“ใต้เท้าเว่ย ท่านคิดว่าความตายของบิดาข้า เป็นเรื่องบังเอิญหรือคำสั่งที่ถูกขีดเขียนไว้บนกระดานหมากรุกกระดานนี้กันแน่คะ?”
หลินเฟยหลันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดินภายในโรงเตี๊ยมร้างที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน นางนั่งตัวตรงสง่างาม แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาคมปลาบที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายชราตรงหน้า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นขุนนางมือขวาที่จงรักภักดีต่อบิดานางยิ่งกว่าชีวิต
ใต้เท้าเว่ยซือเหวินชะงักมือที่กำลังประคองถ้วยน้ำชา นิ้วเหี่ยวย่นสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะวางมันลงอย่างแช่มช้า เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เติบโตขึ้นจากบุตรีในห้องหอ กลายเป็นสตรีผู้เยือกเย็นและอันตรายดุจคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
“สนมกุ้ยเฟยไม่ได้เพียงต้องการบัลลังก์นางต้องการล้างบางทุกคนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านพ่อ” เฟยหลันกล่าวต่อ เสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “ท่านเป็นคนเดียวที่รู้ว่าบัญชีลับของกรมคลังอยู่ที่ใด และข้าก็รู้ว่าท่านไม่ได้เก็บมันไว้กับตัว เพราะท่านรู้ว่าหากท่านตาย บัญชีนั้นจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน”
ใต้เท้าเว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายใบไม้แห้งเสียดสีกัน “คุณหนูหลิน... ท่านเปลี่ยนไปมาก หากท่านพ่อของท่านยังอยู่ เขาคงไม่ปรารถนาให้ท่านเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในวังวนที่เต็มไปด้วยหยดเลือดเช่นนี้”
“ความปรารถนาของท่านพ่อจบลงตั้งแต่วันที่คอของเขาถูกบั่นที่ลานประหารแล้วค่ะ” เฟยหลันขยับตัวเข้าไปใกล้ แววตาของนางวูบไหวด้วยความแค้นที่ถูกฝังไว้ลึกเกินกว่าใครจะหยั่งถึง “ตอนนี้เหลือเพียงความยุติธรรมที่ข้าต้องทวงคืน ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอให้ท่านช่วย แต่ข้ามาที่นี่เพื่อเสนอพันธสัญญา... เลือดแลกเลือด แผ่นดินนี้จะต้องชำระด้วยสิ่งใด หากมิใช่ความพินาศของตระกูลที่เหยียบย่ำเรา”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอึดอัด ใต้เท้าเว่ยจ้องมองนางอยู่นาน ราวกับจะค้นหาความจริงในแววตาคู่นั้น สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจยาว พลางหยิบตราประจำตระกูลหลินที่บิดานางเคยทิ้งไว้ต่างหน้าออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่า
“ข้าเฝ้ารอวันนี้มาสิบปี” ใต้เท้าเว่ยกระซิบ “คนของข้าในกรมคลังและราชองครักษ์หน่วยลับอีกสามนาย พร้อมจะถวายหัวให้กับผู้ที่ถือตรานี้... แต่คุณหนู ข้าต้องเตือนท่าน ฮ่องเต้เฉินหยวนไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่ท่านคิด เขารู้ว่าท่านกำลังทำอะไร และบางที... เขากำลังรอให้ท่านเผยอสรพิษออกมา เพื่อที่จะได้กวาดล้างให้สิ้นซากในคราวเดียว”
เฟยหลันยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการค่ะท่านเว่ย การจะล้มกุ้ยเฟย ข้าต้องทำให้ฮ่องเต้เชื่อว่าข้าคือ ‘พันธมิตร’ ที่เขาสามารถใช้เป็นเบี้ยตัวสำคัญในการกำจัดอำนาจของตระกูลนางได้... และเมื่อหมากตัวนั้นไร้ประโยชน์ ข้าก็จะทำให้เขารู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ถือหมากตัวจริง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านบนของโรงเตี๊ยม เฟยหลันหุบพัดในมือฉับพลัน ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันควัน ใต้เท้าเว่ยชักมีดสั้นออกมาด้วยความระแวดระวัง ทว่าเฟยหลันกลับยกมือห้ามไว้
ประตูห้องลับถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามา แสงเทียนเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งของฮ่องเต้เฉินหยวน พระองค์กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหยุดลงที่ตราประจำตระกูลบนโต๊ะ
“ดูเหมือนว่า ‘นกน้อย’ ของข้า จะไม่ได้ขยับปีกบินเล่นอยู่ในกรงอย่างที่ข้าเข้าใจเสียแล้ว” ฮ่องเต้เฉินหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้เฟยหลันจนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมา “เจ้าคิดว่าการชักชวนขุนนางเก่ามาเป็นพวก จะทำให้เจ้าปลอดภัยจากคมดาบของกุ้ยเฟยได้จริงหรือ... หรือว่าเจ้าต้องการใช้พวกเขาส่งเจ้าไปหาความตายให้เร็วขึ้นกันแน่?”
เฟยหลันเชิดหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์โดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย “หากฝ่าบาทต้องการชีวิตหม่อมฉัน หม่อมฉันก็คงสิ้นลมไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงมือสนมกุ้ยเฟยหรอกค่ะ แต่ในเมื่อฝ่าบาทเลือกที่จะเสด็จมาที่นี่ด้วยพระองค์เอง นั่นย่อมหมายความว่า... พระองค์ทรงต้องการข้อตกลงที่มากกว่าการข่มขู่”
ฮ่องเต้เฉินหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโน้มพระวรกายลงมากระซิบข้างหูของนาง “เจ้าฉลาดเกินไปเฟยหลัน และนั่นคือเหตุผลที่ข้ายังไม่อาจฆ่าเจ้าได้... เพราะในคืนนี้ มีคนบางคนเพิ่งลอบเข้าวังหลวงเพื่อนำเอกสารฉบับหนึ่งมามอบให้กุ้ยเฟย ซึ่งเอกสารฉบับนั้น... มีตราประทับของตระกูลหลินอยู่ด้วย”
ดวงตาของเฟยหลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
“ตราประทับนั้นหายไปจากเรือนของข้าเมื่อวาน!” นางอุทานเบาๆ
ฮ่องเต้เฉินหยวนถอยหลังออกมา กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยท่าทีเรียบเฉยทว่าน่าสะพรึงกลัว “สายไปแล้ว กุ้ยเฟยกำลังกราบทูลฮ่องเต้อยู่ที่ตำหนักกลางในขณะนี้ว่าเจ้าคือผู้ที่ซ่องสุมกำลังเตรียมก่อกบฏ... และหลักฐานชิ้นสำคัญก็อยู่ในมือของนางเรียบร้อยแล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อหมากตาที่สามของเจ้าเพิ่งจะถูกรุกฆาตตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดิน?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันมืดมิดของเฟยหลันไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 16
พันธมิตรเลือด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!