เสียงส้นสูงทรงเข็มราคาแพงกระแทกลงบนพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าของไซต์ก่อสร้างดัง *ก๊อก-ก๊อก* เป็นจังหวะที่สะท้อนความหงุดหงิดในอกของรินรดาได้เป็นอย่างดี เธอกวาดสายตาคมกริบมองร่างสูงโปรดของซีอีโอหนุ่มผู้บ้าตัวเลขที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ก่อนแล้ว นาฬิกาข้อมือราคาแปดหลักของเขาบอกเวลาแปดโมงตรงพอดิบพอดี... ไม่ขาด ไม่เกิน และนั่นยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อหาเรื่องเธอโดยเฉพาะ
"คุณคณิน! ดิฉันมาตรงเวลาเป๊ะแบบไม่ให้คุณหักคะแนนได้เลยนะคะ" สถาปนิกสาวกระแทรกเสียงใส่ พร้อมกับสะบัดผมลอนยาวสลวยไปด้านหลังอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าในแง่ของความตรงต่อเวลา
คณินไม่แม้แต่จะชายตามองความสวยเฉี่ยวที่ตั้งใจแต่งมาประชันหน้างาน เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่บอกชัดเจนว่า *'ไร้สาระ'* ก่อนจะโยกแฟ้มเอกสารหนาเตอะสีน้ำตาลโยนลงบนโต๊ะไม้กระดานชั่วคราวเสียงดัง *ตุบ!*
"ตรงเวลา แต่สมองยังติดลบค่ะคุณรินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น "เปิดดูหน้าสี่สิบสอง... โครงสร้างซุ้มทางเข้าโครงการที่คุณออกแบบมาเนี่ย ใช้วัสดุหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีแกะสลักมือทุกแผ่น คุณคิดว่าเรากำลังสร้างวัง Versailles หรือกำลังทำคอนโดมิเนียมไฮเอนด์เพื่อการลงทุนคะ? งบตรงนี้บานปลายไปสามสิบเปอร์เซ็นต์เต็มๆ แบบไร้เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์โดยสิ้นเชิง"
รินรดาหน้าชาหนึบ ราวกับถูกตบด้วยตัวเลขในบัญชีที่เธอเกลียดเข้าไส้ เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเขาจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความดุดันลอยเข้าแตะจมูก คณินผถะถอยหลังไปนิดเดียวแต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสนิทไว้ได้
"มันคือศิลปะค่ะคุณคณิน!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ความหรูหรา สง่างาม และเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน คือจุดขายของตึกนี้! ถ้าใช้หินเทียมเกรดต่ำอย่างที่คุณต้องการ ตึกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับกล่องกระดาษราคาถูกที่มีแต่ชื่อ!"
"แต่มัน 'เปลืองงบ' ค่ะ" คณินเน้นย้ำทีละพยางค์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือเรียวหนายื่นแท็บเล็ตในมือให้เธอดูตัวเลขกราฟสีแดงฉานที่พุ่งทะยาน "นักลงทุนไม่ได้ซื้อกล่องกระดาษ แต่เขาซื้อ 'อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน' (ROI) ค่ะคุณสถาปนิก การออกแบบที่สวยงามแต่ทำให้โปรเจกต์เจ๊งไม่เป็นท่า มันไม่ใช่ความอาร์ต แต่มันคือความโง่เขลา... และผมจะไม่ยอมให้เงินลงทุนหลักร้อยล้านละลายไปกับความเพ้อฝันไร้สาระของคุณเด็ดขาด"
คำว่า *'ความโง่เขลา'* พุ่งเข้าปักกลางอกของรินรดาจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านจนแทบจะระเบิด มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะเอาแฟ้มเอกสารนี่ฟาดหน้าหล่อๆ ของซีอีโอจอมเผด็จการคนนี้สักทีสองทีให้หายแค้นนัก
"ถ้าคุณคิดว่าแบบของดิฉันมันแย่นัก ทำไมไม่ฉีกทิ้งแล้ววาดใหม่เองเลยล่ะคะ!" เธอย้อนถามเสียงสั่นด้วยความโมโห
"ผมไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำแบบนั้นหรอกครับ เพราะผมได้สั่งรื้อถอนโครงสร้างฐานรากส่วนเกินที่คุณออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตีห้าที่ผ่านมา..." คณินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เธอมองว่ามันช่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "และตอนนี้ คุณมีเวลาเจ็ดวันในการปรับแก้แบบทั้งหมดให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ผมกำหนด... ถ้าทำไม่ได้ เตรียมตัวจ่ายค่าปรับผิดสัญญาตามกฎเหล็กของผมได้เลย"
รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธจัด รื้อถอนไปแล้วงั้นเหรอ? นั่นมันผลงานที่เธอปั่นตาตั้งมาเป็นเดือนนะ!
แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดฉากกรี๊ดใส่หน้าเขาให้สาสม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของคณินก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและเย่อหยิ่งเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด เขากดรับสายด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลง
"ว่าไงนะ... ใครเป็นคนอนุมัติงบก้อนนั้น?"
รินรดายืนกอดอกมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาอย่างนึกสงสัย ในขณะที่คณินกำลังฟังปลายสายรายงานสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด รถยนต์หรูสีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าไซต์ก่อสร้างอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคณิน ที่เดินยิ้มเยาะก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ
"อ้าว... คุณคณิน ยืนหน้าเครียดเชียวครับ สงสัยโปรเจกต์ร้อยล้านนี่ท่าจะไปไม่รอดซะแล้วมั้งครับ" ธันวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้รินรดา "ส่วนคุณรินรดา... คนสวยระดับท็อปฟอร์ม ทำไมต้องมาทนทำงานกับคนใจแคบที่เห็นตัวเลขสำคัญกว่าผลงานศิลปะชิ้นเอกด้วยล่ะครับ สนใจมาร่วมงานกับบริษัทผมไหม? ผมให้งบคุณไม่อั้น... อยากใช้อินทีเรียร์ทองคำแท้แค่ไหน ผมจัดให้ได้หมด!"
คณินวางสายโทรศัพท์ช้าๆ ดวงตาคมกริบหันขวับมามองหน้าธันวานิ่งสนิท รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุที่กำลังก่อตัว เขาก้าวเข้าไปหาธันวาด้วยท่าทีคุกคาม แต่มุมปากกลับยกยิ้มเย็นเยียบที่ไม่มีใครคาดคิด
"คิดว่ากวาดซื้อหุ้นส่วนน้อยของโปรเจกต์นี้ไปได้ แล้วจะใหญ่คุมเกมได้ทั้งหมดแล้วสินะครับ... ธันวา" คณินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนธันวาชะงักรอยยิ้มค้าง
คณินหันกลับมามองหน้ารินรดาที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับสถานการณ์ตรงหน้า มือหนาควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองอร่ามที่ไม่มีวันหมดอายุออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะคว้ามือบางของเธอขึ้นมาแล้ววางการ์ดใบนั้นลงบนฝ่ามือของเธออย่างถือวิสาสะ
"ใช้เงินในบัตรนี้รูดซื้อบริษัทของมันมาเป็นของเราซะ... รินรดา" คณินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "แล้วสอนให้มันรู้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกมตัวจริง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าฟินสะใจจนต้องจิกหมอนแน่นอนค่ะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!