"ฉิบหาย... เขายืนอยู่หน้าห้องฉันจริงๆ เหรอเนี่ย!"
เสียงอุทานในใจของฉันดังลั่นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าที่ยืนพิงกรอบประตูห้องพักของฉันอย่างไร้ยางอาย มือหนาสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อกางเกงท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับว่าที่นี่คือรีสอร์ตหรูหราระดับห้าดาว ไม่ใช่หอพักนักศึกษาราคาประหยัดหลังมอ.ที่ผนังห้องบางเสียจนได้ยินเสียงข้างห้องหายใจ
"ไงครับน้องปีหนึ่ง หน้าซีดเชียว เห็นหน้าพี่แล้วนึกว่าเจอผีหรือว่าเจอเนื้อคู่กันแน่หื้ม"
พี่ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแบบฉบับหนุ่มวิศวะปีสามกำลังโน้มลงมาหาฉันเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นเหย้าแหย่กระต่ายตื่นตูมอย่างฉันเต็มประดา
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตั้งสติแล้วเอื้อมมือไปดึงประตูห้องให้เปิดกว้างขึ้นเพื่อบังร่างตัวเองครึ่งหนึ่ง "มาก่อกวนอะไรหน้าห้องคนอื่นคะเนี่ย แล้วรู้ได้ไงว่านี่ห้องฉัน เดินตามมาเหรอ โรคจิตหรือเปล่าพี่"
"ปากเกร็งเหมือนเดิมนะเรา" เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นทำเอาหูฉันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ส่วนรู้ได้ไง... ก็การบ้านชีทวิศวะเล่มที่เธอทำตกไว้ที่โรงอาหารเมื่อกลางวัน มีชื่อกับเบอร์ห้องหราอยู่เนี่ย พี่แคแร็กเตอร์ดีมีน้ำใจ เลยเอามาคืนให้ต่างหากล่ะครับ"
ว่าแล้วคนตัวสูงก็ชูสมุดชีทเล่มหนาปึกขึ้นมาตรงหน้าให้ดูเป็นหลักฐาน ฉันรีบกวาดตามองแล้วก็ต้องร้องอุ๊บ
*ตายจริง... ฉันทำมันตกไว้จริงๆ ด้วย!*
"เอ... แต่ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว แล้วก็ได้เห็นคลิปเด็ดตอนที่ยัยเตี้ยแถวนี้เต้นท่าพริตตี้มินิบาร์ตอนเมาแอ๋เมื่อคืนส่งเสียงร้องเหมียวๆ เรียกทาส..." พี่ธันวาจงใจเว้นวรรคพร้อมกับปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ นิ้วเรียวยาวกดสไลด์หน้าจอโชว์คลิปวิดีโอความยาวสิบวินาทีที่ทำเอาวิญญาณฉันแทบหลุดออกจากร่าง "ถ้าคลิปนี้หลุดไปถึงกลุ่มกوسيนิตยสารมอเรา หรือว่าส่งให้เพื่อนสนิทเธอฟัง..."
"อย่านะคะ!" ฉันพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้ามือถือเครื่องนั้นมาทำลายทิ้งให้สิ้นซาก แต่มีหรือที่คนตัวสูงระดับร้อยแปดสิบกว่าจะยอมให้เด็กปีหนึ่งตัวเล็กๆ อย่างฉันแย่งได้ง่ายๆ พี่ธันวาเพียงแค่ชูโทรศัพท์ขึ้นสูงเหนือหัว พร้อมกับย่อตัวหลบเล็กน้อยอย่างกวนๆ จนฉันเสียหลักพุ่งชนเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ ฉันรีบผงะถอยหลังออกมาแทบไม่ทัน สองแก้วร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันคงแดงแจ๋เหมือนลูกมะเขือเทศสุกแน่ๆ
"Oho ระวังหน่อยสิครับเด็กน้อย คิดจะพุ่งเข้ามาปล้ำพี่กลางโถงทางเดินหอพักเลยรึไง ใจร้อนไปหน่อยมั้งเรา"
"ใครจะไปปล้ำพี่! บ้าอำนาจ บ้าที่สุด!" ฉันกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ อยากจะกรี๊ดใส่หน้าหล่อๆ นั่นสักสามทีติดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะจุดอ่อนชิ้นโตอยู่ในมือเขา "แล้วตกลง... พี่ต้องการอะไรคะ ถึงจะยอมลบคลิปนั้นทิ้งไปเสียที เงินเหรอ เอาไปเลย สองร้อยในกระเป๋าตังค์ฉัน เอาไปให้หมด!"
ธันวาเลิกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคู่คมมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เงินสองร้อยซื้อข้าวขาหมูยังไม่ได้เลยมั้งน้องจิน... พี่ไม่ได้อยากได้เงินหรอกครับ"
"แล้วพี่อยากได้อะไรล่ะคะ พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า อย่ามาลีลา!"
คนตัวสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนฉันต้องถอยหลังกรูดเข้าไปในห้องพักของตัวเองทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเริ่มแคบลงทุกทีเมื่อแผ่นหลังบางของฉันชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ธันวาใช้มือข้างหนึ่งท้าวกับผนังขนาบข้างตัวฉันไว้ กลายเป็นกรงล้อมกลายๆ ที่ทำให้ฉันขยับไปไหนไม่ได้เลย
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ใกล้แค่เอื้อมจนหัวใจฉันเต้นระรัวเหมือนกลองเพล
"สิ่งที่พี่อยากได้... มันไม่ได้หายากขนาดนั้นหรอก" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู จนขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "แลกกับการลบคลิปนั้น... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะจบโปรเจกต์กิจกรรมคณะ เดือนหนึ่งเต็มๆ... เธอต้องมาเป็นเบ๊ส่วนตัวให้พี่"
"ห๊ะ! เบ๊ส่วนตัวเหรอคะ?!" ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน อุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ
"ใช่ครับ เบ๊ผู้ซื่อสัตย์ เรียกใช้ที่ไหนต้องไปทันที สั่งอะไรต้องทำตาม ห้ามเถียง ห้ามบ่น และที่สำคัญ..." ธันวาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากฉันแวบหนึ่งก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ "ต้องห้ามปฏิเสธคำสั่งเด็ดขาด ตกลงไหมครับ... คุณน้องเบ๊คนใหม่"
ฉันเม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์บีบคั้น ถ้ายอมตกลง ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอันแสนสงบสุขของฉันคงพังทลายกลายเป็นทาสรับใช้ของอีตาปีศาจวิศวะนี่แน่ๆ แต่ถ้าไม่ตกลง... คลิปสลัดผ้าเหมียวๆ ของฉันคงกลายเป็นไวรัลประจำคณะนิเทศศาสตร์ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที!
*ระหว่างศักดิ์ศรีกับความตาย... เลือกอันไหนดีวะเนี่ย!*
"ฮึ่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะนะไอ้รุ่นพี่ปีศาจ!" ฉันเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วตอบตกลงด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น "ก็ได้ค่ะ! ฉันยอมเป็นเบ๊ให้พี่ก็ได้! รีบๆ ลบคลิปเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ธันวาหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี นิ้วเรียวจัดการกดเข้าไปในแกลเลอรีแล้วกดลบคลิปเจ้าปัญหาต่อหน้าต่อตาฉันทันที พร้อมกับชูหน้าจอว่างเปล่าให้ดูเป็นหลักฐาน
"เด็กดี... พูดง่ายแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย" เขาเอื้อมมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ จนยุ่งเหยิงไปหมด ก่อนจะผละตัวออกไปยืนยิ้มกริ่มที่หน้าประตูห้อง "งั้นในฐานะเจ้านายคนแรก... พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ช่วยไปซื้อกาแฟลาเต้หวานน้อยร้านหน้าคณะวิศวะมาเสิร์ฟให้พี่ที่ตึกภาคด้วยนะครับ... ทาสจิน"
พูดจบ รุ่นพี่ตัวร้ายก็ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้ทีหนึ่งแล้วหมุนตัวเดินฮัมเพลงจากไปอย่างสบายใจเฉิบ ทิ้งให้ฉันยืนกำมือแน่นหน้าห้องด้วยความคับแค้นใจปนหงุดหงิดแปลกๆ
*อีตาพี่ธันวาบ้าเอ๊ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวแม่จะแอบใส่เกลือลงในกาแฟแก้วนั้นให้เข็ดเลยคอยดู!*
ฉันสะบัดหน้าพรืดเตรียมจะปิดประตูห้องเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นสั่นเบาๆ *สั่น*
ฉันหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ปรากฏว่าเป็นข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวของคนเพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ ส่งรูปถ่ายเซลฟี่คู่กับหน้าห้องฉัน พร้อมกับข้อความกำกับที่ทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในอากาศทันที
[Thanwa]: "อ้อ... เกือบลืมบอกไปอีกอย่าง ทาสจินครับ... นอกจากกาแฟแล้ว พรุ่งนี้ช่วยแต่งชุดนักศึกษาแบบกระโปรงพลีทจีบยาวที่เธอใส่เมื่อสัปดาห์ก่อนมาด้วยนะ พอดีพี่ชอบมองเวลานิดนึง... น่ารักดี"
ยัยชาพีชหวานน้อยขอตัวไปหยิบยาดมแป๊บนะคะ รี้ดเดอร์จ๋า อ่านแล้วใจเจ็บแทนยัยน้องจินกันไหมเอ่ย มาคอมเมนต์เม้าท์มอยกันหน่อยเร็ว!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 2
ข้อตกลงทาสผู้ซื่อสัตย์
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!