หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 14

ความลับที่เก็บงำ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้รื้อฟื้นคดีตระกูลหลินขึ้นมาใหม่หรือเพคะ? ท่านกุ้ยเฟย..." เสียงของหลินเฟยหลันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาหงส์คู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยโทสะของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในฝ่ายใน นางไม่ได้รอคำตอบ แต่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ชุดผ้าไหมสีเพลิงของนางลากผ่านพื้นหินอ่อน เกิดเสียงกรีดกรายที่ทำลายความเงียบงันในตำหนักเย็นจนน่าขนลุก กุ้ยเฟยแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท นางขยับพัดจีบในมืออย่างเชื่องช้า "เจ้าช่างกล้าหาญนัก เฟยหลัน... ความตายอยู่แค่เอื้อม แต่เจ้ากลับเลือกที่จะก้าวเท้าลงในกองเพลิงด้วยตนเอง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวที่เจ้าถือครองอยู่ จะสั่นคลอนบัลลังก์มังกรได้?" "หากไม่ใช่เพราะความจริงสั่นคลอนฝ่าบาทได้ เหตุใดท่านกุ้ยเฟยต้องร้อนรนจนถึงขั้นวางยาพิษในชาอูหลงของหม่อมฉันเมื่อสามวันก่อนล่ะเพคะ?" เฟยหลันหยุดยืนตรงหน้าสตรีผู้ทรงอิทธิพล ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ทั้งสองเห็นเงาสะท้อนของกันและกันในดวงตา "หรือว่า... สิ่งที่อยู่ในกระดาษแผ่นนี้ มิใช่แค่ความผิดของเหล่าขุนนางที่ร่วมมือกันใส่ร้ายตระกูลหลิน แต่เป็นรอยจารึกชื่อของ 'บุคคลที่สูงส่งที่สุด' ในแผ่นดินนี้ด้วย?" บรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก กุ้ยเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ "หุบปาก!" กุ้ยเฟยตวาดลั่น มือที่ถือพัดสั่นเทา "เจ้ากำลังกล่าวหาโอรสสวรรค์ โทษนี้คือการประหารเจ็ดชั่วโคตร!" "ประหารเจ็ดชั่วโคตรหรือเพคะ?" เฟยหลันยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยคมมีด "ตระกูลหลินของหม่อมฉันเหลือเพียงหม่อมฉันคนเดียว ชีวิตที่เหลืออยู่ของหม่อมฉันคือดอกเบี้ยที่หม่อมฉันต้องทวงคืนจากท่านและ... จากฝ่าบาท!" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหุ้มเกราะก็ดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก ทหารองครักษ์หลวงกรูเข้ามาล้อมรอบพวกนางไว้ แต่ทว่าผู้ที่เดินนำหน้ามามิใช่แม่ทัพคนใด หากแต่เป็นบุรุษผู้สวมชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองสง่างาม ใบหน้าคมสันนั้นราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่ง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าใต้ความนิ่งสงบนั้นคือพายุที่พร้อมจะทำลายล้างทุกชีวิต ฮ่องเต้เฉินหยวนกวาดสายตามองทั้งสองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาหยุดยืนข้างกายเฟยหลัน กลิ่นกำยานเย็นๆ จากฉลองพระองค์ของเขาทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "เจ้าบอกว่าจะทวงคืนความยุติธรรมจากเราหรือ เฟยหลัน?" สุรเสียงทุ้มต่ำดังก้องในโถงกว้าง เฟยหลันหันไปสบพระเนตรของเขาอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้ก้มหัว ทั้งที่นั่นคือการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ "หากฝ่าบาททรงบริสุทธิ์ใจ เหตุใดจดหมายเหตุย้อนหลังถึงขาดหายไปในช่วงปีที่ตระกูลหลินถูกเนรเทศ? และเหตุใด... ลายพระหัตถ์ที่ประทับตราลับบนพระราชโองการสั่งประหารครั้งนั้น จึงมีรอยหมึกที่คุ้นตาของท่านกุ้ยเฟยประทับเคียงอยู่?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ฮ่องเต้เฉินหยวนขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้านาง เขาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูด้วยถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของเฟยหลันพังทลายลงในพริบตา "เจ้าอยากรู้ความจริงมากใช่หรือไม่? ได้... หากเจ้าต้องการแลกชีวิตเพื่อมัน ข้าจะบอกให้..." พระองค์เว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง "คนที่ออกคำสั่งให้ตัดต้นตระกูลหลิน มิใช่กุ้ยเฟย... แต่เป็นตัวข้าเอง... และที่ข้าเก็บเจ้าไว้ในวังหลังมาจนถึงวันนี้ ก็เพราะข้าต้องการดูว่า... ในวันที่เจ้าล่วงรู้ความจริงทั้งหมด เจ้าจะใช้มีดเล่มเดิมที่เจ้าซ่อนไว้ในแขนเสื้อนั่น แทงหัวใจข้า หรือแทงหัวใจตนเองกันแน่!" เฟยหลันตัวแข็งทื่อ มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำมีดสั้นไว้แน่นจนสั่นสะท้าน เธอคิดว่านางเป็นคนกุมชะตาชีวิตของผู้อื่น แต่กลับกลายเป็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกคนคนนี้ขยับเดินบนกระดานแห่งความแค้นมาโดยตลอด "ฝ่าบาท..." นางเค้นเสียงออกมาจากลำคอ ฮ่องเต้เฉินหยวนยืดตัวตรงขึ้น สายพระเนตรที่มองนางเปลี่ยนไป มันมิใช่ความรักหรือความลุ่มหลง แต่มันคือแววตาของผู้ล่าที่กำลังชมดูเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่ในกรงขังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยมือตนเอง "นางกำนัล..." ฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ "คุมตัวเฟยหลันไปที่ห้องขังใต้ดิน... คืนนี้ ข้าจะลงไปตัดสินโทษนางด้วยตัวเอง" เมื่อทหารองครักษ์เข้าควบคุมตัวนาง เฟยหลันไม่ได้ขัดขืน แววตาของนางที่มองสบพระเนตรฮ่องเต้เปลี่ยนไปจากความแค้นกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด ฮ่องเต้เฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากของนาง ขณะที่นางกำลังจะถูกลากตัวออกไป นางก็หยุดก้าวและหันกลับมามองฮ่องเต้ด้วยสายตาที่ท้าทาย "ฝ่าบาทเพคะ... ขอบพระทัยที่ทรงเฉลยความลับนี้ เพราะสิ่งที่ฝ่าบาททรงลืมไป คือคนที่จะล้มบัลลังก์ได้ มิใช่คนที่ถือมีดอยู่ในมือ... แต่เป็นคนที่ตายไปแล้วอย่างหมดสิ้นความหวังต่างหาก" นางกระซิบสั้นๆ ก่อนที่ประตูนรกของวังหลังจะปิดลงทิ้งให้ฮ่องเต้ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหลังเพียงลำพัง ทันใดนั้น เงาร่างในชุดดำสนิทสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืดของเพดาน พร้อมกับอาวุธลับที่พุ่งตรงไปยังหัวใจของฮ่องเต้ในจังหวะที่พระองค์ทรงเผลอที่สุด! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฟยหลันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนะคะ ไป๋เหลียนฮวาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%