“วางถ้วยชาลงเสีย แล้วหันมาสบตาข้า...”
น้ำเสียงของฮ่องเต้เฉินหยวนเรียบเฉย ทว่ากลับสั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท หลินเฟยหลันชะงักมือนิ่งสนิท ปลายนิ้วเรียวที่กำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ เสียงกังวานเบาหวิวของก้นถ้วยกระทบโต๊ะราวกับเสียงระฆังเตือนภัยที่ดังก้องอยู่ในความเงียบงันของตำหนักอักษร
นางค่อยๆ หันกายกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดิน สายตาของเขาเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายไฟแห่งความระแวงที่จ้องจะแผดเผานางให้มอดไหม้
“ฝ่าบาทตรัสเรื่องอันใดหรือเพคะ? หม่อมฉันเพียงแค่มาถวายการปรนนิบัติอ่านฎีกาตามหน้าที่ เหตุใดจึงมีวาจาแปลกหูเช่นนี้”
หลินเฟยหลันคลี่ยิ้มบางเบา เป็นยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว ฮ่องเต้เฉินหยวนก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นอายของกำยานและบุรุษสูงศักดิ์โอบล้อมนางไว้ เขาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น มิใช่เพื่อทะนุถนอม แต่เพื่อกักขัง
“อย่าได้เล่นลิ้นกับข้า! บันทึกของราชเลขาฯ ที่ถูกไฟไหม้ไปเมื่อสิบปีก่อน วันนี้มันกลับปรากฏขึ้นในห้องลับของเจ้า...” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบนใบหน้าของนาง “เจ้าชื่อ ‘หลินเฟยหลัน’ จริงหรือ? หรือว่าเจ้าเป็นเพียงเศษซากที่รอดชีวิตจากตระกูลกบฏที่ข้าเคยสั่งกวาดล้างจนสิ้นซาก!”
หัวใจของเฟยหลันกระตุกวูบ แต่นางกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและเย้ยหยัน “ตระกูลกบฏงั้นหรือเพคะ? ฝ่าบาท... หากพระองค์ทรงเชื่อในบันทึกที่เขียนขึ้นโดยผู้ที่ต้องการกำจัดเสี้ยนหนามอย่างกุ้ยเฟยมากกว่าหัวใจของพระองค์เอง เช่นนั้นหม่อมฉันก็คงเป็นกบฏในสายตาพระองค์ไปตลอดกาล”
“เจ้ากล้า!”
“หม่อมฉันกล้า เพราะหม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะเสียอีกแล้ว” นางโน้มตัวเข้าหาเขาอย่างท้าทาย แววตาดื้อรั้นสะท้อนภาพใบหน้าของชายผู้ทรงอำนาจ “พระองค์ทรงรู้ดีแก่ใจว่าเหตุใดตระกูลของหม่อมฉันจึงต้องล่มสลาย หากไม่เพราะอำนาจที่มากเกินไปจนกลายเป็นภัยต่อบัลลังก์ พระองค์หรือจะยอมให้พวกเขาตายเพียงเพราะคำใส่ร้ายของสตรีโฉดเพียงคนเดียว!”
เฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่กำข้อมือนางเริ่มคลายออก แต่ประกายตาที่วาวโรจน์กลับไม่ได้ลดลง “เจ้ายอมรับแล้วสินะว่าเจ้าคือคนของตระกูลนั้น”
“หม่อมฉันเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า ในบันทึกเล่มนั้น... พระองค์ได้อ่านหน้าสุดท้ายแล้วหรือยัง?”
เฟยหลันอาศัยจังหวะที่เขาชะงักไป เอื้อมมือหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ มันคือบันทึกเล่มที่เขากำลังตามหา แต่มันไม่ใช่บันทึกกบฏอย่างที่เขาเข้าใจ มือของนางค่อยๆ เปิดหน้ากระดาษที่กรอบเกรียมด้วยไฟจนเกือบเป็นเถ้าถ่าน
“นี่คือลายมือของเสด็จพ่อของฝ่าบาท ก่อนที่เขาจะสวรรคตเพียงสามวัน...”
นิ้วเรียวชี้ไปยังข้อความที่เขียนด้วยอักษรสีชาดที่เริ่มเลือนราง ฮ่องเต้เฉินหยวนก้มลงมอง แววตาที่เคยแข็งกร้าวพลันสั่นระริก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อไล่สายตาอ่านสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในหน้ากระดาษแผ่นนั้น
*‘ความลับที่ข้าฝังไว้ใต้บัลลังก์เลือด มิใช่การกบฏของตระกูลหลิน แต่คือราชโองการที่ข้าถูกบังคับให้ลงนามโดยสนมที่ข้าหลงผิด...’*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนักราวกับกาลเวลาหยุดหมุน เฉินหยวนถอยหลังกรูดราวกับถูกอาวุธร้ายทิ่มแทงเข้าที่กลางอก เขาไม่เคยรู้... ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตลอดเวลาที่เขาไล่ล่ากวาดล้างตระกูลหลิน เขาไม่ได้กำลังทำเพื่อความสงบของแผ่นดิน แต่เขากำลังทำตามแผนการของหญิงที่เขารักและไว้ใจที่สุด
“เป็นไปไม่ได้...” เขาพึมพำ ใบหน้าคมสันซีดเผือด “นาง... นางทำเพื่อข้ามาโดยตลอด”
“นางทำเพื่อ ‘บัลลังก์’ ของพระองค์ต่างหากเพคะ” เฟยหลันก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้เป็นนางที่เป็นฝ่ายคุกคาม “พระองค์ทรงเห็นตัวตนที่แท้จริงของ ‘หงส์’ ที่เคียงข้างพระองค์แล้วหรือยัง? หรือจะต้องให้หม่อมฉันงัดหลักฐานชิ้นที่สองออกมาเสียก่อน พระองค์ถึงจะยอมตื่นจากฝันร้ายนี้?”
ขณะที่ฮ่องเต้ยังคงยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ร่างระหงในชุดสีเพลิงของสนมกุ้ยเฟยปรากฏขึ้นที่หน้าประตู นางแย้มยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าในมือกลับถือกระบี่สั้นที่คมกริบ พร้อมกับเหล่าองครักษ์เงาที่กรูเข้ามาล้อมรอบตำหนักไว้จนมิด
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันได้ยินมาว่ามี ‘หนูสกปรก’ แอบเข้ามาในห้องลับของพระองค์ จึงรีบมาจัดการให้เด็ดขาดเพคะ” สนมกุ้ยเฟยกวาดสายตามองทั้งสองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ก่อนจะหยุดสายตาที่เฟยหลัน “ดูท่าว่า... ความลับที่ถูกฝังไปสิบปี จะถูกขุดขึ้นมาให้ฝุ่นฟุ้งกระจายเสียแล้วสินะหลินเฟยหลัน”
เฉินหยวนหันกลับไปมองหญิงสาวที่เขาเคยรักสุดหัวใจ ก่อนจะเบนสายตากลับมามองหญิงสาวที่เขาเคยคิดจะฆ่าให้ตายในวันนี้ แสงเทียนที่วูบไหวในตำหนักสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นของเฟยหลัน นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้... คือสิ่งที่นางเฝ้ารอมาตลอด
“เชิญเลยเพคะกุ้ยเฟย... เพราะวันนี้ ความจริงจะมิใช่เพียงแค่รอยหมึกบนกระดาษ แต่มันจะเป็นเลือดที่หลั่งรินเพื่อล้างมลทินให้ตระกูลของหม่อมฉัน!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการล้างแค้นของเฟยหลันนะคะ ไป๋เหลียนฮวายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ทุกท่านไปเปิดเผยค่ะ!
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 13
ร่องรอยในบันทึก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!