ความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลหลี่เวลานี้ หนักหน่วงเสียจนแทบจะได้ยินเสียงเม็ดเหงื่อไหลซึมลงตามขมับของเหล่าผู้อาวุโส
ประโยคสุดท้ายที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศเมื่อครู่ ยังคงกรีดแทงโสตประสาทของทุกคนให้ชาหนึบ บัญชีถูกอายัด หุ้นร่วงดิ่งเหว และอำนาจเบ็ดเสร็จที่เคยอยู่ในกำมือของพวกเขากำลังสลายหายไปราวกับควันไฟ... และ ‘เขา’ ผู้กุมชะตากรรมทั้งหมดกำลังก้าวเข้ามา
แอ๊ด—
เสียงประตูไม้สักทองบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น กลิ่นอายความทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนแทบจะกดให้คนในห้องคุกเข่าลงไปกองกับพื้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเหล่าผู้อำนวยการหน้าซีดเผือดด้วยความเหยียดหยัน เยชา ทายาทสายตรงและผู้บริหารหนุ่มที่พวกมันเคยเหยียบย่ำและขับไล่ออกไปอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เขากลับยืนอยู่ ณ จุดสูงสุด—ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายตระกูลหลี่แห่งนี้
"ตกใจอะไรกันคะ สีหน้าของพวกท่านแต่ละคนดูไม่ค่อยดีเลย..."
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวตามหลังชายหนุ่มเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ายวน หลินลู่เดินเคียงคู่มากับจิ่งหาน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองความพินาศตรงหน้าด้วยความสะใจระคนขบขัน เธอหมุนแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วเล่นอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังชมการแสดงตลกชุดใหญ่อยู่ในโรงละครส่วนตัว
"หลินลู่! เธอ... เธอทำอะไรลงไป!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งผุดลุกขึ้นชี้หน้าเธอด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่สั่นเทาฟ้องชัดถึงความหวาดกลัว "แกกล้าดียังไงถึงร่วมมือกับมันฮุบหุ้นของตระกูลเรา!"
หลินลู่หัวعาะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มันกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"ร่วมมือเหรอคะ? พูดจาให้เกียรติเงินในบัญชีฉันหน่อยนะคะคุณอา" เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมไม้ตัวยาว ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "สิ่งที่ฉันทำ... เขาเรียกว่า ‘การซื้อขาด’ ต่างหากล่ะคะ หุ้นเน่าๆ ที่พวกท่านพยายามปกป้องนักหนา ตอนนี้มันเปลี่ยนมือมาเป็นของฉันหมดแล้ว... และแน่นอนว่ารวมถึงเก้าอี้ประธานที่พวกท่านนั่งอยู่ด้วย"
จิ่งหานยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังภรรยา สายตาคมกริบเหลือบมองเอกสารกองโตบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมาสบตากับภรรยาสวาทด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำ เพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้... ภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงคุณหนูเอาแต่ใจ กลับกลายเป็นแม่ทัพผู้กวาดล้างศัตรูให้เขาได้อย่างราบคาบและงดงามที่สุด
"แต่นี่มันผิดกฎบริษัท! คณะกรรมการบริหารยังไม่อมรับ!" เสียงประท้วงดังขึ้นจากมุมห้อง
หลินลู่ปรายตามองเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเยาะ "กฎเหรอคะ? น่าขันเสียจริง ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้คนรวยซื้อความสุขบ้างล่ะคะ? ในเมื่อพวกท่านบริหารงานจนบริษัทใกล้ล้มละลาย ฉันในฐานะนักลงทุนผู้ใจบุญ... ก็แค่มอบโอกาสให้คนที่มีความสามารถมากกว่าขึ้นมาทำหน้าที่แทน"
เธอหันไปพยักพินักงอให้กับจิ่งหาน ชายหนุ่มก้าวออกมายืนเคียงข้างเธออย่างเต็มภาคภูมิ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดขาดและเฉียบคมที่พร้อมจะปฏิรูปองค์กรใหม่ทั้งหมดจากรากฐาน
"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป" จิ่งหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ กวาดสายตามองทุกคนในห้อง "ตำแหน่งคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด จะถูกปรับโครงสร้างใหม่ และบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการแทน... คือคนของเรา"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของกลุ่มคนในชุดสูทภูมิฐานที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างเข้มงวด พวกเขาคือมืออาชีพที่หลินลู่ใช้เงินก้อนโตซื้อตัวและดึงตัวมาจากบริษัทชั้นนำระดับประเทศ เพื่อเข้ามาเสียบแทนที่พวกเหลือบไรตระกูลหลี่ทีละคนอย่างไร้ความปรานี
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาบด้วยความตื่นตระหนกดังระงม เหล่าผู้อาวุโสที่เคยนั่งเชิดหน้าชูตา บัดนี้ได้แต่นั่งคอตกและยอมรับชะตากรรม เพราะพวกเขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ในสมรภูมิธุรกิจยุคนี้ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่นามสกุลเก่าแก่... แต่อยู่ที่ใครมีเงินหนากว่าต่างหาก
หลินลู่มองดูภาพความพินาศย่อยยับของคนที่เคยรังแกเธอก่อนหน้านี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ความสะใจนี้มันช่างหอมหวานเสียจนเธอแทบไม่อยากตื่นจากความฝัน มือเรียวเล็กถูกสอดประสานเข้ากับฝ่ามืออุ่นหนาของจิ่งหานที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่น เขาก้มลงกระซิบเบื้องข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง
"ขอบคุณนะ... ที่ทำให้ฉันได้ยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างเธอ"
หลินลู่เงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่ม รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "ไม่ต้องขอบคุณฉันหبرหอกค่ะ... ถือว่าฉันลงทุนซื้อสามีที่ดีที่สุดในโลกก็แล้วกันนะคะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของจิ่งหานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
จิ่งหานขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนที่นัยน์ตาคมจะหรี่แคบลงด้วยความประหลาดใจ สายตาของเขาเงยขึ้นสบกับหลินลู่ทันทีด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
"มีอะไรเหรอคะ?" หลินลู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปชั่วขณะของสามี
จิ่งหานไม่ตอบในทันที เขากดรับสายแล้วเปิดสปีคเกอร์โฟนเพื่อให้ภรรยาได้ยินพร้อมกัน เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากเครื่องโทรศัพท์... กลับไม่ใช่เสียงรายงานเรื่องงานในบริษัท แต่เป็นเสียงหัวเราะเย็นเยียบของบุคคลที่พวกเขาคิดว่าไม่มีทางย่างกรายเข้ามาในเกมนี้ได้อีกแล้ว
*(“คิดว่าชนะแล้วจริงๆ งั้นเหรอ... หลินลู่, จิ่งหาน... เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ”)*
สิ้นเสียงปริศนา หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะประชุมที่ควรจะแสดงกราฟหุ้นของบริษัท กลับถูกแฮกโดยไม่ทราบสาเหตุ ภาพทั้งหมดดับวับลง ก่อนจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางจอ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการโอนเงินออกจากบัญชีหลักของหลินลู่...
-- [แจ้งเตือน: บัญชีวงเงินไม่จำกัดของคุณ กำลังถูกถอนออก 80% ภายใน 3 วินาทีนี้] --
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 29
กลยุทธ์การเมืองภายในตระกูล
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!