หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 25

รอยยิ้มของปีศาจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
ปลายพัดด้ามหยกสีขาวนวลแตะลงบนผิวเนื้ออ่อนบริเวณลำคอของข้าอย่างแผ่วเบา ทว่าแรงกดทับที่แฝงมากับความเย็นของหยกนั้น กลับกรีดลึกราวกับคมมีดที่พร้อมจะปลิดชีพได้ทุกเมื่อ กลิ่นหอมฟุ้งของดอกโบตั๋นจากเครื่องหอมของกุ้ยเฟยอบอวลจนน่าคลื่นไส้ มันคือกลิ่นของอำนาจที่แลกมาด้วยเลือดของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน ข้าไม่หลบสายตา รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่ใบหน้าของข้ากลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำในบ่อที่ไร้กระแสลม "กุ้ยเฟย... พระสนมทรงมั่นใจเกินไปหรือเพคะว่าหัวที่กำลังจะหลุดนั้น คือหัวของคนสำคัญของข้า" ข้าเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องฟ้าฝนในยามบ่าย กุ้ยเฟยแค่นหัวเราะ ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "เจ้ายังปากแข็งได้อีกหรือเฟยหลัน? ทหารเฝ้าคุกหลวงล้วนเป็นคนของข้า ข้าสั่งให้ประหารเมื่อใด เลือดของพวกมันก็ต้องไหลนองพื้นเมื่อนั้น เจ้ามีทางเลือกเพียงทางเดียวคือการกราบเท้าข้า และยอมเซ็นชื่อในฎีกาปลดตัวแทนตระกูลหลินออกจากตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญาเสีย" ข้าขยับตัวเล็กน้อย ปลายพัดหยกบาดผิวคอจนเกิดรอยแดง แต่ข้าไม่สะทกสะท้าน สายตาของข้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางที่เริ่มมีความลังเลฉายชัดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที "ท่านสั่งให้คนของท่านทำ... แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งคนเหล่านั้นอีกทอดหนึ่ง?" ข้าถามเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของตำหนักกุ้ยเฟย คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกระชากพัดออกจากลำคอข้าด้วยความโกรธจัด "เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" "ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานการเล่นหมากรุกมิใช่หรือเพคะ?" ข้าลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่กระโปรงอย่างใจเย็น "และในหมากรุกกระดานนี้ ผู้ที่ถือหมากสีขาวคือฝ่าบาท ส่วนสีดำคือพระสนม... แต่พระสนมลืมไปหรือว่า ใครกันที่ขยับกระดานอยู่เบื้องหลัง? การที่ท่านมั่นใจว่าทหารเหล่านั้นคือคนของท่าน แท้จริงแล้วพวกเขาอาจกำลังรอจังหวะที่จะพลิกคมดาบเข้าหาท่านเองก็ได้" กุ้ยเฟยหัวเราะร่า นางเดินวนรอบตัวข้า "วาทศิลป์ของเจ้าไม่อาจหลอกข้าได้หรอก! การทรยศของทหารรักษาวังหลวงไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน เจ้าก็แค่คนตกอับที่พยายามจะยื้อเวลาลมหายใจของตนเองเท่านั้น!" "งั้นหรือเพคะ?" ข้าหันไปสบตานาง พลางขยับรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ "ในเมื่อพระสนมมั่นใจนัก เหตุใดในมือของพระสนมถึงไม่มีฎีกาประหารชีวิตคนของข้ามาด้วยเล่า? หรือว่า... ในยามนี้ แม้แต่คนสนิทข้างกายของพระสนมเอง ก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งข่าวคราวใดให้พระสนมทราบอีกต่อไปแล้ว?" สีหน้าของกุ้ยเฟยเปลี่ยนไปทันที ราวกับมีน้ำแข็งเกาะกุมใบหน้า นางหันไปมองนางกำนัลคนสนิทที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง นางกำนัลผู้นั้นก้มหน้าต่ำจนแทบจะชิดอก ความเงียบที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ก่อนที่นางกำนัลจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ "เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป?" กุ้ยเฟยเสียงสั่นเล็กน้อย นางเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยเพคะ" ข้าก้าวเข้าไปหานางหนึ่งก้าว "ข้าเพียงแค่ส่งสารที่ควรส่ง ไปในที่ที่ควรไป... และในตอนนี้ ในขณะที่พระสนมกำลังเล่นละครบทบาทอำนาจอยู่ในตำหนักนี้ ตำหนักกุ้ยเฟยแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นกรงขังที่ไม่มีใครเข้าออกได้อีกต่อไปแล้ว" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกององครักษ์หลวงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารคุกหลวงที่นางหวังพึ่งพิง แต่เป็นเสียงของกองกำลังรักษาพระองค์ที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เพียงผู้เดียว! ประตูตำหนักถูกผลักออกอย่างรุนแรง เงาร่างที่คุ้นเคยในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาที่คมกริบของฮ่องเต้เฉินหยวนกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่กุ้ยเฟยที่ใบหน้าถอดสีราวกับคนตาย "กุ้ยเฟย... เจ้าดูเหมือนจะมีธุระสำคัญกับสนมหลินมากนะ" เสียงของฮ่องเต้ราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจกดทับที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องทรุดตัวลงคุกเข่า กุ้ยเฟยรีบวางพัดลง พยายามปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวานแม้เหงื่อจะซึมทั่วหน้าผาก "ฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแต่... เพียงแต่สนทนาเรื่องการงานเล็กน้อยเพคะ" ฮ่องเต้ไม่ตอบ แต่พระองค์ทรงเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าข้า ทรงเชยคางข้าขึ้นเล็กน้อย สายตาของพระองค์ที่มองมานั้นไม่ได้มีความเมตตา แต่มีความลับบางอย่างที่ข้าเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้ ว่าข้าเองก็เป็นเพียงหมากอีกตัวหนึ่งบนกระดานที่พระองค์วางไว้เช่นกัน "เจ้าทำได้ดีมาก เฟยหลัน" พระองค์กระซิบที่ข้างหูข้า เสียงนั้นต่ำลึกจนข้าขนลุก "แต่เจ้าคงไม่คิดใช่หรือไม่ ว่าหลังจากที่เจ้าขจัดศัตรูคนนี้ให้ข้าแล้ว ข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินออกจากวังหลวงนี้ไปโดยง่าย?" พระองค์หันไปหาทหารองครักษ์ แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ "กุ้ยเฟยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ สั่งขังนางไว้ในตำหนักเย็นตั้งแต่วินาทีนี้ ส่วนเจ้า..." พระองค์หันกลับมามองข้าด้วยรอยยิ้มที่ดูราวกับปีศาจ "ในเมื่อเจ้ากำจัดนางได้ เจ้าก็ต้องรับตำแหน่งที่ว่างลงแทนที่นาง... ด้วยชีวิตและวิญญาณของเจ้าเอง" ข้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของบิดาข้าที่ถูกคุมตัวออกมาจากประตูอีกด้านหนึ่ง โดยมีมีดของทหารวางพาดคออยู่! ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวที่เข้มข้นในบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามตอนต่อไปกันอย่างใจจดใจจ่อนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%