กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นเสียยิ่งกว่ากลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ในตำหนักชิงหลัน
หลินเฟยหลันไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งหมากที่นางบรรจงวางแผนอย่างรอบคอบมาแรมเดือน จะถูกดีดกระเด็นตกกระดานด้วยวิธีที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ ร่างไร้ลมหายใจของ 'อิงอิง' นางกำนัลคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน ทรุดฮวบอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้เฉินหยวน เลือดสีแดงฉานตัดกับพรมปักลายหงส์สีทองอร่ามอย่างน่าอนถลด
ดวงตาของอิงอิงเบิกกว้าง คล้ายยังมีความหวาดกลัวและคำถามที่ไม่อาจเอ่ยเอื้อนค้างคาอยู่ภายใน ความตายมาเยือนรวดเร็วเกินกว่าจะทันได้กรีดร้องขอชีวิต รอยเขียวช้ำรอบลำคอระหงบ่งบอกชัดเจนว่านางถูกปลิดชีพด้วยฝีมือของมือสังหารผู้ฝึกยุทธมาอย่างโชกโชน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือสถานที่เกิดเหตุกลับเป็นห้องพระเครื่องส่วนพระองค์ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามา
“เจ้ามีคำอธิบายใดอีกหรือไม่… สนมหลิน”
พระสุรเสียงของเฉินหยวนแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนพองสยองเกล้า พระองค์มิได้ทอดพระเนตรศพเบื้องพระบาท แม้แต่หางตาก็ไม่ชายแล แต่ดวงเนตรคมกริบที่มุ่งตรงมายังเฟยหลันกลับเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนความเคียดแค้นอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดลอบแทงข้างหลัง
เฟยหลันนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวดรัมศึก แต่ภายนอกนางกลับบังคับให้เรียวปากซีดเซียวเม้มเข้าหากันอย่างเยือกเย็น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก
“ฝ่าบาท… หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ” สุ้มเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคง หนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในความเงียบงันของตำหนัก
“ใส่ร้าย?” เฉินหยวนแค้นหัวร่อในลำคอ พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของโอรสสวรรค์ทาบทับร่างระหงของนางจนมืดมิด “ในมือของนางกำนัลสัตย์ซื่อผู้นี้ กำตราหยกประจำตัวของเจ้าเอาไว้แน่นหนา ป้ายหยกสลักลายหงส์คู่ที่ข้าเป็นผู้ประทานให้ด้วยมือของตัวเอง… เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไรว่ามันไปอยู่ในมือของคนที่ตายอยู่ในห้องพระเครื่องของข้า!”
ป้ายหยก…
เฟยหลันหลุบตาลงมองมือเรียวที่ว่างเปล่าของตน ป้ายหยกประจำตัวที่นางเก็บไว้ในถุงหอมข้างกายตั้งแต่เมื่อคืน บัดนี้กลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวนางไว้แน่นหนาอย่างไร้ทางดิ้นรหล หลุมพรางนี้ถูกขุดไว้รออยู่ก่อนแล้ว และผู้ที่ผลักนางตกลงไปก็ช่างเลือดเย็นเสียเหลือเกิน
“หม่อมฉัน… ทำหายเพคะ” เฟยหลันเลือกที่จะตอบตามจริง แม้จะรู้ว่ามันฟังดูไร้น้ำหนักเพียงใดในสถานการณ์เช่นนี้
“หายงั้นหรือ? ช่างเป็นคำแก้ตัวที่สะดวกสบายเสียจริง!” เฉินหยวนก้าวเข้ามาประชิด พระองค์ยื่นพระหัตถ์มาบีบคางฉัตรของนางไว้แน่น แรงอารมณ์บีบเค้นจนผิวเนื้อนวลเนียนขึ้นรอยแดงก่ำ “เฟยหลัน ข้าเคยคิดว่าเจ้าแตกต่างจากสตรีอื่นในวังหลังแห่งนี้ เจ้ามีความฉลาด มีความทะเยอทะยานที่คู่ควรแก่การเคียงบัลลังก์ แต่ที่แท้… เจ้าก็เป็นเพียงงูพิษที่รอเวลาฉกกัดข้าเท่านั้น!”
ความเจ็บปวดที่คางไม่ได้เศษเสี้ยวของความเจ็บปวดในใจ นางไม่ได้หวาดกลัวความตาย แต่นางหวาดกลัวความจริงที่ว่า แผนการทั้งหมดของกุ้ยเฟยกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยที่นางยังไม่ทันได้ตั้งรับด้วยซ้ำ การตายของอิงอิงเป็นสัญญาณเตือน ว่าศัตรูในเงาไม่เพียงต้องการกำจัดคนของนาง แต่ต้องการตัดแขนตัดขาเพื่อให้นางกลายเป็นนกปีกหักที่รอวันถูกเชือด
“หากหม่อมฉันเป็นงูพิษจริง ป่านนี้ฝ่าบาทคงไม่ยืนสนทนากับหม่อมฉันเช่นนี้หรอกเพคะ” เฟยหลันเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ ทอประกายตาดุดันและทระงانيةไม่ยอมแพ้ แม้หยาดน้ำตาจะคลอหน่วยอยู่ใต้แพขนตางอนงาม แต่นางไม่อนุญาตให้มันร่วงหล่นลงมาประจานความอ่อนแอ
เฉินหยวนชะงักไปชั่วขณะ พระองค์ทอดพระเนตรความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของสตรีตรงหน้า ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในพระอก ทั้งอยากบดขยี้ร่างนี้ให้แหลกคามือ และอยากดึงเข้ามารวบกอดไว้เพื่อปกป้องจากอันตรายรอบด้าน
“บังA! กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับเรา!” พระองค์สะบัดพระหัตถ์ออกอย่างแรงจนร่างของเฟยหลันเซถอยหลังไปสองก้าว “คุมตัวสนมหลินไปกักบริเวณไว้ที่ตำหนักเย็น ห้ามผู้ใดเข้าออกเด็ดขาด จนกว่าจะมีการไต่สวนอย่างเป็นทางการ!”
สิ้นพระกระแสรับสั่ง ขันทีเฒ่าหลี่กงgong พร้อมด้วยราชองครักษ์แต่งกายชุดเกราะเต็มยศก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พวกเขาเข้าประกบซ้ายขวาอย่างไม่เกรงใจสถานะสนมเอกของนาง
เฟยหลันไม่ได้ขัดขืน นางปล่อยให้พวกเขากุมตัวไว้โดยดี ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นคาวเลือดยังคงอวลอยู่ในอากาศ แต่วินาทีที่นางหันหลังก้าวเดินออกไป สายตากลับสะดุดเข้ากับรอยเปื้อนสีดำจางๆ บนพื้นพรมใกล้กับร่างของอิงอิง
ผงถ่านจากเตาหลอมยา… และกลิ่นหอมประหลาดที่เจือจางอยู่ในอากาศ กลิ่นนี้… เป็นกลิ่นกำยานดอกอวี้หลันที่ใช้เฉพาะในตำหนักของกุ้ยเฟยเท่านั้น!
มุมปากของเฟยหลันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยันเย้ยและแรงอาฆาตมาดร้ายที่ถูกจุดขึ้นในใจ *‘คิดว่าจะกำจัดข้าได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ… เพคะกุ้ยเฟย ท่านประมาทข้าเกินไปแล้ว’*
ร่างระหงถูกนำตัวเดินผ่านทางเดินยาวของวังหลัง ลมหนาวพัดกรรโชกยามวิกาลพัดพาเอาความเหน็บหนาวเข้าสู่กระดูก แต่ความเย็นชาภายในใจกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองเพลิงสุมอยู่ ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทไร้แสงดาว ราวกับราตรีนี้จะไม่มีวันสว่างขึ้นอีก
กระทั่งเมื่อขบวนคุมตัวเดินมาถึงประตูทางแยกเข้าสู่ตำหนักเย็น แสงคบเพลิงสลัวส่องกระทบกับเงาร่างหนึ่งที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ร่างนั้นสวมชุดคลุมผ้าแพรปักลายดิ้นทองหรูหรา ใบหน้าประทินโฉมงดงามเย้ายวน แต่รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากช่างอาบยาพิษยิ่งนัก
“โอ้… น้องหญิงเฟยหลัน เหตุใดจึงมีสภาพน่าอนาถเช่นนี้เล่า?”
สนมกุ้ยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับห่วงใยนักหนา นางก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวที่มีปลอกเล็บทองคำยาวแหลมแตะที่คางของเฟยหลันเบาๆ “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่า วังหลังแห่งนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่คนไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเจ้าจะควบคุมได้ น่าเสียดายแทนนางกำนัลคนนั้นจริงๆ ที่ต้องมาตายแทนเจ้านะ…”
เฟยหลันไม่สะทกสะท้าน นางปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบเบื้องหูของกุ้ยเฟยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักกึก
“พระสนมเพคะ… ระวังว่าหยกที่ท่านขโมยไปจากศพของอิงอิง จะบาดพระIล็บจนเลือดออกเสียก่อนที่ท่านจะได้ครองบัลลังก์หงส์นะเพคะ”
กุ้ยเฟยหน้าถอดสีในพริบตา รอยยิ้มหวานหยดแข็งค้างอยู่บนใบหน้า นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง ขณะที่เฟยหลันแย้มยิ้มเยือกเย็น เดินผ่านร่างของศัตรูไปอย่างองอาจ ไม่หลงเหลือเค้าLาของความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย
ทว่า ในขณะที่ประตูกลอนเหล็กหนาหนักของตำหนักเย็นกำลังจะปิดลงเบื้องหน้านั้น เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นทำเอาทุกลมหายใจในบริเวณนั้นหยุดชะงัก
“ช้าก่อน…”
เฟยหลันชะงักกึก นางหันกลับไปมองผ่านช่องประตูที่กำลังจะปิดลง และเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งมาเยือน ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เหลียนฮวา" เสมอมานะคะ!
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 18
กลิ่นอายความตาย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!