กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งตัดกับกลิ่นกำยานราคาแพงภายในตำหนักหลันชุ่ยนั้นช่างบาดจมูกยิ่งนัก หลินเฟยหลันยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่ร่างไร้วิญญาณของนางกำนัลผู้นั้น แต่จดจ้องไปที่ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยของสนมกุ้ยเฟย ซึ่งกำลังกำชายแขนเสื้อปักลายหงส์ทองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"เจ้าคิดว่า... นางตายเพราะเหตุใดหรือ เฟยหลัน?"
สุ้มเสียงของกุ้ยเฟยหวานหูประหนึ่งเสียงกระดิ่งกังวานทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่ในสำลี นางค่อยๆ หันใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศมาสบตาเฟยหลัน แววตาคู่นั้นมิได้มีความโศกเศร้าแม้เพียงเสี้ยว กลับมีเพียงความเย็นชาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทาง
เฟยหลันขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาความจริงใจไม่ได้พอๆ กับเจ้าของตำหนัก "หม่อมฉันเป็นเพียงนางในชั้นต่ำ ย่อมไม่มีความรู้เรื่องพิษร้ายที่ทำให้นางกำนัลต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเช่นนี้หรอกเพคะกุ้ยเฟย ทว่า... ถ้วยน้ำแกงใบนั้น หากจำไม่ผิด ดูเหมือนจะเป็นของที่พระสนมประทานให้หม่อมฉันด้วยพระองค์เองมิใช่หรือเพคะ?"
คำตอบที่กล้าหาญผิดคาดทำเอาเหล่าขันทีและนางกำนัลในห้องถึงกับกลั้นหายใจ บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นมาทันที กุ้ยเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาเฟยหลันช้าๆ ทุกย่างก้าวของนางดูสง่างามดั่งนางพญาที่กำลังเดินชมสวน แต่ทว่าในแววตากลับฉายชัดถึงความต้องการจะต้อนเหยื่อให้จนมุม
"เจ้ากล้าดีนักที่ย้อนถามข้า" กุ้ยเฟยกระซิบใกล้ใบหูของเฟยหลัน กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นจากกายกุ้ยเฟยช่างชวนสะอิดสะเอียนสำหรับเฟยหลันในยามนี้ "ในวังหลวงแห่งนี้ ใครมีชีวิตอยู่ ใครตายไป ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... เจ้าควรจะขอบคุณข้าที่ทำให้ถ้วยน้ำแกงนั้นเปลี่ยนเป้าหมายไปสู่คนโง่เขลาที่ไม่รู้จักเจียมตัวเช่นนางแทนที่จะเป็นเจ้า"
เฟยหลันยังคงรักษาความสงบทางสีหน้าได้อย่างแนบเนียน แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว กุ้ยเฟยไม่ได้เพียงแค่ต้องการกำจัดนาง แต่นางกำลังประกาศสงครามด้วยการสังหารคนของตนเองเพื่อข่มขวัญ หากวันนี้เฟยหลันก้มหัวยอมสยบ อีกฝ่ายย่อมได้ใจ หากนางแข็งขืนเกินไป การสูญเสียอาจไม่จบเพียงแค่นางกำนัลหนึ่งคน
"หม่อมฉันน้อมรับความเมตตาของพระสนมเพคะ" เฟยหลันก้มศีรษะลงเล็กน้อย แต่ดวงตาที่เงยขึ้นกลับจ้องมองกุ้ยเฟยอย่างไม่ลดละ "แต่ความเมตตาที่มาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้ หากหม่อมฉันโชคร้ายรับไว้ไม่หมด เกรงว่าคนที่จะต้องหาคำอธิบายต่อหน้าฝ่าบาท อาจจะไม่ใช่หม่อมฉันคนเดียวกระมังเพคะ"
กุ้ยเฟยชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ นางรู้ดีว่าเฟยหลันไม่ได้พูดเกินจริง ข่าวเรื่องนางกำนัลเสียชีวิตในตำหนักกุ้ยเฟยย่อมแพร่กระจายไปถึงหูฮ่องเต้เฉินหยวนในไม่ช้า และหากการสืบสวนพบว่าพิษมาจากห้องเครื่องที่อยู่ภายใต้การดูแลของนาง อำนาจที่นางสะสมมานานย่อมสั่นคลอน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากหน้าตำหนัก
"เกิดเรื่องอันใดขึ้นที่นี่!"
ร่างสูงโปร่งในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองก้าวเข้ามา ฮ่องเต้เฉินหยวนปรากฏกายขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง สายตาที่คมกริบของพระองค์กวาดมองร่างไร้วิญญาณบนพื้น ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของเฟยหลันที่ยังคงความนิ่งสงบ
กุ้ยเฟยรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นความตื่นตระหนกและโศกเศร้าทันที "ฝ่าบาท! หม่อมฉัน... หม่อมฉันกำลังจะนำน้ำแกงมาให้เฟยหลันตามความประสงค์ของพระองค์ แต่ไม่คิดว่านางกำนัลผู้นี้จะแอบลอบวางยาพิษในน้ำแกงเพื่อหมายสังหารเฟยหลัน พอนางเห็นว่าความแตก จึงดื่มยาพิษฆ่าตัวตายหนีความผิดเพคะ!"
คำลวงอันแยบยลที่โยนความผิดให้คนตายทันที เฟยหลันแทบอยากจะปรบมือให้กับความหน้าไม่อายนี้ แต่ในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากแก้ต่าง แรงบีบที่ต้นแขนจากมือหนาของฮ่องเต้ที่เดินมาถึงตัวนางก็ทำให้คำพูดเหล่านั้นติดอยู่ที่ลำคอ
"เจ้า... เป็นอย่างไรบ้าง เฟยหลัน?" น้ำเสียงของเฉินหยวนเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่จับจ้องเฟยหลันกลับมีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่
"หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะฝ่าบาท" เฟยหลันตอบพลางสบตาพระองค์ พยายามอ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมนั้น ทว่าสิ่งที่นางเห็นกลับเป็นเพียงความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง
"ดี" เฉินหยวนหันไปสั่งการขันทีข้างกายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "นำตัวกุ้ยเฟยไปกักบริเวณที่ตำหนักเงียบตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จนกว่าการสอบสวนเรื่องพิษจะกระจ่าง ส่วนเจ้า... เฟยหลัน ตามข้ามาที่ห้องทรงอักษร มีบางเรื่องที่ข้าต้อง 'สอบถาม' เจ้าเป็นการส่วนตัว"
กุ้ยเฟยเบิกตากว้าง ความมั่นใจมลายหายไปสิ้น นางไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะลงโทษนางอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือการที่เขาเลือกจะดึงตัวเฟยหลันเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่ลับที่สุด
เฟยหลันก้าวตามหลังฮ่องเต้ไปโดยไม่หันกลับไปมองกุ้ยเฟยอีก ทว่าในขณะที่นางเดินผ่านบานประตูใหญ่ ลมเย็นวูบหนึ่งก็พัดผ่านทำให้นางสะดุ้งสุดตัว นางรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ สายตาที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบยิ่งกว่ากุ้ยเฟยหลายเท่า
เมื่อก้าวเข้ามาถึงห้องทรงอักษร ฮ่องเต้เฉินหยวนก็ปิดประตูลงสนิทด้วยมือตนเอง ก่อนจะเดินกลับมาเผชิญหน้ากับนางในระยะประชิดจนเฟยหลันได้กลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวพระองค์ พระองค์โน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นรดใบหน้านาง
"เจ้าฉลาดนักเฟยหลัน" พระองค์กระซิบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและอันตราย "แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... ว่าในเกมนี้ ผู้เล่นที่ฉลาดที่สุด มักจะเป็นรายต่อไปที่ต้องถูกกำจัด... ไม่ใช่ด้วยยาพิษหรอกนะ แต่ด้วย 'ความจริง' ที่เจ้าเพิ่งค้นพบ"
พระองค์หยิบม้วนกระดาษฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะไม้จันทน์มังกร เมื่อเฟยหลันก้มลงมองเนื้อหาในนั้น หัวใจของนางก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ รายชื่อบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น 'กบฏ' ในเอกสารฉบับนี้... คือรายชื่อสมาชิกในตระกูลของนางที่ถูกประหารไปเมื่อสามปีก่อน!
"เหตุใด... สิ่งนี้ถึงมาอยู่ในมือฝ่าบาท" นางถามเสียงสั่น ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา
เฉินหยวนแค่นยิ้มที่มุมปาก "เพราะข้าเป็นคนสั่งฆ่าพวกมันเองอย่างไรเล่า... และตอนนี้ เจ้าก็คือคนสุดท้ายที่กุมความลับเรื่องนี้ไว้"
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นจนลืมหายใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 5
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!