“สนมเฟยหลัน... เจ้ามาทำอะไรในห้องทรงงานส่วนพระองค์ของฝ่าบาทในยามวิกาลเช่นนี้?”
น้ำเสียงของสนมกุ้ยเฟยราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงบนลำคอของผู้ฟังได้ทุกเมื่อ นางยืนตระหง่านอยู่หน้าม่านกั้นสีชาดที่เพิ่งถูกฮ่องเต้เฉินหยวนกระชากออก ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องเขม็งมาที่เฟยหลันด้วยความประเมิน
เฟยหลันไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ย่อกายลงถวายความเคารพอย่างชดช้อย ชุดผ้าไหมสีนวลสะท้อนกับแสงเทียนที่วูบไหวในห้องทรงงาน “หม่อมฉันเพียงนำฎีกาที่ฝ่าบาททรงรับสั่งให้ไปตรวจทานมาถวายคืนเพคะ ไม่นึกว่าจะเป็นเวลาที่กุ้ยเฟยจะเสด็จมาเยือนด้วยพระองค์เอง”
ฮ่องเต้เฉินหยวนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเฟยหลันยังคงนิ่งเงียบ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก เขามองดูสตรีทั้งสองด้วยท่าทีดั่งชมดูการต่อสู้ของพยัคฆ์สองตัวในกรงขัง
กุ้ยเฟยยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบ “ฎีกาหรือ? ข้าได้ยินมาว่าสกุลหลินของเจ้าช่วงนี้มีเรื่องต้องจัดการมากมายมิใช่หรือ โดยเฉพาะบิดาเจ้าที่กำลังถูกสอบสวนเรื่องคลังเสบียงชายแดน... ดูเหมือนเจ้าจะมีเวลาว่างมากเหลือเกินนะเฟยหลัน”
เฟยหลันเงยหน้าขึ้น สบตากับกุ้ยเฟยตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง “เรื่องของสกุลหลินย่อมเป็นหน้าที่ของกฎหมายบ้านเมืองเพคะ กุ้ยเฟยทรงเป็นถึงผู้ดูแลวังหลัง ย่อมทรงทราบดีว่าผู้ที่บริสุทธิ์ย่อมไม่ต้องเกรงกลัวการสอบสวน แต่หากใครผู้ใดคิดจะ ‘ยืมมือ’ กฎหมายเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม... เกรงว่าสวรรค์ย่อมมีตา”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา เฉินหยวนขยับกายเล็กน้อย เสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นหินดังก้องในความเงียบ “กุ้ยเฟย เจ้ามาหาเราด้วยเหตุผลใด”
“หม่อมฉันนำน้ำแกงบำรุงกำลังมาถวายเพคะ ทว่า... ดูเหมือนหม่อมฉันจะมารบกวนเวลาอันมีค่าของฝ่าบาทกับสนมคนโปรดเสียแล้ว” กุ้ยเฟยกล่าวพลางวางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม แววตาของนางชำเลืองมองเฟยหลันด้วยความเหยียดหยัน “อ้อ... เกือบลืมไป ท่านพ่อของเจ้าเพิ่งส่งจดหมายด่วนมาจากชายแดน ดูเหมือนค่ายพักแรมที่นั่นจะมีโรคระบาดเสียด้วย ไม่รู้ว่าพวกคนของเจ้าจะแข็งแกร่งพอต้านทานไหวหรือไม่”
เฟยหลันหัวใจกระตุกวูบ รอยยิ้มที่นางพยายามรักษาไว้แทบจะพังทลาย กุ้ยเฟยผู้นี้ช่างอำมหิตนัก การโจมตีครอบครัวของนางไม่ได้หยุดแค่ที่คดีความ แต่ยังรวมไปถึงการส่งคนไปบ่อนทำลายสุขภาพและชีวิตคนของนางในชายแดนด้วย!
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันขออนุญาตตัวไปพักผ่อนก่อนเพคะ” เฟยหลันเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา แต่นางรู้ดีว่าหากแสดงความอ่อนแอออกมาในตอนนี้ กุ้ยเฟยจะยิ่งได้ใจ
หลังจากเฟยหลันเดินออกจากห้องไป กุ้ยเฟยจึงขยับเข้าใกล้ฮ่องเต้ ลดเสียงลงจนเหลือเพียงกระซิบ “ฝ่าบาท... หมากตัวนี้เล่นยากเกินไปแล้ว หากไม่กำจัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ เกรงว่าบัลลังก์ของพระองค์อาจจะไม่ได้สั่นคลอนแค่เพราะศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะสตรีผู้นี้”
เฉินหยวนหันมามองกุ้ยเฟย สายตาที่เขามองนางไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความสมเพช “เจ้าคิดว่าเจ้าคุมเกมอยู่เพียงผู้เดียวหรือ กุ้ยเฟย? การที่เจ้าส่งคนไปที่ชายแดนโดยพลการ... เจ้าคิดว่าเราไม่รู้หรือว่านั่นคือการขัดคำสั่งเรา?”
กุ้ยเฟยชะงัก สีหน้าของนางซีดเผือดลงในฉับพลัน
ในขณะเดียวกัน เฟยหลันที่เดินออกมาถึงระเบียงทางเดินยาวที่มืดมิด มือของนางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางไม่เคยโกรธเกรี้ยวเท่านี้มาก่อน การโจมตีครอบครัวของนางคือเส้นตายที่นางไม่อาจยอมรับได้ แต่ในจังหวะที่นางกำลังจะหันหลังกลับไปจัดการกับคนของกุ้ยเฟย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
“ไม่ต้องรีบร้อนไปหลินเฟยหลัน... เจ้ายังไม่ได้เปิดอ่าน ‘ของขวัญ’ ที่ข้าฝากคนไปวางไว้ในตำหนักของเจ้าเลย”
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเพียงครึ่งใบหน้า เป็นแม่ทัพเฉินไห่ ผู้ซึ่งควรจะอยู่ชายแดนและเป็นศัตรูกับครอบครัวของนาง! เขายื่นม้วนกระดาษตราประทับเลือดมาให้ “หากเจ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนขายข้อมูลให้กุ้ยเฟย... เปิดอ่านดูเสีย”
เฟยหลันรับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่นางคลี่ออกอ่าน แววตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง รอยเลือดบนกระดาษและลายเซ็นนั้น... มันคือลายเซ็นของ ‘คนใกล้ชิด’ ที่นางเชื่อใจที่สุดในตำหนัก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับการตัดสินใจที่ยากลำบากของเฟยหลันนะคะ
หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 21
สนมกุ้ยเฟยลงมือ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!