เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของธันวาที่ดังลอดมาจากปลายสายเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เหมือนหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงความอดทนของฉันให้หมดลงทีละนิด... *“เกมยังไม่จบหรอกนะ... ยัยสถาปนิกจอมพยศ”*
ประโยคท้าทายนั้นถูกปัดตกไปอย่างไร้เยื่อใย เมื่อในเวลานี้ ฉัน—รินรดา สถาปนิกสาวผู้รักความอิสระเหนือสิ่งอื่นใด กลับต้องมานั่งตัวตรงแหน่วอยู่บนเก้าอี้เบาะกำมะหยี่สีแดงเข้มในห้องอาหารฝรั่งเศสสุดหรูระดับมิชลินสามดาว บรรยากาศรอบตัวอวลไปด้วยกลิ่นอายของไวน์ราคาแพงและเสียงดนตรีคลาสสิกที่ชวนให้อึดอัดเสียยิ่งกว่านั่งอยู่กลางสนามรบ
ตรงข้ามฉันคือ "คณิน" ซีอีโอหนุ่มผู้กุมอำนาจการลงทุนทั้งหมดของโปรเจกต์มหาاسาลนี้ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกำลังกวาดมองตัวเลขในแท็บเล็ตด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของฉันเป็นเพียงแค่ลมผ่าน
"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น หุ้นส่วนของเราคงคิดว่าบริษัทเราใกล้ล้มละลายแล้วนะคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
ฉันเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้พ่อซีอีโอจอมเผด็จการที่นั่งไขว่ห้างวางมาเหนือ "ถ้าฉันจะทำหน้าบูดบึ้ง มันก็เป็นเพราะใครล่ะคะที่เป็นคนลากฉันมาเผชิญชะตากรรมในดินแดนไฮโซนี่ โดยไม่บอกล่วงหน้าสักคำ แถมคนที่คุณนัดไว้ยังเป็นตาแก่หัวงูอย่างท่านประธานปกรณ์กับธันวาตัวแสบนั่นอีก!"
"พวกเขาก็แค่หุ้นส่วนสำคัญ... และการที่คุณต้องมานั่งยิ้มรับหน้าพวกเขาก็คือหนึ่งในหน้าที่ของหัวหน้าทีมสถาปนิก ไม่ใช่แค่ก้มหน้าก้มตาเขียนแบบอยู่ในกะลา" คณินวางแท็บเล็ต L-shaped ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในหัวใจฉันได้อย่างประหลาด เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ โน้มตัวข้ามโต๊ะอาหารจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยแตะจมูก "จำไว้ว่าเงินทุนก้อนใหม่ที่จะทำให้โปรเจกต์ของคุณผ่านอนุมัติ อยู่ในมือของคนที่เรากำลังจะกินมื้อค่ำด้วย เพราะฉะนั้น... เก็บกรงเล็บแล้วทำตัวน่ารักซะ"
"น่ารักเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!" ฉันเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบเพื่อดับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่าน
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างเราสองคนจะลุกลามไปมากกว่านั้น ประตูห้องอาหารส่วน V.I.P. ก็ถูกผลักเปิดออกโดยพนักงานต้อนรับ ร่างท้วมของท่านประธานปกรณ์เดินยิ้มหน้าบานเข้ามา พร้อมกับเงาคุ้นตาของคนที่ฉันเกหน้าสลักไว้ในใจ—ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจที่ส่งยิ้มหยันมาให้ทันทีที่สบตา
"โอho! ท่านซีอีโอคณินกับคุณรินรดานี่มาถึงเร็วจริงๆ สมเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงจริงๆ ครับ" ประธานปกรณ์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกตามแบบฉบับนักธุรกิจรุ่นลายคราม ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยมีธันวานั่งประกบข้างไม่ห่าง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มต้นขึ้นด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและคำเยินยอทางธุรกิจที่น่าสะบอสะอือ ธันวาเริ่มรินไวน์ลงในแก้วของฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเลئน "ได้ยินมาว่าคุณรินรดากำลังมีปัญหากับการออกแบบโครงสร้างฐานรากโซน B จนโปรเจกต์เกือบสะดุดเหรอครับ? น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่สถาปนิกชื่อดังระดับคุณ กลับพลาดท่ากับเรื่องพื้นฐานแบบนี้... ถ้าต้องการคำปรึกษาจากบริษัทผม บอกได้นะครับ ผมยินดีช่วยเสมอ... ในฐานะเพื่อนร่วมวงการ"
คำพูดเหน็บแนมแฝงนัยยะเหยียดหยามนั้นทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของฉันเต้นตุบๆ มือที่ถือส้อมสั่นระริกด้วยความโกรธ ฉันเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่อีกฝ่ายต้องหน้าชา แต่ทว่า...
มือหนาของคณินที่วางอยู่ใต้โต๊ะกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาเตือนสติฉันอย่างรวดเร็ว ฉันหันขวับไปมองเขาด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับส่งสัญญาณบางอย่างกลับมา—สัญญาณที่บอกว่า *'ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน'*
คณินระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับเต็มไปด้วยรัศมีแห่งความกดดันและอำนาจเบ็ดเสร็จที่ทำให้ทุกคนบนโต๊ะต้องชะงัก
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณธันวานะครับ..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนห้องทั้งห้องเงียบกริบลงทันที "แต่ปัญหาเรื่องโครงสร้างโซน B ที่คุณว่า... ทางเราได้ทำการแก้ปัญหาเสร็จสิ้นไปตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว ผ่านการอนุมัติจากวิศวกรระดับโลกที่ผมเพิ่งจ้างเข้ามาด้วยค่าตัวแปดหลักแล้วล่ะครับ"
ธันวาหน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนจากเยาะเย้ยเป็นซีดเผือดในทันที "อะ... อะไรนะครับ? แปดหลัก? โครงสร้างแค่นั้นเนี่ยนะ?"
"ใช่ครับ" คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ฟังดูระรื่นหูสำหรับฉัน แต่คงเหมือนเสียงฟ้าผ่าสำหรับธันวา "เพราะบริษัทของเราไม่เคยเสียเวลากับการรอความช่วยเหลือจากคู่แข่งที่จ้องแต่จะขโมยแบบแปลนคนอื่นหรอกครับ... จริงไหมครับ ท่านประธานปกรณ์?"
ประธานปกรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบหัวเราะกลบเกลื่อนความอึดอัด "อะฮ่าๆ... ครับๆ นักลงทุนมือทองอย่างคุณคณินนี่รอบคอบจริงๆ เลยนะครับ งั้นเรามาดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของโปรเจกต์นี้กันดีกว่า..."
ฉันแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคณินขณะที่เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับประธานปกรณ์ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ กับความร้ายกาจที่แสนจะพึ่งพาได้ของคนข้างกาย... ตาบ้าเอ๊ย เผลอใจเต้นให้อีกแล้วสียริน!
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมมื้อค่ำนี้กำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของฝั่งเรา เสียงแจ้งเตือนข้อความทางมือถือของธันวาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แวบแรกเขาขมวดคิ้ว แต่พอสายตาไล่อ่านข้อความบนหน้าจอจนจบ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
"น่าเสียดายจังนะครับคุณคณิน..." ธันวาเงยหน้าขึ้น หัวเราะร่าด้วยความสะใจ "ที่คุณบอกว่าแก้ปัญหาเสร็จแล้วน่ะ... มันอาจจะช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะตอนนี้ ทางคณะกรรมการควบคุมอาคารเพิ่งส่งคำสั่งระงับใบอนุญาตการก่อสร้างโซน B ของพวกคุณเรียบร้อยแล้วครับ!"
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ในมือฉันหลุดร่วงกระทบจานกระเบื้องแตกกระจาย เศษแก้วและหยดไวน์สีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วโต๊ะ ขณะที่คณินชะงักค้าง รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา เหลือเพียงความมืดมนที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาของเขา
พวกมันเล่นไม่ซื่อ... และเกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นของจริงเท่านั้น!
***
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความแซ่บของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ไอศกรีมมินต์ช็อก)*
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 4
มื้อค่ำที่กลายเป็นสมรภูมิ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!