"หากเจ้าจะใช้มีดเล่มนั้นปักลงบนอกข้า เหตุใดมือของเจ้าถึงได้สั่นเพียงนี้เล่า เฟยหลัน?"
สุรเสียงทุ้มต่ำดังกังวานก้องภายในตำหนักที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากแจกันดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงพื้น เฉินหยวนประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม สายพระเนตรคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังสตรีเบื้องหน้า ผู้ซึ่งกำลังกำกริชเล่มงามไว้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
หลินเฟยหลันนิ่งค้าง ลมหายใจของนางติดขัดอยู่ในลำคอ นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายบุรุษสูงศักดิ์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานมัสค์ทำให้หัวใจที่ควรจะเย็นชาดุจน้ำแข็งของนางสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"ฝ่าบาท..." นางเค้นเสียงออกมาเบาหวิว ดวงตาเรียวหงส์สั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "พระองค์รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดสิ่งใดอยู่"
เฉินหยวนลุกขึ้นช้าๆ ท่วงท่าองอาจดั่งพยัคฆ์ก้าวเดิน เขาไม่ได้ขยับเข้าไปหาด้วยท่าทีคุกคาม แต่กลับเป็นความนิ่งงันที่กดดันจนอากาศรอบข้างหนาแน่นขึ้น "ข้ารู้ดีกว่าใคร ทุกก้าวย่างที่เจ้าเดินเข้ามาในวังหลวงนี้ ข้ารู้เห็นมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดสนมกุ้ยเฟยด้วยแผนการซ้อนแผน หรือการบีบให้ตระกูลขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงต้องสิ้นชื่อ... เจ้าทำได้งดงามไร้ที่ติ"
"ถ้าพระองค์รู้... เหตุใดจึงปล่อยให้ข้าทำ" เฟยหลันเงยหน้าขึ้น จ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่ทอประกายลึกล้ำนั้น
"เพราะข้าอยากรู้ว่า หงส์ที่กำลังกางปีกกว้างนี้ จะบินไปสิ้นสุดที่ใด" ฮ่องเต้หนุ่มขยับเข้าใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ เขาเอื้อมมือไปสัมผัสปลายคางนางเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งไล้ผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่นของนาง "เจ้าบอกว่าเจ้าเกลียดข้า เจ้าบอกว่าราชวงศ์นี้เป็นหนี้เลือดครอบครัวเจ้า... แต่เมื่อข้าเปิดโอกาสให้เจ้าลงมือ เจ้ากลับลังเล"
เฟยหลันรู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรึงไว้กับที่ ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีกลับกลายเป็นดั่งเถ้าถ่านที่เปียกชื้นยามเมื่อสบตาเขา ความอบอุ่นจากปลายนิ้วเขามันช่างขัดแย้งกับความจริงที่ว่า เขาคือคนที่ลงนามประหารชีวิตบิดาของนาง
"ข้าไม่ได้ลังเล..." นางพยายามโต้กลับ เสียงของนางสั่นเครือ "ข้าเพียงแค่... กำลังรอเวลาที่เหมาะสม"
"โกหก" เขาตัดบท สุ้มเสียงแฝงความเอ็นดูที่น่าขนลุก "เจ้ากำลังกลัว หากเจ้าฆ่าข้าตอนนี้ บัลลังก์นี้จะล่มสลาย แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ และคนที่เจ้าพยายามปกป้อง... พวกเขาจะต้องตายตกไปตามกัน เจ้าไม่ใช่คนโง่เฟยหลัน เจ้าฉลาดพอที่จะรู้ว่าความแค้นของเจ้าไม่มีค่าพอที่จะแลกกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์"
นางเบือนหน้าหนี น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขา ความเย็นเยียบของมันทำให้เฉินหยวนชะงัก สายตาที่เคยเด็ดขาดของเขามีรอยร้าวฉายขึ้นมาวูบหนึ่ง
"พระองค์มันปีศาจ..." นางพึมพำ
"ใช่ ข้าคือปีศาจ" เขาดึงตัวนางเข้ามาในอ้อมกอด แรงโอบกอดนั้นไม่ได้รุนแรงแต่กลับแน่นหนาจนนางดิ้นไม่หลุด "และเจ้าก็คือหงส์ที่ถูกข้าขังไว้ในกรงทองแห่งนี้... แต่ที่น่าสมเพชที่สุดคือ ในกรงนี้ เจ้าอาจจะเริ่มหลงรักผู้คุมอย่างข้าเข้าแล้วเสียกระมัง"
เฟยหลันกัดฟันแน่น กริชในมือร่วงหล่นลงพื้นดังเคร้ง เสียงนั้นดังก้องทำลายความเงียบของตำหนัก แต่มันยังไม่ดังเท่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวของนางเอง นางกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความแค้นและความรู้สึกที่นางไม่กล้าตั้งชื่อ
จังหวะนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของตำหนักก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของขันทีคนสนิท
"ฝ่าบาท! ขออภัยที่ต้องรบกวนพ่ะย่ะค่ะ... กุ้ยเฟย นาง... นางเสียสติไปแล้ว นางถือมีดบุกเข้าไปในตำหนักไทเฮา และประกาศว่าความลับเรื่องชาติกำเนิดของเฟยหลันจะถูกเปิดเผยต่อหน้าขุนนางทุกคนในเช้าวันพรุ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
เฉินหยวนชะงัก กอดที่โอบรัดเฟยหลันคลายออกทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลกลายเป็นความมืดดำดุจท้องฟ้ายามพายุจะเข้า ส่วนเฟยหลันที่เพิ่งหลุดจากภวังค์กลับเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นเยือกแล่นปราดไปทั่วร่าง หากความลับนั้นถูกเปิดเผย ไม่ใช่แค่ชีวิตนางที่จะจบสิ้น แต่คือการล่มสลายของทุกสิ่งที่นางวางแผนมาตลอดชีวิต
นางเงยหน้ามองบุรุษเบื้องหน้าที่ตอนนี้สายตาเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาดุจคนแปลกหน้า และความลังเลในใจนางก็มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ว่า... บางทีคนที่จะลงมือสังหารนางก่อนศัตรู อาจจะเป็นเขาคนนี้เอง
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 28
ความรักที่ขัดแย้ง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!