“บอกแล้วไงคะว่าอย่าหัน!”
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของจินดังขึ้น พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่เอื้อมคว้าเอวบางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นกะทันหันเสียจนแผ่นหลังของเด็กนิเทศฯ ปะทะเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซีดาร์ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยเข้าจมูกจนสมองที่มึนงงอยู่แล้ว ยิ่งรวนเรหนักขึ้นไปอีก
จินตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะประโยคขู่ขวัญเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังมันใกล้เกินไป ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอ
“พี่... พี่ธันวา” จินพยายามเปล่งเสียงออกไป แต่ลำคอกลับแหบผากจนแทบไม่มีเสียง
“ชูว์... อยู่นิ่ง ๆ ก่อนค่ะเด็กดี”
เสียงกระซิบกระซอատนั่นแหละที่ทำเอาสติที่เหลืออยู่ของจินกระเจิงไปไกลลิบ เจ้าของฉายารุ่นพี่วิศวะสุดเนี้ยบผู้ไม่เคยเสียอาการในที่สาธารณะ ตอนนี้กลับกำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอของเขาเสียจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับผิวเนื้ออ่อน
บรรยากาศรอบตัวในร้านนั่งชิลล์ยามค่ำคืนราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงเพลงสากลจังหวะช้า ๆ ที่เปิดคลออยู่เบื้องหลังกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงในโสตประสาท สิ่งเดียวที่จินรับรู้ในนาทีนี้คือฝ่ามืออุ่นจัดที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนเอวของตัวเอง กับความจริงที่ว่า... เขากำลังแพ้ทางผู้ชายคนนี้ราบคาบ
“ไหนบอกว่ากลับไปแล้วไงคะ...” จินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายเริ่มขยับลูบไล้เบา ๆ ที่สะโพก
“ถ้ากลับไปแล้ว จะรู้เหรอคะว่ามีเด็กแถวนี้กำลังเมาแล้วเรื้อน ส่งข้อความแปลก ๆ มาหาพี่น่ะ” ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างคนกลั้นขำ “ไหนดูซิ... ใครกันนะที่บอกว่า *‘ถ้าพี่ไม่เลิกแกล้ง ผมจะปล้ำให้ดูจริง ๆ ด้วย’* หื้ม?”
ใบหน้าที่แดงก่ำอยู่แล้วของจินร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนแทบจะระเบิด เขารีบยกมือขึ้นปิดหน้าผากตัวเองด้วยความอับอายขายหน้า แบบว่า... จำไม่ได้โว้ย! ตอนพิมพ์ไม่ได้คิดไงวะ! คิดแค่ว่าหมอนี่มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!
“ผมไม่ได้พูด! นั่นมัน... มันมือถือผีสิงต่างหาก!” จินแก้ตัวเสียงอุบออ เสียงอู้อี้ลอดผ่านร่องนิ้วที่ปิดหน้าอยู่
“มือถือผีสิงเหรอคะ?” ธันวาขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น จนแผ่นหลังของจินแนบสนิทไปกับลำตัวของอีกฝ่ายอย่างไร้ช่องว่าง เขายกคางมนขึ้นด้วยปลายนิ้วเรียวยาว บังคับให้เด็กดื้อต้องหันกลับมาสบตา “แต่แชทมันขึ้นชื่อว่า ‘จิน’ นะคะ... หรือว่าผีมันแอบอ้างชื่อเรา?”
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงกว่าอย่างจำยอม แสงไฟสลัว ๆ ในร้านสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมของธันวา สายตาคู่นั้น... สายตาที่มักจะมองมาด้วยความเอ็นดูแกมหยอกล้อเสมอ แต่วินาทีนี้กลับเต็มไปด้วยความลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจของจินสะดุด
มันไม่ใช่แค่อารมณ์อยากแกล้งเหมือนทุกที
“พี่ธันวา...” จินพึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา ความมึนเมาของแอลกอฮอล์ผสมผสานกับความวูบไหวในอก ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างที่สร้างมาพังทลายลงในพริบตา
ปลายนิ้วที่เชยคางไว้อยู่เปลี่ยนเป็นเกลี่ยไล้แก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นชวนให้ใจสั่นระรัว จินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำอุ่นที่ทั้งอันตรายและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน สมองสั่งให้ผลักอีกฝ่ายออกไป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการเอียงแก้มเข้าหาฝ่ามืออุ่นนั้นโดยอัตโนมัติ
“ครับ?” ธันวาขานรับเสียงนุ่ม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
“ทำไม...” จินเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่เสี้ยววินาที แต่ความอัดอั้นที่เก็บไว้ข้างในมานานมันร่ำร้องให้อยากระบายออกมา “ทำไมต้องทำดีด้วยขนาดนี้ด้วยวะ... ทำไมต้องทำให้ผมคิดไปไกลอยู่เรื่อยเลย”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ฝ่ามือที่ประคองแก้มอยู่หยุดนิ่ง
“ถ้าไม่ได้คิดอะไรเหมือนกัน... ก็หยุดทำแบบนี้สักทีเหอะวะ” เสียงของจินขาดหายเป็นช่วง ๆ เหมือนคนจะร้องไห้ ความน้อยใจที่สะสมมานานปะปนกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำใส “ผมเหนื่อยแล้วนะเว้ย... พี่รู้ป่ะว่าการเป็นฝ่ายแอบชอบมันโคตรทรมานเลย—!”
พรวด!
จินเบิกตากว้าง มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแทบจะไม่ทันเมื่อสมองที่ประมวลผลช้าลงกลับประมวลคำพูดเมื่อครู่นี้ได้ทันท่วงที
*ิบหายแล้ว...*
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวชั่วขณะ เสียงเพลงรอบข้างราวกับถูกตัดขาด จินยืนตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากลอกตาเลิกลั่ก มองหน้าคนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้าอย่างคนทำอะไรไม่ถูก
ไอ้ปากบ้า! ปากเสีย! บอกให้หยุดพูดดันทะลือกไปสารภาพรักเขาซะงั้น! ยิ่งเมาแล้วยิ่งรั่ว สมควรโดนเอาปี๊บคลุมหัวจริง ๆ จินเอ๋ย!
ธันวายังคงนิ่งงัน ดวงตาคมคริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะค่อย ๆ คลายออก เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ค่อย ๆ แผ่ขยายขึ้นทีละนิด... ทีละนิด จนกลายเป็นรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความดีใจแบบปิดไม่มิด
“อ๋อ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลากยาวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังอยากจะมุดดินหนี “ที่ผ่านมาคิดไปไกล... แล้วก็ทรมานมากเลยเหรอคะ?”
“ผม... ผมไม่ได้หมายถึง... อื้อ!”
จินยังไม่ทันได้แก้ตัว มือหนาก็รวบเอวบางเข้าหาตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงปิดเรียวปากที่กำลังเอ่ยคำแก้ตัวด้วยริมฝีปากของตัวเองทันที!
สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาทำให้จินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่ควรจะมีหายไปอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากริมฝีปากของอีกฝ่ายผสมผสานกับความหวานละมุนที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้จินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
ไม่ใช่แค่การแกล้งหยอกเหมือนทุกที แต่มันคือความรู้สึกจริงจังที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัสอ่อนโยนและโหยหา
ธันวาผละริมฝีปากออกมาช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เด็กน้อยในอ้อมแขนได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของจิน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้กันแค่คืบ
“ไม่ต้องเหนื่อยแล้วนะคะเด็กดี...” ธันวาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยประกายความสุขที่เอ่อล้น “เพราะพี่ก็รอให้เราสารภาพคำนี้มานานโคตร ๆ เหมือนกัน”
จินหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม สมองตื้อตันจนพูดไม่ออก ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าคนเจ้าเล่ห์ที่ตอนนี้ยิ้มจนตาหยี
แต่ทว่า... ในวินาทีที่จินกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศหวานซึ้งนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของธันวาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายบรรยากาศ
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่ก็ยอมละสายตาจากใบหน้าหวานเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง
เพียงแค่กวาดสายตาผ่านข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด รอยยิ้มคลั่งรักบนใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มก็พลันแข็งค้าง ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที รังสีความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคนละคน
จินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความงุนงง “มี... มีอะไรเหรอครับพี่?”
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาจิน ช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปื้อนยิ้มเมื่อครู่กลับเรียบสนิทจนน่ากลัว เขากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันออกมาเบื้องหน้า
“เพื่อนสนิทที่คณะของเธอ... ส่งข้อความมาบอกว่า...”
ธันวาเว้นจังหวะ เลิกคิ้วมองจินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงพอดิบพอดี
*“ตอนนี้มันกำลังเดินมาพาตัวเธอกลับ... และบอกว่ามีเรื่องสำคัญกว่าต้องคุยกับเธอให้เคลียร์”*
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
— ชาพีชหวานน้อย
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที•ตอนที่ 12
เกือบแล้ว... ใจมันจะพัง
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเหมือนแฟนผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!