“เจ้ากล้าดียังไง!”
เสียงตวาดกร้าวของหลินเฟยหลันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักชั้นใน นางกระชากม้วนกระดาษเปื้อนเลือดนั้นเข้าหาตัว ก่อนจะปัดเชิงเทียนบนโต๊ะจนล้มคว่ำ กลิ่นขี้ผึ้งไหม้ไฟโชยขึ้นมาฉุนกึก แต่นั่นยังไม่น่ารังเกียจเท่าสิ่งที่ปรากฏในรอยจารึกนั่น
นางไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้อง ความแค้นที่สั่งสมมานานปีเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ‘จิ่งเหอ’... คนสนิทที่นางชุบเลี้ยงมากับมือ คนที่เคยยอมตายแทนในวันที่นางไร้ค่าที่สุด กลับกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข่าวเรื่องการสืบสวนคดีของตระกูลหลินให้แก่กุ้ยเฟย
“เจ้าคิดว่าความตายจะจบสิ้นทุกอย่างงั้นหรือ?” เฟยหลันพึมพำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าขนลุก นางหันไปมองเงามืดที่ขยับเขยื้อนอยู่หลังม่านบังตา “ออกมาเถอะ จิ่งเหอ ข้าเห็นชายเสื้อเจ้าตั้งแต่นาทีแรกที่เจ้าก้าวเข้ามาแล้ว”
ร่างบางในชุดกำนัลสีซีดค่อยๆ ก้าวออกมา ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ นางคุกเข่าลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ศีรษะโขกกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
“พระสนม... บ่าว... บ่าวไม่มีทางเลือก! พวกเขากุมตัวน้องชายข้าไว้ ถ้าบ่าวไม่ทำ บ่าวก็ต้องสูญเสียครอบครัวไปจริงๆ!”
เฟยหลันเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงเชยคางหญิงสาวขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว ดวงตาของนางวาวโรจน์ดั่งมัจจุราช “คนอย่างพวกเจ้ามักอ้างคำว่า ‘ครอบครัว’ เสมอในยามที่ทรยศ แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่าครอบครัวของข้าก็ถูกพรากไปเพราะความเห็นแก่ตัวของคนอย่างเจ้าเหมือนกัน!”
นางผละมือออกอย่างรังเกียจ ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นใหม่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ “ไปส่งข่าวนี้ให้กุ้ยเฟย บอกนางว่าข้า ‘รู้’ แล้ว และจงบอกนางว่าถ้าอยากให้แผนการนี้สำเร็จตามประสงค์ นางต้องมาพบนางที่ศาลาบุปผาโปรยในยามวิกาลเพียงลำพัง”
“ท่าน... ท่านจะทำอะไร!” จิ่งเหอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว
“ข้าจะจบเกมนี้ด้วยมือของข้าเอง” เฟยหลันหันหลังกลับ แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว “หากวันนี้ความตายคืออวสานของใครบางคน ก็จงให้มันเป็นอวสานของความอ่อนแอในตัวข้าด้วย”
ยามราตรีกาลมาถึงอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าบีบคั้นหัวใจ บรรยากาศภายในวังหลวงเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นเป็นจังหวะที่หนักหน่วง เฟยหลันเดินลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ที่มืดมิด มือข้างหนึ่งกำกริชสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น ในสมองของนางหมุนวนด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้ นางรู้ดีว่าฮ่องเต้เฉินหยวนกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อยู่ห่างๆ เขาไม่ได้อยู่ข้างใคร แต่เขาชอบดูการต่อสู้ของ ‘หมาก’ ที่น่าสนใจ
เมื่อนางก้าวเข้าไปในศาลาบุปผาโปรย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่กุ้ยเฟยโปรดปรานก็ลอยมาแตะจมูก สตรีผู้สง่างามในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว นางแย้มยิ้มที่ดูราวกับดอกไม้พิษ
“เจ้ากล้ามาพบข้าเองหรือ เฟยหลัน? ข้านึกว่าเจ้าจะมุดหัวอยู่ในรูเพื่อรอความตายเสียอีก”
เฟยหลันไม่ตอบ นางเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นไอสังหารที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย “กุ้ยเฟย ข้าไม่เคยคิดจะสู้กับท่านเพราะความริษยา แต่ที่ข้ามาวันนี้ เพราะข้ามี ‘หลักฐาน’ ที่จะทำให้บัลลังก์ของท่านสั่นคลอนยิ่งกว่าแผ่นดินไหว”
กุ้ยเฟยหัวเราะร่า “หลักฐานรึ? ในวังนี้ ใครถืออำนาจ ใครถือความเป็นความตาย เจ้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจ”
“จริงหรือ?” เฟยหลันเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะโยนห่อผ้าใบหนึ่งลงตรงหน้ากุ้ยเฟย “หากสิ่งที่อยู่ในนี้ถึงมือฮ่องเต้ ท่านคิดว่าเขาจะยังมองท่านด้วยสายตาเมตตาเช่นนั้นอีกหรือไม่?”
กุ้ยเฟยขมวดคิ้ว นางเปิดห่อผ้านั้นออกด้วยความระแวง แต่ทันทีที่สายตาตกกระทบกับสิ่งของด้านใน ใบหน้าของนางก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด! มันไม่ใช่หลักฐานการทุจริต แต่มันคือตราประทับลับของ ‘อัครเสนาบดี’ ผู้เป็นบิดาของนาง ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาโดยคนใกล้ตัวของกุ้ยเฟยเอง
“ใคร... ใครให้เจ้าสิ่งนี้มา!” กุ้ยเฟยผุดลุกขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“มันไม่สำคัญว่าใครให้ข้ามา แต่มันสำคัญที่ว่า...” เฟยหลันก้าวประชิดตัวอีกฝ่ายจนกุ้ยเฟยต้องถอยกรู “...ต่อจากนี้ไป ใครกันแน่ที่จะเป็นคน ‘ชักใย’ ใคร”
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหุ้มเกราะก็ดังก้องขึ้นจากความมืดทางด้านหลัง เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับองครักษ์เสื้อแพรนับสิบที่ชักกระบี่ออกมาพร้อมกัน
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการสนทนาที่สนุกสนานของพวกเจ้าสินะ?”
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้นทำให้เฟยหลันหยุดชะงัก นางหันกลับไปมอง พบกับใบหน้าเฉยเมยของฮ่องเต้เฉินหยวนที่กำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาเหลือบมองหลักฐานบนพื้น ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว
“เฟยหลัน... เจ้าช่างบังอาจนักที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้กลางวังหลวง แต่รู้หรือไม่ ว่าม้วนกระดาษนั่น... จริงๆ แล้วมันเป็นของปลอมที่ข้าเป็นคนให้ ‘จิ่งเหอ’ เอาไปส่งให้เจ้าตั้งแต่แรก?”
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับเฟยหลันนะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 22
ความตายไม่ใช่อวสาน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!