ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 34

ร้านหนังสือและความทรงจำ

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“บอกเหตุผลที่พี่ต้องยอมเดินตามหลังเรามาสามรอบร้านนี้หน่อยสิคะ น้องจิน” เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือกลุ่มหนังสือศิลปะและภาพถ่ายสถาปัตยกรรม จินสะดุ้งเล็กน้อยจนเกือบทำหนังสือนิยายปกแข็งตกลงไปกองกับพื้น มือเรียวรีบคว้าสันหนังสือเล่มนั้นไว้แน่น ใบหน้าหวานหันขวับไปค้อนใส่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีเข้มที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสืออยู่ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ “ใครลากพี่มากันเล่า! พี่ต่างหากล่ะที่เดินตามผมมาต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดหลงทางเอง” จินเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอาการร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหูอย่างแนบเนียน “แล้วอีกอย่าง ร้านนี้ออกจะกว้าง หนังสือก็เยอะแยะ ทำไมพี่ต้องมาเดินวนโซนเดียวกับผมด้วยล่ะครับ... เอ๊ย! ไม่ใช่!” จินเผลอหลุดปากใช้คำพูดติดปากออกไป ร่างบางชะงักค้าง กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความเจ็บใจที่มักจะเผลอหลุดตัวตนเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ พี่ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะจนน่าโมโห “อ้าว... เมื่อกี้แทนตัวเองว่าอะไรนะคะ หูพี่ฝาดไปหรือเปล่าเอ่ย” ธันวาแกล้งโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างกันจนจินต้องเอนตัวหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นไม้ “หรือจริงๆ แล้ว ที่ปากแข็งบอกว่าไม่ได้คิดอะไรเนี่ย... ในใจแอบคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้วคะคนดี” “เพ้อเจ้ออะไรเล่า! ถอยไปเลยนะพี่ธันวา คนมองกันเต็มร้านแล้ว!” จินดันอกแกร่งเบาๆ แต่เจ้ากรรม แรงแค่นี้มีหรือจะระคายเคืองวิศวกรปีสามคนนี้ได้ ธันวายิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ที่คุ้นเคยลอยวนอยู่รอบตัว จินเบือนหน้าหนีไปมองสันหนังสือบนชั้นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น บรรยากาศภายในร้านหนังสือมือสองย่านอารีย์ช่วงบ่ายแก่ๆ เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าเคล้ากาแฟคั่ว ช่างตัดกับความว้าวุ่นในอกของเด็กนิเทศปีหนึ่งคนนี้เสียเหลือเกิน ไม่มีเสียงแซวจากไอ้แก๊งตัวแสบเพื่อนสนิท ไม่มีเสียงโวยวายรอบตัว มีเพียงเสียงลมหายใจของคนตรงหน้าที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ธันวาเห็นเด็กดื้อเงียบไป ผิดวิสัยคนปากเก่งที่มักจะสวนกลับทุกคำพูด รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าหล่อเหลาจึงค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก ร่างสูงถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะห่างตามเดิมอย่างรู้จังหวะ ไม่กดดันจนเกินไป นิ้วเรียวหยิบหนังสือศิลปะสถาปัตยกรรมเล่มที่จินเคยมองค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมาพลิกดู “มานี่หน่อยสิคะ” เสียงเรียกนุ่มนวลกว่าทุกครั้งทำให้จินยอมหันกลับมามองอย่างแปลกใจ ธันวาเดินนำไปยังมุมโซฟาเบาะหนังสีน้ำตาลเข้มมุมสุดของร้าน ซึ่งเป็นโซนลับตาคนและเงียบสงบที่สุด รุ่นพี่หนุ่มทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะตบเบาะข้างๆ เป็นเชิงอนุญาตให้จินนั่งลงด้วยกัน แม้จะลังเลอยู่ครู่ใหญ่ แต่ความอยากรู้อยากเห็นและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ขาสองข้างยอมก้าวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โดยดี ระยะห่างเพียงคืบทำให้ไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีคำหยอกล้อ ไม่มีมุกตลกโบ๊ะบ๊ะเหมือนทุกที มีเพียงเสียงเปิดพลิกหน้ากระดาษและแสงแดดสีส้มอ่อนที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาตกกระทบลงบนพรมเก่าๆ “โกรธพี่หรือเปล่าคะเรื่องวันก่อน” ธันวาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงจริงจังจนจินต้องหันไปมองตรงๆ “เรื่องไหนล่ะครับ... พี่ทำเรื่องชวนปวดหัวไว้ตั้งกี่เรื่อง ผมจะจำได้หมดเหรอ” จินพึมพำตอบเสียงเบา ไม่กล้าสบตาตรงๆ “เรื่องที่พี่ชอบแกล้งเรา... เรื่องที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเราเป็นแฟนกัน” ธันวาหันมามองเสี้ยวหน้าของรุ่นน้อง ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูเปราะบางและจริงใจจนจินใจกระตุก “พี่รู้ว่าเราอึดอัด... รู้ว่าบางทีมันก็เกินเลยคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องไปไกลมากแล้ว” จินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก คำพูดของธันวาเหมือนกุญแจที่ไขความรู้สึกอึดอัดในใจออกมาทีละเปลาะ ความจริงที่ว่าเขินอายทุกครั้งที่โดนแกล้ง ความจริงที่ว่าใจเต้นทุกครั้งที่อีกฝ่ายทำตัวใกล้ชิด และความจริงที่ว่า... เขาชินกับการมีรุ่นพี่คนนี้เข้ามาปั่นป่วนในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว “แล้วทำไม... ถึงยังทำล่ะครับ” จินถามเสียงสั่นเล็กน้อย กลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพตัวเองอยู่ภายในนั้น “ถ้าพี่รู้ว่ามันเกินเลย... ทำไมยังทำให้ผมคิดไปไกลอยู่เรื่อยเลยล่ะครับ” คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของคนทั้งคู่ ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แววตาไหววูบชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ที่อ่านไม่ออก มือใหญ่เอื้อมมาสัมผัสปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของจินแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้จินแข็งค้างราวกับถูกมนต์สะกด “ก็เพราะว่า... ถ้าไม่ทำแบบนั้น เด็กดื้อแถวนี้คงไม่ยอมเปิดใจมองพี่สักทีน่ะสิคะ” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมหูจนจินรู้สึกร้อนวาบไปทั้งแก้ม “พี่ไม่ได้แค่อยากแกล้งเล่นๆ นะคะจิน... ทุกอย่างที่ทำ ทุกคำที่พูด พี่จริงจังตั้งแต่แรกแล้ว” จินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าไม่ทัน หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพangจนมือไม้เย็นเฉียบ อากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงไปถนัดตา มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของจินสั่นครืดขึ้นมาเบาะๆ ทำลายความเงียบงัน จินสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือถือออกมาหวังจะแก้เก้อ หน้าจอแสดงการแจ้งเตือนแชตกลุ่มของไอ้แก๊งตัวแสบที่ส่งข้อความรัวเข้ามาไม่ยั้ง นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอเพื่อดูข้อความ แต่ด้วยความลนลานและสติที่กระเจิงไปไกล ทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดเปิดแชตส่วนตัวของใครอีกคนที่เพิ่งส่งข้อความเข้ามาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนแทน หน้าจอแสดงข้อความแชตจาก **"พี่ธันวา วิศวะตัวแสบ"** ที่ส่งรูปภาพแอบถ่ายจินตอนกำลังนั่งเลือกหนังสือในร้านเมื่อสครู่ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายสูบฉีดพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด— *[ภาพถ่าย: จินกำลังทำหน้ามุ่ยใส่ชั้นหนังสือ]* **[พี่ธันวา]: น่ารักขนาดนี้... จะให้พี่เลิกทำตัวเหมือนแฟนได้ยังไงล่ะครับ ตัวเล็ก** จินหน้าแดงแจ๋ ร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู รีบกดปุ่มจะลบข้อความนั้นทิ้งด้วยความตื่นตระหนก แต่เพราะความลนลานขั้นสุด นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่มส่งสติกเกอร์หัวใจดวงโตกลับไปแทนซะอย่างนั้น! ธันวาที่นั่งมองอยู่ข้างๆ หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ผสมความคลั่งรักแบบเต็มพิกัด “อ้าว... ส่งหัวใจมาแบบนี้ แปลว่าอนุญาตให้พี่เลิกเป็นแค่รุ่นพี่ แล้วเปลี่ยนสถานะจริงๆ ได้แล้วใช่ไหมคะ” จินอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนจนคิดคำเถียงไม่ออก ได้แต่กะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อใบหล่อเหลานั้นค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านปลายจมูก— --- ติดตามตอนต่อไปด้วยใจฟูนะคะ "ชาพีชหวานน้อย"
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%