หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ•ตอนที่ 33

ทางรอดเดียว

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะปกป้องขยะที่ไร้ค่าผู้นี้ หลินเฟยหลัน! รู้ตัวหรือไม่ว่าลมหายใจของเจ้าเองก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นกัน!” เสียงแหลมสูงของกุ้ยเฟยดังก้องไปทั่วตำหนักเย็น บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพงที่ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกชวนคลื่นเหียน นางกวาดสายตาคมกริบมองร่างของ ‘เสี่ยวอี้’ สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่บัดนี้เลือดอาบใบหน้าจากการถูกโบยด้วยแส้หนังจนสลบไสลไปแล้ว หลินเฟยหลันไม่ได้ขยับตัวตามสัญชาตญาณของการหวาดกลัว นางเพียงแค่นั่งคุกเข่าบนพื้นหินเย็นเยียบ หลังเหยียดตรง สงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีความรู้สึก แต่ภายใต้ความเรียบเฉยนั้น นัยน์ตาคู่คมดุจหงส์กลับเต้นเร่าด้วยเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้นที่ถูกกดทับไว้จนมิด “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะว่ากุ้ยเฟยทรงหมายถึงขยะชิ้นใด” เฟยหลันเอ่ยตอบ เสียงของนางนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดอาบยาพิษ “หากเป็นเสี่ยวอี้ นางคือคนของหม่อมฉัน หม่อมฉันรับใช้ฝ่าบาทมานานพอที่จะทราบดีว่า กฎมณเฑียรบาลมิได้ให้อำนาจสนมเอกท่านใด มีสิทธิ์ประหารชีวิตข้าหลวงในตำหนักอื่นโดยปราศจากราชโองการ... เว้นเสียแต่ว่า กุ้ยเฟยจะทรง ‘ลืม’ กฎข้อนี้ไปแล้วชั่วขณะ” กุ้ยเฟยแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหู นางก้าวเข้ามาใกล้จนปลายรองเท้าปักลายดอกโบตั๋นหยุดลงตรงหน้าเฟยหลัน “เจ้าช่างปากดีนัก แต่จงจำไว้เถิด ว่าในวังหลังแห่งนี้ ความถูกต้องน่ะหรือ? มันก็เป็นเพียงสิ่งที่ผู้ชนะเป็นผู้ขีดเขียนเท่านั้น!” นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่มืดสลัว “ข้ามีพยาน มีหลักฐานว่านางเป็นคนขโมยตราประทับของฝ่าบาทไป การประหารชีวิตนางเพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน นับว่าสมควรแก่เหตุแล้ว” เฟยหลันคลี่ยิ้มบาง นิ้วมือเรียวบางของนางขยับเล็กน้อยซ่อนไว้ภายใต้แขนเสื้อที่เปียกชื้น “ตราประทับที่หายไป... หรือเพคะ?” นางแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “น่าแปลกนักที่กุ้ยเฟยทรงทราบว่าตราประทับหายไป ทั้งที่จนถึงขณะนี้ ฝ่าบาทยังมิได้มีรับสั่งเรียกขุนนางคนใดไปเข้าเฝ้าเรื่องตราประทับเลยแม้แต่น้อย หากท่านทราบก่อนใครเพื่อน... มิเท่ากับว่าท่านมีส่วนรู้เห็น หรือไม่ก็...” เฟยหลันเว้นจังหวะ สายตาประสานกับกุ้ยเฟยอย่างไม่เกรงกลัว “...ทรงเป็นผู้ที่ต้องการใช้มันเอง?” กุ้ยเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า!” “หม่อมฉันไม่ได้ใส่ร้าย แต่หม่อมฉันกำลังวิเคราะห์ตามความเป็นจริง” เฟยหลันลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการกักบริเวณมาหลายวัน แต่นางกลับดูสง่างามราวกับพญาหงส์ “หากหม่อมฉันนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท ว่ากุ้ยเฟยทรงร้อนรนจนรู้เรื่องตราประทับก่อนที่คนดูแลคลังหลวงจะทราบเสียอีก ท่านคิดว่าฝ่าบาทจะทรงรู้สึกอย่างไร? ระหว่าง ‘สาวใช้คนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก’ กับ ‘สนมเอกที่ดูเหมือนกำลังเร่งรีบทำอะไรบางอย่างในยามที่ฝ่าบาทไม่อยู่’ ท่านคิดว่าใครกันแน่ที่น่าสงสัยมากกว่ากัน?” ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักเย็นชั่วขณะ กุ้ยเฟยเม้มปากแน่น ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน นางรู้ดีว่าฮ่องเต้เฉินหยวนนั้นระแวงเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องอำนาจการสั่งการของตราประทับ “เจ้ากำลังเล่นกับไฟ หลินเฟยหลัน” กุ้ยเฟยขู่ลอดไรฟัน “หากต้องมอดไหม้ หม่อมฉันก็พร้อมจะดึงคนบาปให้ลงไปอยู่ในกองเพลิงเดียวกันเพคะ” เฟยหลันก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว สวนกระแสความกดดันที่ถาโถมเข้ามา “ปล่อยตัวเสี่ยวอี้ไป แล้วหม่อมฉันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ... ถือเสียว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม เพื่อความปลอดภัยของ ‘ตำแหน่ง’ ของท่าน” กุ้ยเฟยจ้องมองนางด้วยความเคียดแค้นชิงชัง แต่ท้ายที่สุด นางก็สะบัดหน้าหนี “ไป! เอาตัวมันออกไป!” เมื่อกุ้ยเฟยเดินออกไปจนลับตา เฟยหลันก็รีบทิ้งตัวลงประคองเสี่ยวอี้ที่หมดสติอยู่บนพื้นทันที มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากร่างที่ไร้สติ นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ถาวร แต่มันคือทางรอดเดียวที่นางสร้างขึ้นมาได้ในสถานการณ์ที่ไร้ทางสู้เช่นนี้ ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะพยุงเสี่ยวอี้ขึ้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ ฮ่องเต้เฉินหยวนยืนกอดอกพิงกรอบประตู นัยน์ตาคมกริบของเขามิได้ฉายแววโกรธเคืองหรือเมตตา แต่กลับเป็นความว่างเปล่าที่ทำให้นางขนลุกชัน “เจ้าพูดได้ดีมาก เฟยหลัน...” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้น แววตาของเขาเลื่อนไปมองตราประทับหยกที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ๆ มือของเฟยหลัน “แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... ว่าตราประทับจริงๆ นั้น อยู่ในมือข้าตลอดเวลา” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดใบหน้าของนาง “แล้วสิ่งที่เจ้าใช้ขู่กุ้ยเฟยไปเมื่อครู่นี้... เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ตราประทับที่หายไปนั่นน่ะ... เป็นเจ้าเองที่ขโมยมาซ่อนไว้ในตำหนักนี้ตั้งแต่วันแรก?” หัวใจของเฟยหลันกระตุกวูบ เมื่อตระหนักได้ว่านางมิได้เผชิญหน้ากับสนมที่โง่เขลา แต่กำลังยืนอยู่ต่อหน้า ‘พยัคฆ์’ ที่มองเกมของนางออกทั้งหมดตั้งแต่ต้น! ไป๋เหลียนหวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์เลือด: กลยุทธ์นางในผู้ไม่ยอมสยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%