"หากท่านยังก้าวต่ออีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะถือว่าท่านคือศัตรูของวังหลังแห่งนี้... รวมถึงเป็นศัตรูของข้าด้วย"
น้ำเสียงของหลินเฟยหลันราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของผู้ฟัง นางไม่ได้หันไปมองเฉินหยวนที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง สายตาของนางจับจ้องเพียงร่างที่โชกเลือดของ 'จิ่นซือ' สาวใช้ผู้เป็นดั่งพี่น้องร่วมสาบานที่บัดนี้ไร้ซึ่งลมหายใจอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ
"เฟยหลัน... เจ้ากำลังโกรธจนขาดสติ" เฉินหยวนเอ่ยเสียงต่ำ มือหนาหมายจะเอื้อมไปแตะไหล่บาง แต่กลับถูกนางสะบัดออกด้วยท่าทีเด็ดขาด
"สติหรือเพคะ?" เฟยหลันแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "ฝ่าบาททรงสอนให้หม่อมฉันรู้จักการเมืองในวังหลังเองไม่ใช่หรือ? ท่านสอนให้หม่อมฉันวางหมาก ล่อเหยื่อ และกำจัดเสี้ยนหนาม แต่เหตุใดเมื่อถึงคราวที่หม่อมฉันต้องสูญเสีย ท่านกลับมองว่านี่เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบของสตรีเพศ?"
จิ่นซือไม่ได้ตายเพราะความโง่เขลา แต่นางตายเพราะปกป้องความลับที่อาจจะทำลายล้างสกุลหลินให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศราวกับย้ำเตือนเฟยหลันว่า ความเมตตาคือจุดอ่อนที่นางไม่ควรมีตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วกำแพงวังหลวงแห่งนี้
"กุ้ยเฟยไม่ได้ลงมือเอง นางใช้เพียงหมากเบี้ย" เฉินหยวนขมวดคิ้วแน่น แววตาคมกริบของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดนั้นฉายความกังวลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม "หากเจ้าจะล้างแค้นตอนนี้ เจ้าจะกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ในเกมนี้ทันที"
"หม่อมฉันยอมพ่ายแพ้เพื่อแลกกับเลือดของคนชั่ว" เฟยหลันหันกลับมาเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ แววตาของนางในตอนนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งความรักหรือความเทิดทูน มีเพียงเพลิงแค้นที่แผดเผาอยู่ภายใน "ฝ่าบาททรงรู้ดีว่ากุ้ยเฟยมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำร้ายครอบครัวหม่อมฉัน และคืนนี้... จิ่นซือตายเพราะนางค้นพบว่าหลักฐานนั้นถูกซ่อนไว้ที่ใด"
นางก้าวเข้าไปใกล้เฉินหยวนจนแทบจะชิดลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมจางๆ จากอาภรณ์ของนางไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แต่กลับสร้างแรงกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"หากพระองค์ไม่ทรงช่วยหม่อมฉันในตอนนี้ ก็ขอให้พระองค์ทรงยืนดูเฉินหยวนผู้ทรงธรรมในวันหน้า กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่หม่อมฉันจะเหยียบย่ำเพื่อไปหาคนที่สั่งฆ่าจิ่นซือ"
เฉินหยวนเงียบไปนาน ความเงียบในยามวิกาลของตำหนักในวังหลังนั้นน่าอึดอัดดั่งมีใครนำมือมาบีบคอ หญิงสาวตรงหน้าเขาในเวลานี้ไม่ใช่เฟยหลันที่เคยอ่อนหวานหรือฉลาดรอบคอบจนน่าชื่นชม แต่นางคือสตรีที่แตกสลายและพร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
"เจ้าต้องการสิ่งใด" เขาถามในที่สุด
"คำสั่งลับ อนุญาตให้ข้าเข้าค้นตำหนักหย่งเหอได้ทุกเมื่อ แม้กระทั่งในยามที่พระนางไม่อยู่"
"นั่นเท่ากับเป็นการประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับตระกูลอัครมหาเสนาบดี"
"หม่อมฉันไม่สน" เฟยหลันตอบทันควัน ก่อนจะหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่งที่ตกอยู่ข้างศพของจิ่นซือขึ้นมา มันคือปิ่นลายหงส์ที่หักครึ่ง เป็นหลักฐานที่กุ้ยเฟยจงใจทิ้งไว้เพื่อเยาะเย้ยนาง "ฝ่าบาททรงรักบัลลังก์นี้มากกว่าสิ่งใด แต่หม่อมฉันรักคนของหม่อมฉันมากกว่าบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยหยดเลือดของคนบริสุทธิ์"
นางหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้เฉินหยวนยืนนิ่งอยู่ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักที่เริ่มสั่นคลอนจากการตัดสินใจของนาง ในใจของเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้หลินเฟยหลันเดินไปตามเส้นทางนี้ ชีวิตของนางและเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทว่าในขณะที่เฟยหลันกำลังจะก้าวพ้นประตูตำหนัก เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางทางเดินเอาไว้ เป็นขันทีคนสนิทของกุ้ยเฟยที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยาม
"สนมหลิน... กุ้ยเฟยฝากมาบอกว่าศพของสาวใช้ผู้นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากเจ้ายังไม่หยุดสืบหาความจริง เรื่องต่อไปที่จะเกิดขึ้น... อาจจะเป็นชีวิตของ 'คนในสกุลหลิน' ที่เหลืออยู่ที่ชายแดนก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ"
เฟยหลันหยุดชะงัก ฝ่ามือที่กำปิ่นแน่นจนเลือดซึมออกมาจากรอยแผลที่ถูกปลายปิ่นบาด แต่นางไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามราวกับปีศาจร้ายที่ตื่นจากหลับใหล
"กลับไปบอกนายหญิงของเจ้า..." นางขยับเข้าใกล้ขันทีผู้นั้นจนอีกฝ่ายต้องผงะถอย "ว่านับจากนี้... ข้าจะไม่เล่นตามกฎของนางอีกต่อไป และคนที่ต้องสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายในคืนนี้ จะไม่ใช่ข้า... แต่จะเป็นนาง"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าของทหารรักษาพระองค์กลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากโถงทางเดินหลัก เสียงกระบี่กระทบพื้นดังกึกก้อง แสงคบเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณจนน่าตกใจ ขันทีผู้นั้นหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้นำทัพทหารเข้ามา
ไม่ใช่ฮ่องเต้... แต่เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทางทหารคนสุดท้ายที่เคยเป็นพันธมิตรลับของสกุลหลิน ซึ่งทุกคนต่างคิดว่าเขาสิ้นชีพไปในการรบเมื่อสองปีก่อนแล้ว
เขาก้าวผ่านเงามืดออกมา ก้มคำนับเฟยหลันด้วยท่าทีเคร่งขรึม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนางแทบหยุดไหล "กระหม่อมมารับคำสั่งของท่านหลินเฟยหลัน... จะให้กองทัพหลวง 'กวาดล้าง' ตำหนักฝ่ายในคืนนี้เลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความแค้นที่กำลังจะปะทุขึ้นนะคะ!
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 40
มรสุมชีวิต
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!