เสียงปรบมือประชดประชันของพวกผู้ถือหุ้นรุ่นลายครามยังไม่ทันจางหายไปจากห้องประชุมใหญ่ หลินลู่ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งพญาหงส์
รอยยิ้มมุมปากของเธอมันไม่ได้มีความหมายว่าเป็นมิตรเลยสักนิด... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งตะครุบเหยื่อตัวใหญ่ลงมาอยู่ในกำมือได้สำเร็จต่างหากล่ะคะ
"ยินดีด้วยนะคะ ท่านประธานจิ่ง... ตอนนี้ตัวคุณและบริษัทของคุณ เป็น 'ของฉัน' อย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ"
ประโยคประกาศิตนั้นทิ้งค้างไว้กลางอากาศ ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางห้องประชุมที่เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ J.H. Tech ที่เคยเกือบจะต้องล้มละลายและถูกซื้อกิจการด้วยราคาถูกเรี่ยราด บัดนี้กลับถูกกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดเกินกว่าร้อยละแปดสิบด้วยเงินสดในบัญชีส่วนตัวของผู้หญิงที่พวกเขากล้าเคยหัวเยาะเย้ยหยันว่าเป็นแค่ 'คุณหนูผลาญเงิน'
จิ่งหานเงยหน้าขึ้นมองร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทน แววตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้หัวใจ บัดนี้กลับไหววูบอย่างรุนแรง เขาจ้องมองใบหน้างดงามที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
สับสน งุนงง... และบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
ถ้าเป็นหลินลู่คนเก่า เธอคงจะกรรโชกโฮกฮาก กรีดร้องโวยวายเอาแต่ใจเพื่อให้เขาหันมาสนใจ แต่หลินลู่ในตอนนี้... เธอใช้ 'เงิน' ฟาดหัวเขาจนจมดิน ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เป็นการซื้อทั้งกระดานหมากรุกแล้วยกมันมาวางไว้แทบเท้าเขาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"คุณ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากหยักได้รูป จิ่งหานขยับตัวลุกขึ้นยืน ประชิดเข้าหาหญิงสาวทีละก้าว "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ หลินลู่"
"เกมเหรอคะ?" หลินลู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววพราวระยับอย่างสนุกสนาน เธอก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขากดดันเข้ามาใกล้ จนแผ่นหลังบางเกือบจะชนเข้ากับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามบ่าย "ฉันไม่ได้เล่นเกมสักหน่อยค่ะ ท่านประธานจิ่ง... ฉันแค่กำลังลงทุนต่างหาก"
"ลงทุน?"
"ใช่ค่ะ ลงทุนซื้ออนาคตของคุณ... และซื้อตัวคุณด้วย" เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทเนื้อดีของเขา อัตราการเต้นของหัวใจใต้ร่มผ้าของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูระคนกลิ่นกายเฉพาะตัวลอยเข้าแตะจมูก "ในเมื่อบริษัทนี้เป็นของฉันแล้ว และคุณก็เป็นลูกจ้าง (ที่แพงที่สุดในโลก) ของฉัน... ฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะ 'ตรวจงาน' นอกเวลางานได้จริงไหมคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าบอร์ดบริหารที่ยังคงนั่งแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน จิ่งหานจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย ค้นหาความจริงจังหรือร่องรอยของการหลอกลวง ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงความมั่นใจที่ล้นปรี่และความท้าทายที่ทำเอาหัวใจด้านชาของเขาเริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
ผู้หญิงคนนี้... เปลี่ยนไปจนราวกับเป็นคนละคน และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดต่อความรู้สึกของเขา
"เลิกประชุมได้แล้วค่ะ ทุกคน" หลินลู่ละสายตาจากนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น หันไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องรีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลิบลับ "ส่วนคุณ... ท่านประธานจิ่ง ตามฉันมาค่ะ ฉันมีอะไรจะให้ 'ดู' สักหน่อย"
ว่าแล้วเธอก็หมุนตัวเดินนำลิ่วออกไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ทิ้งให้ท่านประธานหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ขาเรียวยาวก้าวตามร่างบางนั้นออกไปทันทีด้วยความรู้สึกที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้
เบื้องล่างของตึกสำนักงานใหญ่ รถยนต์หรูสไตล์สปอร์ตสีดำด้านรุ่น Limited Edition ที่ทั่วโลกมีเพียงแค่สิบคัน จอดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูทางเข้า เหล่าพนักงานและผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดมองด้วยความตื่นตะลึง ทว่าหลินลู่กลับเดินตรงดิ่งไปหยุดยืนอยู่หน้ารถคันนั้น พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจ
จิ่งหานเดินตามมาถึงพอดี ดวงตาคมกวาดมองรถซูเปอร์คาร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาทคันนั้น ก่อนจะเลิกคิ้วมองหญิงสาว
"นี่คือ...?"
"ของขวัญต้อนรับตำแหน่งประธานบริษัทคนใหม่ค่ะ" หลินลู่พูดหน้าตาเฉย ราวกับว่าเธอกำลังซื้อลูกอมราคาไม่กี่บาทที่ร้านสะดวกซื้อ เธอหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ ออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรด ยื่นมันให้กับเขา "อ้อ แล้วก็... กุญแจรถกับเล่มทะเบียนอยู่ในเก๊ะหน้ารถแล้วนะคะ ฉันให้คนจัดการโอนเป็นชื่อคุณเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วค่ะ"
จิ่งหานก้มมองการ์ดสีดำในมือสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ไม่มีร่องรอยของการเสียดายเงินแม้แต่น้อย สมองของท่านประธานหนุ่มที่เคยประมวลผลตัวเลขธุรกิจได้อย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ บัดนี้กลับชะงักงันอย่างสมบูรณ์แบบ
รถคันนี้คือรุ่นที่เขาเคยเปรยๆ กับเพื่อนสนิทเมื่อหลายเดือนก่อนว่าอยากได้ แต่ด้วยสถานการณ์การเงินของบริษัทในตอนนั้น แค่เงินเดือนพนักงานเขายังต้องกุมขุม ทว่าในวันนี้... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็น 'ตัวภาระ' กลับยกมันให้เขาเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ เพียงเพราะอยากเห็นเขามีรถขับไปทำงานอย่างสะดวกสบายเนี่ยนะ?
"คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง หลินลู่" จิ่งหานเค้นเสียงลอดไรฟัน ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าควรจะโกรธ ตกใจ หรือ... รู้สึกอบอุ่นจนน่าประหลาดใจกันแน่ "รถคันนี้ราคาเท่าไหร่ คุณรู้ตัวไหม?"
"รู้สิคะ ก็แปด رقم (หลักร้อยล้าน) กว่าๆ เองไม่ใช่เหรอคะ?" หลินลู่ตอบหน้าตาย เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงปกเสื้อของเขาให้เข้าที่เบาๆ "เงินแค่นี้ เทียบกับรอยยิ้มของท่านประธานจิ่งไม่ได้หรอกค่ะ... จริงไหมคะ?"
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก จิ่งหานก้มมองดวงตาคู่สวยที่ระยิบระยับด้วยความท้าทายและความเอ็นดูระคนกัน หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดหลายปีกลับเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังพังทลายลงทีละน้อยภายใต้การรุกฆาตด้วยเงินตราและความใส่ใจที่ไร้เหตุผลของเธอ
เขาพยายามจะตั้งสกำแพงขึ้นมาใหม่ พยายามจะเตือนสติว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะมีแผนการร้ายอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง แต่ทว่า... กลิ่นหอมอ่อนๆ และสัมผัสอุ่นที่หัวใจมันกลับปฏิเสธทุกเหตุผล
"คุณกำลังทำให้ผม..." จิ่งหานกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาคมเข้มดูลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว "กำลังทำให้ผมเสพติดคุณ รู้ตัวไหมหลินลู่"
"ดีแล้วนี่คะ..." หลินลู่แย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่จงใจยั่วเย้า "เพราะต่อจากนี้ไป... คุณจะไม่มีวันได้เป็นอิสระจากกระเป๋าเงินของฉันอีกแล้วค่ะ"
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของจิ่งหานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง!*
จิ่งหานขมวดคิ้วเล็กน้อยผละตัวออกห่างจากเธอเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ สีหน้าของท่านประธานหนุ่มก็เปลี่ยนจากความอบอุ่นเมื่อครู่ให้กลายเป็นความเย็นชาและเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ราวกับพลิกฝ่ามือ
หลินลู่สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหุบลงทันที ดวงตาคู่คมหรี่ลงด้วยความระแวก
"มีอะไรเหรอคะ?" เธอยิงคำถามเสียงเรียบ
จิ่งหานเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่เธออ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอบางส่วนได้เห็นข้อความปริศนาที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา
*ภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินจำนวนสิบล้านบาท... พร้อมข้อความจากเบอร์แปลกที่ระบุไว้ชัดเจนว่า*
**"ยินดีด้วยนะจิ่งหาน ที่มีสปอนเซอร์กระเป๋าหนักคอยเลี้ยงดู... หวังว่าเธอจะยังจำ 'สัญญาเก่า' ระหว่างเราได้นะ"**
หัวใจของหลินลู่กระตุกวูบ ทันทีที่เธอกวาดสายตาอ่านข้อความนั้นจบ บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นกลับเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตา... ดูท่าว่า 'แมลงเม่า' ตัวเก่าที่บัง-อาจทิ้งพระเอกของเธอไปในยามยาก จะกลับมาบินวนรอบกองไฟอีกครั้งแล้วสินะคะ!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและเปย์หัวใจให้ "ชาเขียวแก้วร้าย"เสมอนะคะ!)
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 4
ของขวัญราคาหลักล้าน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!