“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่ข้าเห็นในม้วนบันทึกฉบับนี้ คือความจริงที่เจ้าต้องการ?”
น้ำเสียงของฮ่องเต้เฉินหยวนแหบพร่าราวกับคนขาดใจ แผ่นกระดาษเก่าคร่ำในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เฟยหลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของแผ่นดิน ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าดวงตาหงส์คู่สวยกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ นางไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะหยิบตราประทับตระกูลหลินที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังวางลงบนโต๊ะไม้หอมกฤษณาเสียงดัง ‘ปึก’
“หม่อมฉันใช้เวลาค่อนชีวิตในการตามหาฆาตกรที่สังหารบิดาและพี่ชายของหม่อมฉัน เพลิงผลาญจวนตระกูลหลินในคืนนั้นคือฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนจนหม่อมฉันต้องก้าวเข้าสู่กรงทองแห่งนี้... แต่สิ่งที่หม่อมฉันเพิ่งค้นพบในหอจดหมายเหตุลับกลับไม่ได้บอกว่าสนมกุ้ยเฟยคือผู้บงการอย่างที่หม่อมฉันปักใจเชื่อมาตลอด”
เฟยหลันขยับกายเข้าใกล้ สบสายตาคมกริบของเฉินหยวนอย่างไม่หลบเลี่ยง “พระองค์ทรงรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่หรือไม่เพคะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักอักษรจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น บรรยากาศบีบคั้นกดดันเสียจนข้ารับใช้เบื้องนอกต่างพากันก้มหน้าชิดพื้น เฉินหยวนวางม้วนบันทึกนั้นลงช้าๆ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความรวดร้าวที่ยากจะหยั่งถึง
“หากข้าบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นคือความจำเป็นเพื่อรักษาบัลลังก์ที่กำลังสั่นคลอน เจ้าจะยังมองข้าด้วยสายตาเช่นเดิมอยู่หรือไม่ เฟยหลัน”
“ความจำเป็นของพระองค์ คือชีวิตของคนในตระกูลข้าที่ต้องกลายเป็นเถ้าถ่านหรือเพคะ?” เฟยหลันแค่นยิ้ม หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้คลออยู่ที่หน่วยตา “หม่อมฉันวางแผนทำลายสนมกุ้ยเฟยด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี ขัดขวางการเมือง เดินหมากในวังหลังจนเลือดนองพื้น แต่วันนี้ท่านกลับบอกหม่อมฉันว่า แท้จริงแล้วมือที่ถือคบเพลิงในคืนนั้น ไม่ใช่สนมกุ้ยเฟย... แต่เป็นคนของพระองค์เอง!”
เฉินหยวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้ามาประชิดตัวนาง ฝ่ามือหนาบีบไหล่เฟยหลันไว้แน่นจนนางรู้สึกเจ็บ “เจ้ายังไม่รู้ความจริงทั้งหมด! คนที่เจ้าควรแค้นไม่ใช่ข้า และไม่ใช่กุ้ยเฟยที่เจ้าเฝ้าจ้องทำลาย... เจ้าก้มลงมองตราประทับบนโต๊ะนั่นให้ดีสิ ตราประจำตระกูลหลินที่หายไปน่ะ แท้จริงแล้วมันถูกขโมยไปโดยใคร!”
เฟยหลันชะงัก สายตาเลื่อนไปที่ตราประทับนั้น นางจดจำรอยบิ่นที่ขอบได้แม่นยำ แต่นี่ไม่ใช่ของที่บิดานางเคยถือครอง ตราประทับนี้มีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่นางคุ้นเคย... ดอกโบตั๋นสีขาวที่มักจะถูกใช้ในเครื่องหอมของ ‘ไทเฮา’
หัวใจของเฟยหลันร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของความสับสน ความแค้นที่เคยเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตนางมาตลอดบัดนี้เริ่มบิดเบี้ยว นางไม่ได้สู้กับคนในวังหลังเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัวอย่างที่คิด แต่กลับเป็นหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยโดยผู้ที่นางเคยเชื่อใจที่สุด
“พระนางทรงใช้ความแค้นของข้า... เป็นอาวุธ” เฟยหลันพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ “พระนางทำให้ข้ากลายเป็นนางมารร้ายในสายตาผู้คน เพื่อกำจัดสนมกุ้ยเฟยที่ขวางทางอำนาจของพระนาง โดยที่ข้าเองก็ไม่รู้ตัว”
“ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อความยุติธรรมที่แท้จริง จงวางความแค้นต่อข้าลงเสีย” เฉินหยวนกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงของเขาเจือความอาวรณ์ที่ยากจะปิดบัง “เพราะพรุ่งนี้เช้า ข่าวการประกาศตั้งไทเฮาขึ้นกุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดินชั่วคราวจะถูกประกาศก้องทั่ววังหลวง และคนที่จะถูกส่งไปรับโทษแทนความผิดพลาดของเบื้องบน... ก็คือเจ้า เฟยหลัน”
ฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารราชองครักษ์นับสิบชีวิตก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีประจำตัวไทเฮาที่ดังแทรกเข้ามา
“มีราชโองการให้จับกุมสนมหลินเฟยหลันฐานลักลอบจารกรรมเอกสารลับและมีส่วนร่วมในการวางแผนสังหารกุ้ยเฟย ขอเชิญสนมหลินออกมามอบตัวโดยดี!”
เฟยหลันนิ่งอึ้งในชั่วอึดใจ ก่อนจะหันมามองเฉินหยวนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็นกว่าครั้งใด
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเฟยหลันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 39
ความจริงที่เจ็บปวด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!