กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคียงกับควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อเคลือบสีพาสเทลบนเตาไฟฟ้า คือหลักฐานชิ้นโบแดงว่า ระเบียงห้องครัวคอนโดฯ ขนาดกะทัดรัดของฉันไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บมาม่าตุนไว้สิ้นเดือนอีกต่อไปแล้วค่ะ
แต่ปัญหาใหญ่ยิ่งกว่านั้นก็คือ... ไอ้คนที่กำลังยืนใส่ผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์สีเหลืองอ๋อยจนเกือบจะรัดติ้วกล้ามแขนแน่นๆ นั่นน่ะ มันคือ "พี่ธันวา" รุ่นพี่วิศวะปีสามตัวแสบ ที่อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าหนี้ค่าปรับสัญญาทาส (ที่เขาแต่งขึ้นเองล้วนๆ) บุกเข้ามาทำมื้อเย็นให้ฉันกินถึงห้องอย่างไร้มนุษยธรรม!
"ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งอยู่ทำไมล่ะครับคุณน้องจิน ขยับเข้ามาใกล้ๆ หน่อยสิคะ เดี๋ยวกลิ่นหอมๆ ของพี่จะลอยไปไม่ถึงคนแถวนี้เอา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่หันกลับมาพร้อมทัพพีในมือ ใบหน้าคมคายนั้นระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉันอยากจะเอามะเขือเทศในตู้เย็นปาใส่หน้าสักสามรอบติดๆ ให้สมกับความหมั่นไส้
"ใครปลาทูแม่กลองไม่ทราบครับ... เอ้ย! ไม่ใช่! ใครปลาทูแม่กลองคะพี่!" ฉันเผลอเสียงดังใส่ พร้อมกับรีบตบปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเกือบจะหลุดปากใช้สรรพนามผู้ชายออกไปให้เขาได้ล้อเลียนอีก "แล้วใครอนุญาตให้พี่ใส่ผ้ากันเปื้อนอันนี้ของฉันไม่ทราบ ถอดออกเลยนะ!"
"อ้าว ก็เราบอกเองไม่ใช่เหรอว่าชอบคนใส่ใจ... พี่ก็เลยใส่ใจ เอ้ย ใส่ผ้ากันเปื้อนมาเอาใจเราไงคะ" พี่ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นพราวระยับราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ ยิ่งจังหวะที่เขาแกล้งก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของฉันแทบจะแนบติดกับตู้เย็นด้านหลัง หัวใจเจ้ากรรมก็เริ่มรัวกลองชุดแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีกแล้วค่ะ "ดูดิ หน้าแดงใหญ่แล้ว... เป็นเพราะซุปมันร้อน หรือเพราะเขินพี่กันแน่ หื้ม?"
[Notification: Chat - ธันวาเองจ้า]
ธันวา: ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์แบบนี้ แปลว่าอร่อยตั้งแต่ยังไม่ได้ตักเข้าปากเลยสิคะ
จิน (นิเทศฯ ปีหนึ่ง): อร่อยพ่องสิพี่! ถอยออกไปเลยนะ ร้อนจะตายอยู่แล้ว!
ธันวา: ร้อนเพราะซุป หรือร้อนเพราะตัวพี่คะคนดี ?
จิน (นิเทศฯ ปีหนึ่ง): 😡😡😡
ฉันรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ ทั้งที่ตัวจริงเขายืนอยู่ตรงหน้าแค่นี้เองแหละค่ะ ก็เพราะถ้าเงยหน้าขึ้นไปเถียงสดๆ ตอนนี้ มีหวังได้แพ้สายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นจนเสียอาการหนักกว่าเดิมแน่ๆ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายบ้าอะไร ทำไมถึงมีอิทธิพลต่ออัตราการเต้นของหัวใจฉันได้ขนาดนี้วะเนี่ย!
"ไม่ต้องมาทำเนียนก้มหน้าเล่นแชตเลยค่ะเด็กดื้อ"
น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่ยื่นมาเคาะหน้าผากฉันเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับไปจัดการตักซุปสีอุ่นใส่ชามเซรามิกใบโปรดของฉันอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างที่ไหวตามจังหวะการขยับตัวนั้นช่างดูอบอุ่นจนน่าประหลาด จนเผลอคิดไปชั่วแวบหนึ่งว่า... ถ้ามีแบบนี้ทุกวัน ชีวิตเด็กหอเหงาๆ ของฉันคงจะมีสีสันเกินต้านทานแน่ๆ
"อ่ะ ชิมดูค่ะ" ชามซุปถูกเลื่อนมาตรงหน้า พร้อมกับสายตาคาดคั้นแกมเอ็นดูที่มองตรงมา "ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุยไว้... พี่จะยอมให้เราด่าสามวันติด ไม่เถียงเลยเอ้า"
ฉันก้มมองซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นกระทบปลายจมูก ความหิวที่ถูกปลุกเร้าด้วยบรรยากาศชวนใจสั่นทำให้ต้องจำยอมตักน้ำซุปเข้าปากคำหนึ่ง...
และวินาทีนั้นเอง ดวงตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
"เฮ้ย... อร่อยอะ!" ฉันหลุดอุทานออกมาอย่างลืมตัว รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ความหวานเคี่ยวจากกระดูกหมูและรากผักชีผสมผสานกันอย่างลงตัวจนแทบไม่อยากเชื่อว่าฝีมือผู้ชายสายวิศวะขี้แกล้งคนนี้จะทำออกมาได้อร่อยระดับภัตตาคาร
พี่ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาในตอนนี้ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันกลับอบอุ่น ละมุนละไม และมีเสน่ห์จนฉันต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองวิวยามเย็นนอกหน้าต่างกระจกแทน เพื่อซ่อนร่องรอยความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
"อร่อยก็กินเยอะๆ สิคะ ผอมจนเหลือแต่กระดูกแบบนี้ เดี๋ยวลมพัดปลิวไป พี่ไม่มีเวลาไปตามเก็บนะ" มือหนายื่นมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับทิ้งความอุ่นซ่านไว้บนหนังศีรษะนานนับนาที
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงช้อนกระทบขอบชามและเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ ฉันตักซุปเข้าปากเงียบๆ โดยไม่กล้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย เพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะทันเห็นใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหูของฉันในตอนนี้
แต่ทว่า... ความเงียบสงบอันชวนใจสั่นนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อจู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างชามข้าวก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด
*[สายเรียกเข้า: แม่จอมโหด]*
ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดรับ แต่ทว่าปลายนิ้วซุ่มซ่ามดันไปปัดโดนปุ่มสปีกเกอร์โฟนเข้าอย่างจัง!
"(ไอ้ตัวแสบ! แกอยู่ไหนทำไมยังไม่กลับหอ เสียงผู้ชายคนไหนอยู่ในห้องแกน่ะ หูฉันดีนะยะ อย่ามาโกหก!)"
เสียงแหลมสูงของมารดาบังเกิดเกล้าดังทะลุออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบสนิท ทำเอาฉันหน้าซีดเผือดสมองขาวโพลนในเสี้ยววินาที
และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากแก้ตัว เสียงทุ้มต่ำของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ไมโครโฟนมือถือ พร้อมกับเอ่ยประโยคทำลายล้างที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนทันที—
"สวัสดีครับคุณแม่... พอดีลูกชายแม่กำลังกินฝีมือว่าที่ลูกเขยอยู่ครับ เดี๋ยวทานเสร็จแล้วผมจะรีบส่งเข้านอนให้นะครับ ไม่ต้องห่วงนะคนสวย"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ "ชาพีชหวานน้อย" เสมอนะคะ!
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 7
พี่ใจดีหรือพี่แกล้งผมครับ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!