"ถ้าถอยอีกนิดเดียว จินจะสิงเข้าไปอยู่ในตู้ล็อกเกอร์ข้างหลังแล้วนะคะรุ่นพี่..."
น้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นพร่าของตัวเองเมื่อครู่ ทำเอาคนตัวสูงที่ยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน หลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยนั้นไม่ได้ขยับหนีไปไหน แถมยังทิ้งระยะห่างไว้เพียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มจนจินต้องหลับตาปี๋ด้วยความขัดแย้งในอก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงความตื่นตระหนกนี้เข้าสักวัน
พี่ธันวาผละตัวออกไปช้า ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้เป็นบ้า ใบหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบนิ่งใส่คนอื่นเป็นประจำเวลานี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนมองอยากจะยกเท้าขึ้นไปยันสักทีให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ติดตรงที่เข่าเจ้ากรรมมันดันพาลจะอ่อนแรงเอาดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น
"พี่ไม่ได้จะสิงตู้ล็อกเกอร์สักหน่อย... พี่แค่จะหยิบกุญแจที่น้องจินบังเอิญเอาตัวไปบังไว้ต่างหากล่ะครับ"
"แล้วทำไมต้องพูดใกล้ขนาดนั้นเล่า! ถอยไปเลยนะ!" จินรีบดีดตัวถอยหลังออกมาสามก้าวรวด ใบหน้าร้อนผ่าวราถูกสาดด้วยน้ำร้อนจนต้องยกมือขึ้นมาพัดวีแก้มตัวเองแก้เก้อ ขณะที่ดวงตากลมโตก็ค้อนขวับใส่รุ่นพี่ตัวสูงที่ยืนหมุนพวงกุญแจในมือเล่นด้วยท่าทางสบายอารมณ์
"ก็เราตัวแค่นี้... ถ้าไม่โน้มลงไปแล้วจะได้ยินเหรอว่าเมื่อกี้บ่นอะไรพึมพำคนเดียว" พี่ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ตู้ล็อกเกอร์อีกครั้งเพื่อหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย "กลับห้องได้แล้วเด็กดื้อ ดึกมากแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ตื่นไปเรียนคาบเช้าไม่ไหวหรอก"
"รู้แล้วน่า! ไม่ต้องมาสั่งเลย!"
จินสะบัดหน้าหนีแล้วรีบคว้ากระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายบ้าง ก่อนจะเดินจ้ำออจากตึกคณะด้วยความเร็วสูงโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองคนข้างหลังอีกเลย ปล่อยให้เสียงหัวเราะทุ้มต่ำไล่หลังมาตลอดทางจนคนขี้โวยวายต้องเม้มปากแน่นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะคะ!
รถมอเตอร์ไซค์คันโตแล่นมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าหอพักของจินในเวลาเกือบเที่ยงคืน ทริปเดินทางสั้น ๆ จากมหาลัยกลับมาที่หอพักเต็มไปด้วยความเงียบงันที่แปลกประหลาด ปกติแล้วไอ้รุ่นพี่ตัวดีจะต้องหาเรื่องหยอกลบ กวนประสาท หรือไม่ก็หาข้ออ้างกวน ๆ มาเถียงกันจนถึงใต้ตึก แต่วันนี้เขากลับเงียบผิดปกติ มีเพียงแผ่นหลังกว้างที่สะท้อนแสงไฟถนน และกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งยามที่ลมพัดผ่าน
"ถึงแล้ว... รีบขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนซะ อย่ามัวแต่เล่นเกมดึกดึกเข้าใจไหม" พี่ธันวาถอดหมวกกันน็อกออก เสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยลวก ๆ ก่อนจะหันมามองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"รู้แล้วน่า ไม่ใช่เด็กสักหน่อย" จินบ่นอุบอิบยื่นหมวกกันน็อกคืนให้ "รุ่นพี่ก็รีบกลับไปนอนเหมือนกันเถอะ ขับรถดี ๆ ด้วยล่ะ"
"อืม..." รุ่นพี่หนุ่มรับคำสั้น ๆ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองนิ่งนานราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนมันกลับลงไป "ขึ้นห้องไป... เดี๋ยวพี่รอจนกว่าเราจะส่งข้อความบอกว่าถึงห้องแล้ว"
"หือ? ทำไมต้องรอด้วยเล่า ปกติก็..."
"บอกให้ทำก็ทำเถอะน่า" พี่ธันวาเอื้อมมือมาขยี้ผมของจินเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาในจังหวะนั้นมีความนุ่มนวลชนิดที่คนฟังต้องชะงักงัน "หรืออยากให้ขึ้นไปส่งถึงหน้าประตูห้องล่ะ หื้ม?"
"มะ... ไม่ต้องเลย! แค่นี้เอง เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว!" จินรีบส่ายหัวพรืดจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด ก่อนจะหมุนตัววิ่งพรวดพราดเข้าประตูหอพักไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองว่าคนตัวสูงตรงนั้นกำลังส่งยิ้มแบบไหนตามหลังมาอีก
ปัง!
เสียงประตูกระจกหอพักปิดลง พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวรากับเพิ่งผ่านสนามรบมาสด ๆ ร้อน ๆ จินยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังลิฟต์ ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังทำงานหนักหน่วงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
ทำไมช่วงนี้... เขาถึงทำให้เราใจเต้นแรงได้ตลอดเวลาเลยนะ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บนเตียงนอนนุ่ม ๆ ในห้องพักขนาดกะทัดรัด จินนอนพลิกตัวไปมาซ้ายขวาอย่างไร้ความง่วงงุน ใบหน้าหวานคว่ำลงกับหมอนใบโตเมื่อนึกถึงเหตุการณ์หน้าตึกคณะและคำพูดเมื่อครู่ของรุ่นพี่วิศวะคนนั้น
มือเรียวคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาเปิดหน้าจอ ไลน์กลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิทเด้งข้อความรัวยิบจนขี้เกียจจะเปิดอ่าน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นรายชื่อแชตส่วนตัวที่อยู่ด้านบนสุด... คนที่บอกว่าจะรอให้เขาส่งข้อความบอกว่าถึงห้องแล้ว
Chat: ธันวาเอง (23:45 น.)
- ถึงห้องยังเด็กดื้อ
- อย่าบอกนะว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว
จินเม้มปากแน่นด้วยความลังเล นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Chat: Jin (23:48 น.)
- ถึงนานแล้วค่ะ!
- กำลังจะนอนต่างหากเล่า ใครจะไปหลับคาโซฟาแบบนั้นกัน
(Seen - ธันวาเอง)
ผ่านไปไม่ถึงหวินาที หน้าจอโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเป็นหน้าจอสายเรียกเข้าทันที พร้อมกับชื่อของคนที่เพิ่งคุยแชตด้วยโชว์หร่าอยู่กลางจอ จินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบกดรับสายแล้วแนบหูทันทีโดยอัตโนมัติ
"ฮะ... ฮัลโหล?"
(ยังไม่นอนจริง ๆ ด้วยสินะ) เสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามาโดยตรง ราwithกับว่าเจ้าตัวมานั่งกระซิบอยู่ข้าง ๆ อีกครั้ง
"ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่นอน... แล้วนี่ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีกเล่า รุ่นพี่ถึงห้องรึยังเนี่ย" จินเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง กอดหมอนข้างแน่นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เอ่อยออกไปมีความงอแงเจืออยู่จาง ๆ อย่างลืมตัว
(ยัง... กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่)
"คิดอะไรของเขา ดึกดื่นแบบนี้ควรจะนอนได้แล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ตื่นสายหรอก"
(ก็กำลังคิดถึง... คนแถวนี้แหละมั้งครับ)
ตึง!
ราวกับมีฆ้อนยักษ์ตกลงมาทุบกลางหัว จินรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดกำกวมพวกนั้นมันคืออะไรกัน ทำไมเขาถึงขยันหยอดคำหวานใส่กันได้หน้าตาเฉยแบบนี้นะ!
"มะ... พูดอะไรเนี่ย! ดึกแล้วเพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะรุ่นพี่" จินแหวใส่ปลายสายเสียงดังลั่นห้องเพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่กำลังล้นทะลัก
(เปล่าสักหน่อย... พี่พูดจริง ๆ นะจิน) เสียงหัวดนตรีทุ้มต่ำหลุดออกมาจากปลายสายอีกครั้ง แต่มันกลับเงียบลงไปชั่วครู่ ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มนวลจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยจังหวะที่ช้าลง ชัดเจนขึ้น และจริงจังเสียจนคนฟังต้องหยุดหายใจ
(จิน... เคยสงสัยไหมว่าทำไม พี่ถึงชอบไปวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เราตลอดเวลา)
ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องนอนกว้างในยามวิกาล มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอผ่านสายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงคนสองคนไว้ด้วยกัน หัวใจของจินเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มสั่นคลอนและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในความมืดมิด
"รุ่นพี่..." จินเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับกระซิบ ความลังเลและความกลัวที่จะได้ยินคำตอบตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
(เพราะสำหรับพี่แล้ว... จินไม่ใช่แค่ "รุ่นน้อง" ที่น่าแกล้งตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ)
เปรี้ยง!
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจในยามดึก ประโยคถัดมาของรุ่นพี่ธันวาทำเอาสมองของจินหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนแทบจะถือไว้ไม่ไหว
(แต่จินน่ะ... เป็น "คนเดียว" ที่พี่อยากให้มาอยู่ข้าง ๆ กันตลอดไปต่างหากล่ะครับ)
ให้ตายเถอะ... นี่มันการสารภาพรักที่ขี้โกงชะมัดเลยนะคะ!
ขอบคุณที่เดินทางมาเติมความหวานและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 18
เพื่อนสนิทหรือคนสนิทใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!