“หากเจ้าต้องการมีชีวิตรอดในวังหลังแห่งนี้ การเลือกข้างก็เปรียบเสมือนการเลือกหลุมฝังศพของตนเอง จำใส่ใจไว้ให้ดี สนมกุ้ยเฟยนั้นไม่ได้มองหาคนจงรักภักดี แต่นางมองหา ‘เบี้ย’ ที่ใช้งานได้และพร้อมจะถูกทิ้งได้ทุกเมื่อ”
เสียงกระซิบของหลินเฟยหลันราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในตำหนักร้างหลังวัง นางวางถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดลงบนโต๊ะไม้ผุพัง สายตาจับจ้องไปยังสตรีเบื้องหน้า—สนมขั้นต่ำ ‘เฉินจื่อรั่ว’ ผู้ซึ่งกำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เฉินจื่อรั่วเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววสับสน “แต่ข้า… ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเพคะ กุ้ยเฟยขู่จะจัดการครอบครัวของข้า หากข้าไม่ยอมส่งข่าวเรื่องที่ฝ่าบาทเสด็จมาหาท่านเมื่อคืนนี้”
เฟยหลันเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ข่าวลือในวังหลังแพร่กระจายเร็วกว่าฝีดาษเสมอ เจ้าคิดหรือว่ากุ้ยเฟยไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น นางแค่ต้องการ ‘หลักฐาน’ จากปากเจ้าเพื่อจะถอนรากถอนโคนข้าด้วยข้อหาคบชู้… เฉินจื่อรั่ว เจ้าอยากเป็นเพียงฝุ่นผงใต้เท้าคนอื่นไปตลอดชีวิต หรืออยากจะยืนเคียงข้างข้าเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเจ้า?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่คลายออก เฉินจื่อรั่วชะงักไป ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตา เฟยหลันไม่เร่งเร้า นางเพียงแต่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับรอยหยดน้ำชาบนโต๊ะอย่างใจเย็น ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย
“ท่าน… ท่านจะทำอย่างไร หากกุ้ยเฟยรู้ว่าข้าหักหลังนาง?”
“กุ้ยเฟยมีสายตาที่มองเห็นทุกอย่างในวังก็จริง แต่คนที่มองเห็น ‘ความลับ’ ของนางมีเพียงข้า” เฟยหลันขยับกายเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยจากตัวนางทำให้อีกฝ่ายเผลอกลั้นหายใจ “ข้ามีวิธีที่ทำให้จดหมายลับที่เจ้าต้องส่งให้นาง กลายเป็นยาพิษร้ายแรงที่ย้อนกลับไปทำลายชีวิตนางเอง เจ้าเพียงแค่ต้องทำตามที่ข้าบอก และอย่าได้แสดงพิรุธใดๆ ออกมาเป็นอันขาด”
การเจรจาจบลงด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวของเฉินจื่อรั่ว เฟยหลันมองตามร่างที่จากไปอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกสมเพชปนสมน้ำหน้า วังหลังคือสมรภูมิที่ไม่มีเสียงปืน มีเพียงความไว้วางใจที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธสังหาร
ทว่า ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้ฉลุ เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินทำให้เฟยหลันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางก็มิได้หันกลับไปมอง เพราะทราบดีว่าใครคือเจ้าของเงานั้น
“เจ้าช่างน่ากลัวจริงๆ เฟยหลัน” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น
หลินเฟยหลันคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขัดกับสถานะฮ่องเต้ผู้เงียบขรึม “การอยู่ในวังหลวง หากไม่น่ากลัวเสียบ้าง หม่อมฉันคงกลายเป็นศพที่ฝังอยู่ใต้แปลงดอกไม้ไปนานแล้วเพคะ ฝ่าบาท”
ฮ่องเต้เฉินหยวนก้าวเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงหนึ่งคืบ พระองค์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ “เจ้ารวบรวมพรรคพวกเพื่อโค่นล้มกุ้ยเฟย หรือเพียงเพื่อสร้างอำนาจให้ตนเองกันแน่?”
“สิ่งใดที่ฝ่าบาททรงมองเห็น ก็ย่อมเป็นสิ่งนั้นเพคะ” เฟยหลันตอบโต้โดยไม่ลดละสายตา “แต่มีสิ่งหนึ่งที่หม่อมฉันอยากจะทูล… ในกระดานหมากนี้ ใครก็ตามที่คิดว่าตนเองเป็นผู้เล่น มักจะลืมไปว่าบนกระดานยังมีหมากที่พร้อมจะพลิกเกมได้เสมอ”
เฉินหยวนแค่นหัวเราะในลำคอ พระองค์ยื่นมือไปเชยคางหญิงสาวขึ้นอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วทำให้เฟยหลันขนลุกซู่ ทว่าใบหน้ายังคงนิ่งเฉยดุจหินผา
“เจ้ากล้าขู่ข้าหรือ? รู้หรือไม่ว่าโทษของการคิดคดต่อบัลลังก์คือสิ่งใด?”
“หม่อมฉันไม่กล้าคิดคด แต่หม่อมฉันกลัวเหลือเกินว่า หากฝ่าบาทไม่ทรงระวังพระองค์ให้ดี ความไว้วางใจที่พระองค์มอบให้กุ้ยเฟยนั้น วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นดาบที่ปักลงบนพระหทัยของพระองค์เอง”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น ฮ่องเต้ชะงักไป คำพูดของนางมิได้เป็นเพียงคำเตือน แต่มันคือการแทงใจดำถึงสถานการณ์ที่พระองค์กำลังเผชิญกับเหล่าขุนนางฝ่ายสนมกุ้ยเฟยที่เริ่มแผ่อำนาจเกินขอบเขต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าขององครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้เลือดในกายของเฟยหลันเย็นเฉียบ
“กุ้ยเฟยเสด็จ! นางกำลังมาที่นี่พร้อมกับเหล่าขันทีและองครักษ์!”
เฟยหลันหันกลับไปมองประตูที่ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของสตรีผู้เลอโฉมในชุดสีแดงฉานก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบไม่ใช่การปรากฏตัวของกุ้ยเฟย—หากแต่เป็นร่างของเฉินจื่อรั่วที่ถูกลากเข้ามาโดยทหาร ในสภาพสะบักสะบอมและมีจดหมายลับอยู่ในมือของกุ้ยเฟย!
กุ้ยเฟยฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะชูจดหมายนั้นขึ้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ดูเหมือนว่าวันนี้ เราจะได้จัดงานศพให้สตรีใจกล้าสักคนแล้วสินะ... หลินเฟยหลัน เจ้าพร้อมจะไปสู่สุขคติแล้วหรือยัง?”
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับก้าวเดินที่แสนอันตรายของเฟยหลันนะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 6
รอยร้าวในความสามัคคี
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!