"อ้าวไอ้ธันวา! ทำไมมาโผล่ห้องน้องจินได้วะ? แล้วนี่... มึงสองคนอยู่ในห้องกันสองต่อสอง... ทำอะไรกันอยู่รึเปล่าเนี่ย!"
เสียงโวยวายของไอ้เต้เพื่อนตัวดีดังทะลุโทรศัพท์มือถือที่เปิดสపీกเกอร์โฟนค้างไว้ ทำเอาคนฟังอย่างฉัน... เอ๊ย จินคนนี้เกือบสำลักน้ำลายตัวเองตายคาห้องนอน ฉันถลึงตาใส่ร่างสูงของรุ่นพี่วิศวะปีสามที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างเตียง พี่ธันวายังคงตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับเมื่อกี้ไม่ได้เพิ่งแอบเนียนเข้ามาในห้องของคนอื่นเขาหน้าตาเฉย แถมเสื้อนิเทศตัวโคร่งของฉันก็ยังพาดอยู่บนแขนแกร่งนั้นอีกต่างหาก
ให้ตายเถอะ! ภาพมันฟ้องซะจนต่อให้เอาช้างมาฉุดก็อธิบายไม่หมดแล้วค่ะแม่!
"เสียงดังหนวกหูจริงนะไอ้เต้ สมองฝ่อไปแล้วหรือไงถึงได้คิดอะไรต่ำตมในห้องคนอื่นเขาเนี่ย" พี่ธันวาเป็นฝ่ายเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยังฉายภาพหน้าเหวอๆ ของไอ้เต้กับไอ้กรณ์ที่เบียดกันเข้ามาจนเต็มจอ
"อ้าวไอ้รุ่นพี่! นี่ห้องน้องจินนะเว้ย! แล้วมึงไปทำอีท่าไหนถึงไปโผล่ในห้องน้องเขาสابعโมงเย็นแบบนี้วะ แถมใส่ชุดไปรเวทสบายใจเฉิบอีกต่างหาก มีพิรุธนะมึง มีพิรุธ!" ไอ้กรณ์เสริมทัพด้วยการชี้หน้าจอทำท่าทางจับผิดสุดฤทธิ์
ฉันรีบกระโจนเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือมาจากมือของรุ่นพี่ตัวแสบ หน้าตาตื่นตระหนกจนหูแดงแจ๋ "พวกแกนี่นะ! คิดไปถึงไหนกันเนี่ย! พี่ธันวาเขาแค่... เอ่อ... แค่ผ่านมาแถวนี้แล้วบังเอิญฝนตกก็เลย..."
"ฝนตกแดดเปรี้ยงเนี่ยนะน้องจิน แหม โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะเพื่อน" ไอ้เต้ขัดขึ้นเสียงสูงพร้อมทำหน้าล้อเลียนจนฉันอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งลงถังขยะซะเดี๋ยวนี้
"พอเลยนะพวกแก! เลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านแล้วก็ไสหัวไปนอนซะไป ดึกดื่นป่านนี้แล้ว โทรมาอยู่ได้!" ฉันแหวใส่เพื่อนรักทั้งสองเสียงดังลั่นก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย หน้าจอโทรศัพท์มือถือกลับคืนสู่ความเงียบสงบ แต่บรรยากาศในห้องนอนของฉันนี่สิ... มันกลับยิ่งอึดอัดและร้อนรุ่มขึ้นมาเสียดื้อๆ
ฉันค่อยๆ หันกลับไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอ่านหนังสือ สายตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันด้วยแววตากรุ้มกริมที่อ่านไม่ออก
"มองอะไรเล่า! ออกไปได้แล้วนะห้องฉันเนี่ย!" ฉันโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก มือบางทั้งสองข้างกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่
"ไล่จังเลยนะตัวแค่นี้" พี่ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แรงกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้ฉันต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "แล้วเมื่อกี้ใครกันนะที่บอกเพื่อนว่า... 'พี่ธันวาเขาแค่ผ่านมาแถวนี้' หืม? รู้ได้ยังไงว่าพี่ผ่านมาแถวนี้ ทั้งๆ ที่พี่ยังไม่ได้บอกสักคำ"
"ก็... ก็..." ฉันอึกอัก สมองตื้อตันคิดคำแก้ตัวไม่ออก "ก็พี่เดินดุ่มๆ เข้ามาในตึกหอพักฉันได้ หน้าตาระรื่นซะขนาดนั้น ใครเขาจะไม่รู้ว่าตั้งใจมาล่ะ!"
"อ๋อ... รู้ว่าตั้งใจมาเหรอ?" รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย พี่ธันวาก้มตัวลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับฉัน ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างกันแค่คืบเดียวจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "แสดงว่าใจตรงกันสินะ ถึงรู้ว่าพี่ตั้งใจมาหา"
"ใครใจตรงกับพี่กัน! หลงตัวเองชะมัด!" ฉันผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อระบายความเขินที่กำลังแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู แต่คนตัวโตกลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังแถมยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นไปแนบไว้กับผนังด้วยมือข้างเดียวได้ง่ายๆ อีกต่างหาก
"ปากแข็งจังนะตัวแค่นี้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaอยู่ข้างใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวโครมครามราวกับกลองเพล
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะความสั่นไหวในบรรยากาศราวกับปาฏิหาริย์ ฉันรีบพยักเพยิดไปทางโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียง "แช... แชตเข้า! ปล่อยฉันได้แล้วน่า!"
พี่ธันวามองหน้าฉันอย่างนึกเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของฉันแต่โดยดี ฉันรีบก้าวฉับๆ ไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอทันทีเพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้
หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มแชต "แก๊งคนสวยขาประจำหอ" ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อกลุ่มตามใจชอบของไอ้เต้ ข้อความรัวส่งมาเป็นพรวนพร้อมกับสติกเกอร์ไลน์รูปแมวอ้วนหน้ากวนประสาทที่ส่งรัวๆ จนหน้าจอแทบพัง
**[แชต: แก๊งคนสวยขาประจำหอ]**
**เต้ตัวแม่:** @จินน้อยกลอยใจ หลุดจากอกพี่รหัสสุดหล่อยังวะ หรือว่าโดนกินตับไปแล้ว!
**กรณ์คนหล่อ:** ไอ้เต้ปากเสีย เดี๋ยวก็โดนพี่ธันวาตามไปกระทืบคาห้องหรอก 555555
**เต้ตัวแม่:** กลัวที่ไหนล่ะวะ ประเด็นคือมันเงียบไปนานเกินไปแล้วไงแกรรร หรือกำลังสวีทกันอยู่จนลืมเพื่อนฝูง
**จินเอง (ฉัน):** พอกเลยนะพวกแก! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ พี่เขากำลังจะกลับแล้ว!
**เต้ตัวแม่:** แหมมมมม ใช้คำว่า "กำลังจะกลับแล้ว" แสดงว่าตอนนี้ยังอยู่ด้วยกันสินะคะคุณขาาาาา
**กรณ์คนหล่อ:** สติกเกอร์หมีกอดกันต้องเข้าแล้วจังหวะนี้ @จินเอง
ฉันกดส่งสติกเกอร์รูปหมีน้อยถือป้ายข้อความ "เงียบไปเลยนะ!" กลับไปประชดเพื่อนตัวแสบ แต่เพราะความรีบร้อนและนิ้วเจ้ากรรมที่ดันสั่นระริกจากสายตาคู่คมที่ยังคงยืนมองฉันอยู่ไม่ห่าง ทำให้ฉันเผลอกดผิดหมวดหมู่สติกเกอร์...
แทนที่จะเป็นรูปหมีโกรธ... นิ้วจิ้มเจ้ากรรมดันไปกดเลือกสติกเกอร์เซ็ตพรีเมียมราคาแพงลิบลิ่วที่นานๆ ทีจะหยิบมาใช้ เป็นรูปกระต่ายน้อยแก้มป่องกำลังกอดหมอนใบโต พร้อมข้อความตัวเบ้อเริ่มใต้ภาพว่า...
*「คิดถึงจัง รีบกลับมานะ (จุ๊บ)」*
ซวยแล้ว!
ฉันเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน สมองขาวโพลนในเสี้ยววินาที รีบกดปุ่มยกเลิกข้อความยิกๆ ด้วยความลนลาน แต่ทว่า... ปลายนิ้วดันไปกดโดนคำว่า **"ยกเลิกข้อความสำหรับตัวคุณเอง"** แทนที่จะเป็นยกเลิกสำหรับทุกคน!
กรี๊ดดดดดดด! อยากจะเอาหัวมุดลงใต้เตียงเดี๋ยวนี้เลยให้ตายเถอะ!
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงถนัดตา ฉันยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงต้นคอ ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตาของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังที่โน้มใบหน้าลงมามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือฉันชัดๆ ด้วยแล้ว... โลกทั้งใบก็เหมือนจะดับวูบลงตรงนั้น
"อืม..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นแผ่วเบาที่ข้างกกหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดรดต้นคอจนฉันสะấuท้าน "ส่งสติกเกอร์แบบนี้... แปลว่าให้พี่รีบกลับมา หรือว่าแปลว่าคิดถึงพี่จริงๆ กันแน่ล่ะครับ... น้องจิน?"
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรอยยิ้มพึงพอใจที่ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างชัดเจน...
...และก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากแก้ตัวสักคำ มือหนาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"งั้น... พี่ไม่กลับแล้วนะ"
"ชาพีชหวานน้อย" ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 26
สติกเกอร์ไลน์ที่แทนใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!