"ถ้าตัวเลขผลกำไรของคุณมันสำคัญกว่าจิตวิญญาณของมนุษย์ งั้นคุณก็เอาตึกแท่งปูนไร้หัวใจนี่ไปนั่งกอดนอนกินเงินปันผลคนเดียวเถอะค่ะท่านซีอีโอ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องประชุมใหญ่กระจกใสระฟ้า รินรดาหอบหายใจน้อยๆ หน้าอกกระเพื่อมตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอยืนหยัดเต็มความสูงโดยไม่ยอมหลบสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของคณิน ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดในฐานะซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนยักษ์ใหญ่ผู้เป็นเจ้าของโปรเจกต์หมื่นล้านนี้
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขาค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงระยับอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อดิ้นรนในกรงทอง
"สถาปนิกสาวผู้มีโลกส่วนตัวสูง..." คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และบาดลึก "คุณกำลังใช้ความรู้สึกเพ้อฝันของเด็กฝึกงาน มาแลกกับงบประมาณลงทุนที่คำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยอัลกอริทึมระดับท็อปของประเทศ ตึกคานทรงเรขาคณิตนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้คนเดินชมความงามเชิงศิลป์ แต่มันสร้างขึ้นเพื่อทำกำไรสูงสุดในทุกตารางเมตรที่คุณพยายามเว้นไว้ทำ 'สวนหย่อมบำบัดจิต' ของคุณนั่นแหละ"
"ความงามมันตีค่าเป็นตัวเลขไม่ได้หريكะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความอัดอั้น "มนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่กล่องสี่เหลี่ยมทึบตันเพื่อซุกหัวนอนไปวันๆ นะคะ พื้นที่แสงธรรมชาติ การไหลเวียนของอากาศ และมุมมองที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติ มันคือออกซิเจนทางจิตวิญญาณที่คุณไม่มีวันกดเครื่องคิดเลขคำนวณออกมาได้!"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหยุดหายใจ บรรดาผู้บริหารระดับสูงและทีมวิศวกรต่างกลั้นหายใจเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกระดุกกระดิกตัว เพราะรู้ดีว่ารินรดากำลังท้าทายพญามัจจุราชแห่งวงการการเงินเข้าอย่างจัง ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจที่แฝงตัวมาร่วมสังเกตการณ์ในฐานะที่ปรึกษาอิสระ ถึงกับแอบยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ รอจังหวะที่สถาปนิกสาวคนนี้จะถูกเฉดหัวออกจากโปรเจกต์เพื่อที่เขาจะได้เข้ามาเสียบแทน
แต่คณินกลับไม่โกรธเกรี้ยวตามอารมณ์ของเธอ นัยน์ตาคู่คมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาเหยียดยิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย กดดันด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ปากเก่งดีนี่..." คณินกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอเมื่อก้าวเข้ามาประชิด "แต่ความมั่นใจของคุณมันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าแบบร่างชิ้นนี้ไม่สามารถทำกำไรให้ฉันได้ภายในสามปี... คุณกล้าพนันไหมล่ะ?"
"ฉันไม่เล่นการพนันไร้สาระหรอกค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่แพ้กัน "ฉันมั่นใจในผลงานของตัวเอง และถ้าคุณไม่มีปัญญาจะมองเห็นคุณค่าของมัน ก็เชิญฉีกสัญญาทิ้งแล้วหาคนอื่นมาทำงานนี้แทนได้เลย!"
คำพูดท้าทายหลุดออกจากปากเธอท่าความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ธันวาลอบยิ้มกว้างขึ้นในใจ พลางคิดว่านังเด็กอวดดีนี่คงสติหลุดไปแล้วจริงๆ ที่กล้าประกาศกร้าวท้าทายซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล
คณินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่รื้นด้วยหยาดเหงื่อบางๆ จากความโกรธ ความดื้อรั้นและแววตาสู้คนแบบไม่ก้มหัวให้ใครนี่แหละ... ที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดอาการกระตุกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มือหนายื่นไปหยิบเอกสารแบบร่างสถาปัตยกรรมบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด
"ฉีกสัญญาเหรอ? เสียดายจัง... ฉันไม่ชอบทำลายของสวยๆ งามซะด้วยสิ โดยเฉพาะผลงานที่มีลายเซ็นของคุณอยู่บนนั้น" คณินหันไปสบตาเธอนิ่ง "แต่ในเมื่อคุณมั่นใจนัก ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่า 'ความงามที่เงินซื้อไม่ได้' มันจะสร้างมูลค่าให้บริษัทฉันได้ยังไง... ภายในเจ็ดวันนี้ ถ้าคุณทำไม่ได้ตามเป้าหมายตัวเลขที่ฉันตั้งไว้ คุณจะต้องก้มกราบขอโทษฉันกลางห้องประชุมนี้ด้วยตัวเอง!"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันถาโถมเข้ามาจนหลังชนฝา แต่ศักดิ์ศรีและหัวใจของความเป็นสถาปนิกไม่ยอมให้เธอถอยหลังเด็ดขาด
"ได้ค่ะ! แล้วเราจะได้เห็นกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายอับอาย!"
เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด หมุนตัวเดินจ้วงอ้าวออกจากห้องประชุมโดยไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น มีนารีบวิ่งตามเพื่อนสาวออกมาทันทีด้วยความเป็นห่วง
คณินยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินจากไปด้วยสายตาที่ลุ่มลึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด มือหนาควักสมาร์ทโฟนเครื่องหรูออกมากดโทรหาเลขาคนสนิททันที
"เช็คประวัติส่วนตัวของสถาปนิกคนนั้นให้ละเอียดที่สุด... ทุกเรื่อง และเตรียมโอนเงินทุนสำรองฉุกเฉินอีกสิบล้านเข้าบัญชีโปรเจกต์ของเธอแบบเงียบๆ ซะ"
ในขณะเดียวกัน รินรดาที่กำลังยืนหอบหายใจพิงผนังลิฟต์เพื่อสงบสติอารมณ์ จู่ๆ ประตูลิฟต์ชั้นจอดรถส่วนตัวก็เปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้ พร้อมยื่นแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทที่มีข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดกระพริบเป็นตัวเลขเงินสดมหาศาล พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวเธอ...
*[ระบบเศรษฐีอัจฉริยะ ทำงานเสร็จสิ้น: คุณได้รับสิทธิ์ครอบครองหุ้น 30% ของบริษัทคู่แข่งในอีก 3 วินาทีข้างหน้า...]*
รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบกระهامต่ำที่คุ้นหูจนน่าขนลุก
"เกมยังไม่จบหรอกนะ... ยัยสถาปนิกจอมพยศ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะคะ บทต่อไปรับรองว่าดีต่อใจและสะใจขั้นสุดแน่นอนค่ะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 3
สถาปนิกสาวขอยืนหยัด
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!