่าท่านประธานจิ่งผู้เย็นชา ดุดัน และไร้ความปรานีต่อหน้าคู่แข่งทางธุรกิจ จะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ที่ยอมสยบแทบเท้าเธอได้ทุกเมื่อแบบนี้ หลินลู่เอื้อมมือไปแตะสันจاوโด่งเป็นคมของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะปัดปอยสูทของเขาให้เข้าที่
"คุณทำได้ดีมากค่ะจิ่งหาน สมกับที่ดิฉันทุ่มเงินเลี้ยงดูปูเสื่อมาอย่างดี" หลินลู่เหยียดยิ้มร้ายกาจ "เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ เราจะไปเยี่ยม 'เพื่อนเก่า' ที่กำลังจะกลายเป็นขอทานข้างถนนกันสักหน่อย"
ณ ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลหลี่ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นอายแห่งความพินาศ ประธานหลี่นั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เอกสารล้มละลายกองโตกระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางสายตารุมเร้าของเจ้าหนี้หลายสิบคนที่พากันมาทวงเงินจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
ประตูห้องประชุมเปิดผางขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้หน้าเลือด แต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ด้านหลังของเธอคือจิ่งหานที่เดินอารักขาด้วยรัศมีอันเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"แก!... หลินลู่!" ประธานหลี่ผุดลุกขึ้นชี้หน้าด้วยความโกรธแค้น เส้นเลือดปูดโปนขมับ "เป็นฝีมือแกใช่ไหม! แกจงใจซื้อหนี้เสียทั้งหมดของฉันแล้วบีบให้ธนาคารฟ้องล้มละลาย!"
หลินลู่กวาดสายตามองสภาพอันน่าเวทนาของคู่ปรับเก่าด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เธอทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้รับรองอย่างสง่างาม ราวกับราชนีผู้กำลังตรวจตราดินแดนที่เพิ่งยึดครองมาได้
"พูดจาให้เกียรติกระเป๋าเงินของดิฉันด้วยค่ะประธานหลี่" หลินลู่ยกปลายนิ้วขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "เงินซื้อได้ทุกอย่าง... แม้กระทั่งศักดิ์ศรีจอมปลอมที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา ในเมื่อบริษัทของพวกคุณบริหารจนเจ๊งไม่เป็นท่า ดิฉันในฐานะนักลงทุนใจบุญ ก็แค่ยื่นมือเข้ามา 'ช้อนซื้อ' ซากขยะเหล่านี้ในราคาเศษเงิน เพื่อเอาไว้ให้สุนัขในคอกของดิฉันวิ่งเล่นแก้เบื่อก็เท่านั้นเองค่ะ"
"นังสารเลว!" ประธานหลี่บันดาลโทสะพุ่งเข้าหาหมายจะทำร้ายร่างกาย แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดนชายผ้าของหลินลู่ ร่างของเขาก็ถูกจิ่งหานคว้าคอเสื้อแล้วเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง แรงปะทะทำให้ภาพวาดราคาแพงร่วงลงมาแตกกระจาย
จิ่งหานยืนบังหน้าภรรยาเอาไว้ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่เขามองประธานหลี่ราวกับกำลังมองมดปลวกไร้ค่า
"ถ้าไม่อยากตายคามือผม... ก็หุบปากเน่าๆ ของคุณแล้วเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ซะ" จิ่งหานเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน
หลินลู่ปัดมือเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามสามี ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้ประธานหลี่ที่กำลังนอนหอบหายใจรดพื้น เธอหยิบปากกาหรูฝังเพชรออกมาจากกระเป๋าถือ แล้วโยนมันตกลงตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี
"เซ็นซะค่ะ แล้วไสหัวออกไปจากตึกของดิฉัน... ภายในสามนาทีนี้"
ประธานหลี่ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองและสิ้นหวัง มือที่สั่นระริกเอื้อมไปหยิบปากกาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ต่างก้มหน้าหลบ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้า
เมื่อลายเซ็นสุดท้ายถูกจรดลงบนเอกสารโอนกิจการ หลินลู่ก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด ทุกอย่างอยู่ในกำมือของเธอเรียบร้อยแล้ว อาณาจักรตระกูลหลี่ล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยอำนาจเงินมหาศาลของเธอเอง
ทว่า... ในวินาทีที่หลินลู่กำลังจะเอ่ยปากสั่งให้คนขับไล่พวกมันออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของจิ่งหานก็ดังขึ้น
จิ่งหานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ สีหน้าของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด ก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"มีอะไรคะจิ่งหาน?" หลินลู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
จิ่งหานเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลินลู่เย็นเฉียบลงในพริบตา
"ไม่ใช่แค่ตระกูลหลี่ครับ... แต่บัญชีเงินฝากและหุ้นทั้งหมดในเครือข่ายของเรา... ถูกอายัดจากเบื้องบนโดยบุคคลนิรนามที่มีอำนาจเหนือกว่าเราสามขั้น... และตอนนี้... 'เขา' กำลังเดินเข้ามาในห้องนี้แล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจในทุกย่างก้าวและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" เสมอนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 28
บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ล้มละลาย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!