"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าข่าวลือเรื่อง 'ตราประทับลับ' ที่ข้าปล่อยออกไปนั้น จะไปถึงหูกุ้ยเฟยภายในคืนนี้?"
เสียงหวานใสของหลินเฟยหลันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องหนังสือส่วนตัว กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่เริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของสายลมยามค่ำคืน นางวางพู่กันในมือลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่ในมุมมืด
"หม่อมฉันดำเนินการตามแผนทุกประการเพคะ ข่าวนี้ถูกปล่อยผ่านนางกำนัลที่เป็นสายลับของกุ้ยเฟยในโรงซักล้าง พวกนางกระหายใคร่รู้เรื่องราวในตำหนักเย็นเป็นทุนเดิม ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจสั่งการลับของฝ่าบาท... กุ้ยเฟยย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปเฉยๆ แน่นอน"
เฟยหลันยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือยิ้มของผู้ที่กุมหมากเกมนี้ไว้ในมือทั้งหมด "ดี... หากนางเชื่อว่าข้าได้ครอบครองหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะล้างมลทินให้ตระกูลหลินได้ คืนนี้คนของนางจะต้องเคลื่อนไหว"
ในวังหลัง... ความเงียบไม่ใช่เครื่องหมายของความสงบ แต่เป็นเครื่องหมายของพายุที่กำลังจะก่อตัว
หลินเฟยหลันลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก นางมองออกไปเห็นแสงตะเกียงจากตำหนักกุ้ยเฟยที่ยังคงสว่างไสวผิดปกติ นางรู้ดีว่าสตรีผู้นั้นกำลังกระวนกระวาย กุ้ยเฟยไม่ได้กลัวความตาย แต่สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือการสูญเสีย 'บัลลังก์' ที่นางเอาเลือดแลกมา
เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าเบาหวิวของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนักของนาง เฟยหลันขยับตัวเข้าสู่ความมืดมิดของฉากกั้นไม้ฉลุ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นจากการกระโดดข้ามกำแพงเข้ามาอย่างอุกอาจ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร
'หน่วยสังหารเงาของกุ้ยเฟย'
หลินเฟยหลันกระชับมีดสั้นเล่มเล็กในแขนเสื้อแน่น สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้าที่กำลังรื้อค้นข้าวของบนโต๊ะทรงพระอักษรของนาง ราวกับกำลังตามหาจดหมายหรือตราประทับที่นางกุเรื่องขึ้น
ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง!
"ตรวจค้นให้ทั่ว! หากไม่พบตราประทับนั้น ก็อย่าได้คิดกลับไปให้กุ้ยเฟยเห็นหน้า!" เสียงคำสั่งเข้มงวดของนางกำนัลคนสนิทของกุ้ยเฟยดังขึ้น นางคือ 'หลิวอี๋' ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์ต่อกุ้ยเฟยจนยอมทำเรื่องเลวร้ายได้ทุกอย่าง
เฟยหลันหายใจเข้าลึกๆ จังหวะหัวใจของนางเต้นสม่ำเสมอราวกับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก นางก้าวออกมาจากฉากกั้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศอันมืดมน
"ยามวิกาลเช่นนี้ ตำหนักของข้าดูเหมือนจะเป็นที่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญมากเกินไปกระมัง?"
หลิวอี๋ชะงัก สายตาที่เคยมั่นใจกลับวูบไหวเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่สงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึกของเฟยหลัน "สนมหลิน... ท่านคงไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ เรื่อง 'ตราประทับ' นั่น หากท่านรู้จักฉลาดพอก็ควรส่งมอบให้กุ้ยเฟยเสียแต่โดยดี ก่อนที่ท่านจะไม่มีโอกาสได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้"
เฟยหลันหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา "กุ้ยเฟยส่งเจ้ามาด้วยเรื่องเพียงแค่นี้หรือ? น่าผิดหวังนัก... พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข่าวลือที่ข้าปล่อยออกไปนั้นเป็นความจริง? ถ้าข้ามีสิ่งนั้นอยู่กับตัวจริงๆ คิดหรือว่าข้าจะเก็บมันไว้ในที่ที่ข้าเพิ่งทำความสะอาดเสร็จไปเมื่อครู่?"
หลิวอี๋หน้าซีดเผือด นางเริ่มตระหนักว่านี่อาจเป็นกลลวง
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..."
"หมายความว่า... ตราประทับนั่นไม่มีอยู่จริง" เฟยหลันเดินเข้าไปใกล้หลิวอี๋ สายตานางดุดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลัง "แต่สิ่งที่ข้ามี คือบันทึกการโอนเงินของสกุลกุ้ยที่ส่งให้ขุนนางฝ่ายทหารต่างหาก และดูเหมือนว่า... ในขณะที่พวกเจ้ากำลังวุ่นวายกับการค้นหา 'สิ่งลวงโลก' ในตำหนักของข้า ฝ่าบาทก็น่าจะกำลังทอดพระเนตรหลักฐานเหล่านั้นอยู่ในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์แล้ว"
สีหน้าของหลิวอี๋เปลี่ยนไปทันที นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกม แต่เป็นการฆ่ากันให้ตาย!
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของทุกคนในวังหลวง
"ใครอนุญาตให้พวกเจ้าบุกเข้ามาในตำหนักของสนมหลินยามวิกาลเช่นนี้?"
ฮ่องเต้เฉินหยวนก้าวเข้ามาในห้อง พระพักตร์ที่เคยราบเรียบกลับดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง เฟยหลันรีบทรุดตัวลงคุกเข่าทันที แต่ในใจนางกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
ฮ่องเต้หยุดยืนตรงหน้าเฟยหลัน ก่อนจะชำเลืองมองกลุ่มนักฆ่าที่ยังคงยืนแข็งทื่อ ทรงหยิบม้วนกระดาษฉบับหนึ่งขึ้นมาจากแขนเสื้อแล้วสะบัดไปที่พื้นต่อหน้าหลิวอี๋
"เจ้าบอกกุ้ยเฟยของเจ้าด้วย... ว่าข้าไม่ได้ต้องการเห็นตราประทับ แต่ข้าต้องการเห็น 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความจงรักภักดีจอมปลอม"
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฮ่องเต้กำลังจะหันไปสั่งจับกุมคนเหล่านั้น หลินเฟยหลันกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
รอยยิ้มที่มุมปากของหลิวอี๋... ไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือยิ้มแห่งผู้ที่กำลังจะได้รับชัยชนะในวินาทีสุดท้าย!
หลิวอี๋ชักมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว มิใช่เพื่อแทงเฟยหลัน แต่เพื่อแทงตัวนางเอง! ก่อนจะล้มลงไป หลิวอี๋ก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าและเปี่ยมด้วยพิษร้าย "กุ้ยเฟยไม่ได้ส่งข้ามา... เพื่อหาตราประทับ... แต่เพื่อ... สังหารท่านในฐานะผู้ชิงบัลลังก์... ด้วยวิธีที่แยบยลที่สุด..."
ฉับพลันนั้นเอง กลิ่นอายของความตายก็อบอวลไปทั่วห้อง ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังฮ่องเต้กลับชักดาบออกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ปลายดาบมิได้หันไปหานักฆ่า แต่หันมาทางหลินเฟยหลันและองค์ฮ่องเต้!
"ฝ่าบาท... พวกเราได้รับคำสั่งมาว่า... ท่านถูกสนมหลินล่อลวงให้กบฏ!"
เฟยหลันเบิกตากว้าง แผนการของนางที่วางไว้ซ้อนกันถึงสามชั้น บัดนี้กลับถูกกุ้ยเฟยแก้ทางด้วยกลลวงที่เหนือกว่า... กลลวงที่เปลี่ยนนางให้กลายเป็น 'กบฏ' โดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว
ความตายอยู่ตรงหน้า ในขณะที่คนรักและศัตรูกลับยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน!
ไป๋เหลียนหวาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในบทนี้ และอย่าลืมติดตามกันต่อว่าเฟยหลันจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้ได้อย่างไรในตอนหน้าค่ะ!
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 8
กลลวงซ้อนกล
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!