แก้วคริスタルเจียระไนราคาแพงระยับถูกกระแทกเข้ากับโต๊ะหินอ่อนในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวจนเกิดเสียงดังเพล้งน่าหวาดเสียว
ของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองราคาหลักล้านของหญิงสาวผู้กำลังยืนเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้า หลินลู่ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนกอดอกมองรอยเปื้อนนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน ทว่าในใจกลับกำลังคำนวณตัวเลขในบัญชีธนาคารระดับวีไอพีของเธออย่างสนุกสนาน
"อุ๊ย ตายจริง มือไม้ซุ่มซ่ามเสียจริงนะคะคุณหนูรองเมิ่ง..." น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น หลินลู่ปรายตามองหญิงสาวเจ้าของใบหน้าฉาบเครื่องสำอางหนาเตอะที่กำลังทำหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมิ่งซิ่ว19 หญิงสาวผู้เคยเป็นคู่หมั้นในนามของจิ่งหานสมัยที่เขายังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนต๊อกต้อย หล่อนเชิดคางขึ้นสูง พยายามใช้ความสูงส่งปลอมๆ ข่มขู่คนที่เธอเคยคิดว่าตกอับ "หลินลู่! เธออย่ามาทำเป็นลอยหน้าลอยตาหน่อยเลยนะ! คิดว่าเอาเงินเป่าหัวท่านประธานจิ่งจนเขาหลงหัวปำแล้วจะทำเป็นกร่างในงานสังคมนี้ได้งั้นเหรอ? แกมันก็แค่ลูกคุณหนูตกอับที่พ่อแม่ใกล้ล้มละลาย ขายสมบัติเก่ากินไปวันๆ เท่านั้นแหละ!"
เสียงฮือฮาในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมห้าดาวระดับท็อปของเมืองหลวงเงียบลงในทันที บรรดาไฮโซและเซเลบที่มาร่วมงานต่างหันมามองเป็นตาเดียว บ้างก็ซุบซิบนินทา บ้างก็รอสมน้ำหน้าด้วยความสะใจ เพราะข่าวลือเรื่องตระกูลหลินกำลังประสบปัญหาทางการเงินแพร่สะพัดไปทั่ววงการไฮโซมาได้สัปดาห์กว่าแล้ว
แต่มีใครรู้บ้างไหมคะ... ว่าข่าวลือพวกนั้นมันก็แค่เกมการเงินระดับสูงที่หลินลู่จงใจปล่อยออกไปเพื่อช้อนซื้อหุ้นราคาถูกของตระกูลอื่นต่างหากล่ะคะ!
หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับทำให้เมิ่งซิ่วรู้สึกสันหลังวาบ "ตกอับเหรอคะ? อืม... ก็น่าคิดนะคะ พอดีว่าฉันเพิ่งโอนเงินห้าร้อยล้านหยวนไปซื้อเกาะส่วนตัวที่แปซิฟิกเป็นของขวัญวันเกิดให้จิ่งหานเมื่อวานนี้เอง ถ้าเรียกว่าตกอับ... แล้วฐานะแบบคุณเมิ่งที่ต้องมาขอยืมชุดแบรนด์เนมตกรุ่นใส่มางานเลี้ยงเปิดตัวสินค้ากระจอกๆ นี่ เขาเรียกว่าอะไรดีคะ? ขอทานชั้นต่ำ หรือว่า... หมาข้างถนนที่กำลังหิวโซกันแน่?"
"กรี๊ด! นังหลินลู่! ปากดีนักนะ!" เมิ่งซิ่วหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายจนสติหลุด มือเรียวยาวเงื้อขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าเนียนใสของหลินลู่ให้หายแค้น
ทว่า... มือข้างนั้นกลับถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแรง!
ฝ่ามือหนาอุ่นจัดและคุ้นเคยรวบข้อมือของเมิ่งซิ่วไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจนทำให้เมิ่งซิ่วต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโกรธ ก็ต้องพบกับดวงตาคมกริบราวน้ำแข็งขั้วโลกของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับราชสีห์ที่กำลังปกป้องอาณาเขต
จิ่งหานก้าวเข้ามาประชิดตัวหลินลู่โดยอัตโนมัติ มืออีกข้างโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ ป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ รังสีความเย็นชาที่เขามีต่อคนทั้งโลกถูกส่งตรงไปยังเมิ่งซิ่วจนหญิงสาวถึงกับเข่าอ่อน
"คุณ... คุณจิ่งหาน?" เมิ่งซิ่วละล่ำละลักด้วยความตกใจ ปนเปไปกับความเสียดายและริษยาที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผู้ชายคนนี้ยังเป็นแค่ผู้ชายไร้ค่าที่เธอเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ต่างก็ต้องก้มหัวให้ "คุณมาช่วยนังนี่ทำไมคะ? มันกำลังดูถูกฉันนะ! มันเอาเงินมาซื้อคุณ ช ั่ ว ค ร า ว เท่านั้นแหละ ผู้ชายอย่างคุณไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไงที่ยอมให้ผู้หญิงเอาเงินฟาดหัวอยู่แบบนี้!"
จิ่งหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเย็นชาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ศักดิ์ศรีเหรอครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น "สำหรับผม ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกครับ... สู้ภรรยาผมที่เปย์ผมด้วยบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินทุกวันไม่ได้หรอก คุณเมิ่งพูดถูกอย่างหนึ่งนะ... ผมถูกซื้อไว้แล้วจริงๆ แต่เป็นเพราะผม 'เต็มใจ' ให้เธอซื้อต่างหากล่ะครับ"
คำพูดนั้นทำเอาเมิ่งซิ่วถึงกับอ้าปากค้าง ไฮโซรอบข้างต่างพากันสูดปากด้วยความอิจฉาตาร้อน ประธานจิ่งผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยชายตานองผู้หญิงคนไหน กลับประกาศตัวเป็น "ของเล่นราคาแพง" ที่ภรรยาซื้อมาเลี้ยงดูอย่างหน้าตาเฉย! ช่างเป็นผู้ชายที่คลั่งรักจนไร้ขีดจำกัดเสียจริงนะคะ
"แกรh... พวกแกมันไร้ยางอายทั้งคู่!" เมิ่งซิ่วกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง เมื่อเห็นว่าแผนการที่จะเหยียบย่ำหลินลู่พังไม่เป็นท่า แถมยังโดนตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยความรักและความรวยของอีกฝ่าย เธอกวาดสายตาด้วยความแค้นเคืองก่อนจะประกาศกร้าว "คิดว่ารวยนักรึไง! งานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ จัดขึ้นโดยสมาคมตระกูลเมิ่งของฉัน! ฉันนี่แหละคือเจ้าภาพ! เชิญพวกแกไสหัวออกไปจากโรงแรมของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันไม่ต้อนรับคนชั้นต่ำอย่างพวกแก!"
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนต่างรู้ว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นธุรกิจในเครือของตระกูลเมิ่ง การที่เมิ่งซิ่วไล่พวกเขาออก หมายความว่าหลินลู่และจิ่งหานจะต้องเสียหน้าอย่างใหญ่หลวงในงานสังคมชั้นสูง
หลินลู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงประดับด้วยรอยยิ้มพึงใจ เธอไม่ได้โกรธ หรือแม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เริ่มมีบางคนทำท่าทางรังเกียจและเตรียมจะขับไล่เธอตามคำสั่งของเมิ่งซิ่ว
ช่างน่าขันเสียจริงนะคะ... มนุษย์เรานี่ก็มักจะวิ่งเข้าหาคนที่คิดว่ามีอำนาจมากกว่าเสมอ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว
"อ้อ... โรงแรมนี้เป็นของตระกูลเมิ่งสินะคะ" หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูรุ่นล่าสุดฝังเพชรออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ปลายนิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งด้วยความรวดเร็วราวนักเปียโนมืออาชีพ
เมิ่งซิ่วหัวเราะเยาะ "ทำไม? จะโทรเรียกพ่อแม่มาคุกเข่าขอร้องฉันเหรอ? สายไปแล้วล่ะนังหลิน—"
"รบกวนเงียบเสียงน่ารำคาญของคุณหน่อยได้ไหมคะ? คนเขากำลังทำธุระอยู่นะคะคุณหนูเมิ่ง" หลินลู่พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบคมบาดลึก เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
"สวัสดีค่ะท่านประธานบริหารสูงสุดแห่งเครือโรงแรมแกรนด์พลาซ่าอินเตอร์ナショナル... ฉันหลินลู่เองค่ะ พอดีว่าฉันรู้สึกรังเกียจอากาศและกลิ่นอายความเน่าเฟะของห้องจัดเลี้ยงชั้นสามในตอนนี้มากเลยค่ะ..."
เสียงของหลินลู่ดังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน เพราะความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว เมิ่งซิ่วและคนอื่นๆ เริ่มขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
"คุณลู่... มีอะไรให้ผมรับใช้เป็นพิเศษไหมครับ?" ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อมและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกคนในแวดวงธุรกิจต่างรู้ดีว่าหลินลู่คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดที่สามารถสั่งปลดคณะกรรมการบริหารได้ในพริบตาเดียว
"ฉันต้องการซื้อกิจการของโรงแรมสาขานี้ทั้งหมดค่ะ... ไม่สิ เอาเป็นว่า... ฉันขอเหมาโรงแรมนี้ทั้งตึกเลยก็แล้วกันค่ะ ช่วยจัดการโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อของฉันภายในหนาท้านี้... อ่า เอาเป็น 5 นาทีก็พอค่ะ ฉันรีบ จะพา สามี ไปทานอาหารค่ำที่อื่นต่อ"
คำพูดของหลินลู่ทำเอาคนทั้งห้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนแทบสำลัก เหงื่อกาฬของเมิ่งซิ่วเริ่มผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวระคนไม่อยากเชื่อ หญิงสาวส่ายหัวรัวๆ "บ้า... เธอพูดบ้าอะไร! โรงแรมนี้มูลค่าหลายหมื่นล้านนะ! เธอจะซื้อได้ยังไง—"
"ติ๊ง!"
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของทนายความประจำตระกูลเมิ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ ทนายความผู้นั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือเลือดฝาด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่ออ่านข้อความอีเมลทางการจากสำนักงานใหญ่
"ค... คุณหนูเมิ่งครับ..." ทนายความหันไปมองหน้าเมิ่งซิ่วด้วยเสียงสั่นเครือ "ร...
เรา... เราถูกไล่ออกจากตึกแล้วครับ... โรงแรมถูกขายให้... ให้คุณหลินลู่เรียบร้อยแล้วครับ..."
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันระดับปวดยะเยือกก็เข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเดิม เมิ่งซิ่วเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง สีหน้าขาวซีดราวกับศพไร้วิญญาณ
หลินลู่เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น เธอก้าวเข้าไปใกล้เมิ่งซิ่วที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่แทบเท้า ก่อนจะก้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่ทรงพลัง
"ทีนี้... ใครกันแน่คะที่จะต้องไสหัวออกไปจากที่นี่?"
จิ่งหานมองภรรยาคนสวยของเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความหลงใหลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขายื่นมือหนาออกไปโอบไหล่บางของเธอไว้ ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้าร์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิต
ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีด... เขาคือประธานใหญ่แห่งตระกูลเมิ่ง บิดาแท้ๆ ของเมิ่งซิ่วนั่นเอง!
"คุณลู่! ขอร้องล่ะครับ... โปรดเมตตาตระกูลเมิ่งของเราด้วย!" บิดาของเมิ่งซิ่วพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าหลินลู่ทันทีโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทุกคนในงาน
หลินลู่หรี่ตามองภาพตรงหน้ารอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่...
ใบหน้านั้น... หน้าตาที่เธอจำได้ดีว่าเป็นของ 'คนรักเก่า' ของจิ่งหานผู้เคยหักหลังและทิ้งเขาไปในวันที่เขายังยากจน!
หญิงสาวปริศนาก้าวออกมาจากความมืด ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่จิ่งหานด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์พร้อมกับเอמהเสียงสั่นเครือ "จิ่งหาน... ฉันกลับมาแล้วค่ะ..."
________________________________________
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์ใจและคอมเมนต์ให้ "ชาเขียวแก้วร้าย" คนนี้เสมอนะคะ!)
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงล่มด้วยเงิน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!