เสียงก๊อกแป้นพิมพ์รัวกระหน่ำราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจกในห้องควบคุมนิรภัยชั้นใต้ดิน ดังก้องสะท้อนความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนังได้ เสียงเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบวาบเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมของหลินลู่ที่หรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด หน้าจอดิจิทัลขนาดมหึมาตรงหน้ากำลังแสดงแผนผังระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ที่ถูกเจาะทะลวงทีละชั้นอย่างเลือดเย็น
"เราไม่ได้ถูกล้อมแค่บนดาดฟ้าตึกนั้น..." เสียงของจิ่งหานดังขึ้น ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าขนลุก เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เกยคางไว้บนลาดไหล่ของเธอ ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่ใกล้เส้นผมเพื่อสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอ็นกั้น เขาก็ยังไม่วายส่งไออุ่นจากกายมาโอบกอดเธอไว้ "แต่ระบบความปลอดภัยทั้งหมดในคฤหาสน์ของเรา... ถูกแฮกและควบคุมโดยคนคนเดียวกัน... ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
หลินลู่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวoเราะเยียบเย็นจนจิ่งหานยังต้องชะงัก เธอยกมือเรียวขึ้นแตะปุ่มสลับหน้าจอด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังเลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความสนุกสนานของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
"คิดว่าส่งไวรัสกระจอกๆ มายึดระบบบ้านฉัน แล้วฉันจะวิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนนางเอกละครน้ำเน่าหรือไงคะ?"
นิ้วเรียวสวยกดปุ่มEnterครั้งสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตทันที หน้าจอหลักขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าของ 'ศัตรูตัวฉกาจ' ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านบังตามานานหลายเดือน—ตระกูลสาขาที่พยายามฮุบสมบัติของเธอกำลังนั่งยิ้มระรื่นอยู่ในห้องประชุมใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่าภาพและเสียงทั้งหมดถูกถ่ายทอดสดตรงมายังห้องนี้แล้ว
"จิ่งหานคะ..." หลินลู่เอ่ยเสียงหวาน หยิบแท็บเล็ตสีดำสนิทฝังเพชรขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ไหนๆ พวกมันก็ลงทุนแฮกบ้านเรานัก พวกเราก็ควรจะ 'ต้อนรับ' ให้สมฐานะหน่อยดีไหมคะ?"
จิ่งหานเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยาก เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่ามัวที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุก "ตามใจคุณทุกอย่างครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย... ตามใจคุณทุกลมหายใจเลยค่ะที่รัก อยากให้พวกมันล้มละลายภายในกี่วินาทีดีล่ะ?"
หลินลู่ปรายตามองค้อนเขาเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับจอภาพใหญ่ เธอกดเปิดไมโครโฟนส่วนกลางที่เชื่อมต่อไปยังห้องประชุมของตระกูลศัตรูทันที
เสียงพูดคุยหัวเราะเยาะเย้ยถากถางเกี่ยวกับความพินาศของตระกูลหลินในห้องประชุมฝั่งโน้น เงียบกริบลงทันทีเมื่อจู่ๆ หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมของพวกมันก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับปรากฏภาพใบหน้าของหลินลู่ที่กำลังจ้องมองพวกมันด้วยรอยยิ้มเยาะ
"สวัสดีค่ะท่านญาติผู้พี่ทั้งหลาย... ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่นอนอีก ระวังตื่นมาจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่นะคะ"
เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ฝั่งนั้นหน้าถอดสีทันที ชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาเขยผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน
"หลินลู่! แกเข้ามาในระบบนี้ได้ยังไง! แล้วกล้าดียังไงมา..."
"จุๆๆ อย่าเพิ่งโวยวายสิคะ อาเขยขา..." หลินลู่ยกมือขึ้นทำท่าจุปาก ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "คนที่ควรโวยวายเนี่ย... น่าจะเป็นพวกคุณมากกว่านะคะ เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวกลางดูสิคะ ฉันส่งของขวัญชิ้นโบว์แดงไปให้แล้ว"
มือสั่นเทาของหนึ่งในคณะกรรมการรีบเปิดลิ้นชักตามคำสั่ง เอกสารปึกหนาถูกดึงออกมา ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดจากเบ้า นั่นคือบัญชีลับ การฟอกเงิน และหลักฐานการทุจริตยักยอกทรัพย์ที่พวกมันทำมานานหลายปี ทุกตัวอักษร ทุกยอดเงิน ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดไม่มีตกหล่น
"มะ... ไม่จริง! นี่มันเรื่องโกหก! แกใส่ร้ายพวกเรา!" อาเขยแผדเสียงคำรามลั่น หน้าตาแดงก่ำด้วยความจนตรอก
"ใส่ร้ายเหรอคะ?" หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปพยักหน้าให้จิ่งหาน ชายหนุ่มกดปุ่มบนแท็บเล็ตตามคำบัญชา
ทันใดนั้น เสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างอาเขยกับกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นในการวางแผนลอบสังหารเธอก็ถูกเปิดขึ้นกลางที่ประชุม เสียงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง ทุกคนในห้องประชุมต่างหันขวับมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ความไว้วางใจที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา
"ฉันให้โอกาสพวกคุณวิ่งหนีออกจากเมืองนี้ภายในสิบนาทีนะคะ..." หลินลู่โน้มตัวเข้าใกล้กล้อง รอยยิ้มบนริมฝีปากสวยช่างงดงามราวกับปีศาจสาวในคราบเทพธิดา "เพราะหลังจากวินาทีที่สิบเอ็ดเป็นต้นไป... ทุกบัญชีธนาคาร ทุกบริษัทในเครือ และทรัพย์สินทุกชิ้นของพวกคุณ จะถูกฉัน 'กว้านซื้อ' จนเกลี้ยง และฟ้องร้องล้มละลายจนไม่ได้แม้แต่เศษสตางค์ติดตัวไปซื้อข้าวกินแน่นอนค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น เธอก็กดตัดสัญญาณทันที ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้แก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ
หลินลู่พ่นลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะรู้สึกถึงวงแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางไว้แน่นขึ้น จิ่งหานซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ สูดความหอมจากซอกคออย่างหลงใหล
"ภรรยาของผมนี่... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะครับ" เขาพึมพำชิดผิวเนื้อ นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ "แบบนี้จะไม่ให้ผมรักจนโหัวปักหัวปำได้ยังไงล่ะหึ"
หลินลู่ยิ้มมุมปาก เอื้อมมือไปลูบเส้นผมสีดำสนิทของเขาอย่างมันเขี้ยว "รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ เพราะฉะนั้น... ช่วยโอนหุ้นทั้งหมดที่มีมาให้ฉันเป็นของขวัญปลอบใจเดี๋ยวนี้เลยนะคะ ท่านประธานจิ่ง"
จิ่งหานหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบมองสบตาเธอลึกซึ้ง เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจที่จะยกทั้งชีวิตให้
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้ง เสียงเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีดำสนิทก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ หน้าจอหลักที่เพิ่งสงบไป กลับปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดวิ่งพล่านขึ้นมาเต็มจอ พร้อมกับภาพสตรีปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังจ้องมองตรงมายังกล้องวงจรปิดในห้องนี้—ราวกับเธอกำลังยืนอยู่หลังประตูห้องนี้เอง!
*“เล่นสนุกกับเด็กๆ พอหรือยังคะ... คุณหนูหลินลู่?”* เสียงทุ้มแหบพร่าลึกลับดังลอดออกมาจากลำโพงระบบโดยที่ไม่มีใครสั่งการ และก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ตั้งตัว... ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 35
เปิดโปงบัญชีดำ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!