หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 37

กรงขังทองคำ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้าคิดว่ากรงทองใบนี้ กว้างพอจะขังวิญญาณของข้าไว้ได้ตลอดกาลเชียวหรือ ฝ่าบาท?” เสียงของหลินเฟยหลันราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกดั่งคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในตำหนักจันทรากระจ่าง นางไม่ได้หันไปมองร่างสูงสง่าที่ประทับอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่จ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกสำริดที่ดูมัวหมองราวกับชะตาชีวิต ฮ่องเต้เฉินหยวนวางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบดังกังวานในความเงียบ พระองค์ไม่ได้กริ้ว แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับดูเย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ “เจ้าเป็นคนฉลาด เฟยหลัน... ความฉลาดที่ทำให้ข้าทั้งหลงใหลและหวาดระแวงไปพร้อมกัน เงาเหล่านั้นไม่ได้ถูกส่งไปเพื่อจองจำเจ้า แต่ส่งไปเพื่อปกป้อง ‘สมบัติ’ ที่ข้าหวงแหนที่สุดในแผ่นดิน” “สมบัติ?” เฟยหลันแค่นหัวเราะ แววตาของนางไหววูบด้วยความขมขื่น นางลุกขึ้นยืนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดิน “หม่อมฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ท่านหยิบมาวางไว้บนกระดาน เพื่อใช้สังหารกุ้ยเฟยและตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ท่านรังเกียจ หากวันใดที่หมากตัวนี้ไร้ประโยชน์ หรือเริ่มก้าวเดินนอกเหนือคำสั่ง ท่านก็จะกำจัดมันทิ้งดั่งเช่นที่ทำกับครอบครัวของหม่อมฉันใช่หรือไม่?” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฉินหยวนลุกขึ้นก้าวมาหานางอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง ฝ่ามือหนาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตา “คนตายไปแล้วไม่มีวันฟื้นคืน ส่วนเจ้า... ยังมีลมหายใจอยู่ในอ้อมกอดของข้า หากเจ้ายังไม่รู้จักเจียมตัว ข้าเกรงว่าวันหนึ่ง... ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของเจ้าจะเลือนหายไปพร้อมกับชื่อของเจ้าเอง” เฟยหลันไม่หลบสายตา แม้ในใจจะปั่นป่วนด้วยความแค้นที่สุมอก นางรู้ดีว่าตอนนี้ตนเองเปรียบเสมือนนกที่ถูกตัดปีก การโต้ตอบอย่างบุ่มบ่ามมีแต่จะทำให้กรงทองนี้กลายเป็นหลุมศพที่ไร้ชื่อเสียง แต่ความอึดอัดที่ได้รับรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา นางถูกจับจ้องโดย ‘เงาของฮ่องเต้’ ที่ซ่อนตัวอยู่ทุกมุมมืดของตำหนัก ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความอัดอั้น นางเบนหน้าหนี ขยับตัวออกห่าง “หากท่านต้องการเพียงตุ๊กตากระเบื้องที่ว่าง่ายไว้ประดับตำหนัก เหตุใดจึงต้องทรมานหม่อมฉันด้วยการให้ความหวังถึงอำนาจและความยุติธรรมเล่า?” “อำนาจไม่ได้มีไว้ให้เจ้าใช้เพื่อแก้แค้นเฟยหลัน แต่มันมีไว้เพื่ออยู่เคียงข้างข้า” ฮ่องเต้กระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นกึ่งอ้อนวอนกึ่งข่มขู่ “คืนนี้ กุ้ยเฟยจะจัดงานเลี้ยงชมจันทร์ที่อุทยานหลวง... อย่าทำให้ข้าผิดหวัง หากเจ้าสามารถจัดการเรื่อง ‘ข่าวลือ’ ที่นางปล่อยออกมาได้ ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าได้ไปเยี่ยมหลุมศพพ่อของเจ้าเป็นครั้งแรก” หัวใจของเฟยหลันกระตุกวูบ นี่คือข้อเสนอที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ แต่มันกลับเป็นกับดักที่กลิ่นคาวเลือดโชยออกมาแต่ไกล กุ้ยเฟยไม่ใช่สตรีที่จะพ่ายแพ้ง่ายๆ และการเผชิญหน้าในคืนนี้อาจหมายถึงชีวิต ยามค่ำคืนมาเยือน แสงจันทร์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนในอุทยานหลวง เฟยหลันก้าวเดินท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของเหล่านางในและเหล่าสนมที่รอซ้ำเติม การแต่งกายของนางในวันนี้เรียบง่าย ทว่าสง่างามอย่างประหลาด นางไม่ได้มีเครื่องประดับล้ำค่าดั่งสนมคนอื่น แต่สายตาที่เด็ดเดี่ยวของนางกลับสะกดทุกฝีก้าว “เจ้ามาแล้วหรือ... หลินเฟยหลัน” เสียงหวานใสของกุ้ยเฟยดังขึ้น นางก้าวออกมาจากหลังม่านไหมพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดี ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนเร้นความอำมหิต “ข้าได้ยินมาว่า เจ้ามีความคิดเห็นที่ ‘แตกต่าง’ เกี่ยวกับเรื่องการจัดการเสบียงที่ชายแดน... อยากจะลองเล่าให้ทุกคนฟังในที่นี้หรือไม่?” นี่ไม่ใช่การสนทนา แต่นี่คือการประจานกลางงานเลี้ยง เฟยหลันรับรู้ได้ทันทีว่ารอบตัวนางมีเงาร่างที่คุ้นเคยกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด... พวกเขาคือเงาของฮ่องเต้ที่ถูกส่งมาเพื่อดูว่านางจะจัดการกับวิกฤตนี้อย่างไร เฟยหลันคลี่ยิ้มเย็น นางก้าวเข้าไปใกล้กุ้ยเฟยจนได้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่อบอวลผิดปกติ กลิ่นนี้... นางคุ้นเคยดี มันคือกลิ่นของ ‘พิษไร้ลักษณ์’ ที่ใช้เพื่อทำให้ผู้สูดดมขาดสติและพูดพล่อยๆ ออกมา “สนมกุ้ยเฟยช่างเมตตายิ่งนัก” เฟยหลันกล่าวเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน ก่อนจะหยิบจอกสุราขึ้นมาถือไว้ “ในเมื่อท่านอยากฟังนัก หม่อมฉันก็ยินดี... แต่ก่อนจะเริ่ม ข้าคิดว่าเราควรดื่มสุราจอกนี้เพื่อเป็นพยานในความบริสุทธิ์ใจของพวกเราทั้งสองคน ท่านว่าดีหรือไม่?” สีหน้าของกุ้ยเฟยเปลี่ยนไปทันที นางพยายามถอยหลัง แต่เงาที่เฟยหลันซ่อนไว้เริ่มปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบวงสนทนาโดยไม่ให้ใครทันตั้งตัว ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาดเล็กหลวงก็ดังขึ้นพร้อมกับการประกาศก้อง “ฮ่องเต้เสด็จ!” เฉินหยวนก้าวเข้ามาในวงล้อมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าสายตาที่จับจ้องไปยังจอกสุราในมือของทั้งสองหญิงสาวนั้นกลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เฟยหลันรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล สิ่งที่นางไม่ได้คาดคิดคือ มีร่างหนึ่งที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี... บุคคลที่ควรจะตายไปนานแล้วก้าวออกมาจากแถวของมหาดเล็กพร้อมก้มหน้ากราบทูล “ฝ่าบาท กระหม่อมพบหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันว่า เหตุการณ์ที่ชายแดน... มีผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงหาใช่สนมหลินไม่” เมื่อบุคคลนั้นเงยหน้าขึ้น เฟยหลันถึงกับตัวชาไปทั้งร่าง... นัยน์ตาของนางเบิกกว้างด้วยความตระหนก เพราะคนที่กำลังกราบทูลอยู่นั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ‘พี่ชาย’ ของนางที่นางเชื่อมาตลอดสามปีว่าตายไปแล้วในคุกหลวง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมแห่งวังหลังครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นในบทนี้จะทำให้ทุกท่านวางไม่ลงนะคะไป๋เหลียนฮวาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%