เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดัง "ปั้ง!" ลงบนโต๊ะทำงานสถาปัตยกรรมกระจกใส จนรินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการร่างแบบสามมิติถึงกับสะดุ้งสุดตัว ปากกาไอแพดในมือเกือบหลุดร่วง เธอนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดทันทีโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำว่าใครคือเจ้าของมารยาททรามที่กล้าบุกรุกเข้ามาถึงโซนออกแบบส่วนตัว ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามของบริษัท
"ถ้าจะมาหาเรื่องหรือตรวจงานอย่างไร้สาระ กรุณากลับไปใช้สมองคำนวณตัวเลขในห้องแอร์เย็นๆ ของคุณเถอะค่ะคุณคณิน ทางนี้งานล้นมือจนไม่มีเวลามาเล่นขายของกับซีอีโอว่างงานหรอกนะคะ"
รินรดาพ่นคำพูดรัวเร็วด้วยความฉุนเฉียว เธอยอมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตวัดสายตาคมกริบใส่ร่างสูงโปรดในชุดสูททريสคลาสซี่ที่ยืนกอดอกตีหน้าขรึมอยู่ข้างโต๊ะ คณินในยามนี้ไม่ได้ดูเหมือนนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลเลยสักนิด แต่เขาเหมือนเด็กผู้ชายเอาแต่ใจที่จงใจมาป่วนประสาทเธอให้เป็นบ้าคามือมากกว่า
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า เขากวาดสายตากวาดมองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษไข โมเดลจำลองอาคาร และแก้วกาแฟที่วางระเกะระระกะด้วยท่าทางจับผิด
"งานล้นมือ? แต่ดูจากเส้นสายการออกแบบตรงนี้แล้ว เหมือนเด็กอนุบาลหัดขีดเขียนมากกว่านะคะรินรดา คุณใช้ตรรกะไหนในการคำนวณรับน้ำหนักโครงสร้างตรงนี้? หรือว่าเอาความเพ้อฝันของศิลปินไส้แห้งมาเป็นเกณฑ์วัดมาตรฐานความปลอดภัย?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่วาจาเชือดเฉือนคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้รินรดากำมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวอำนาจเงินตราหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"นี่คุณ! วิจารณ์งานฉันเกินไปแล้วนะยะ! โครงสร้างตรงนี้ฉันใช้หลักการกระจายน้ำหนักแบบพาราโบลา ซึ่งล้ำสมัยกว่าสูตรคำนวณไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่คุณใช้มาสิบปีเสียอีก ถ้าตาไม่ถึงก็กรุณาหุบปากแล้วไสก้นออกจากห้องฉันไปซะ!" รินรดาตอกกลับเสียงดังจนมีนา เพื่อนสนิทและอินฟลูเอนเซอร์สาวสวยที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปต้องรีบวิ่งเข้ามาห้ามทัพ พร้อมกับส่งสายตากราดเกรี้ยวใส่ซีอีโอหนุ่มจอมจุ้น
มีนากอดอก ยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัวบารมี "อุ๊ย ตายแล้ว! ลมอะไรหอบท่านซีอีโอผู้สูงส่งมาถึงรังมดงานตาดำๆ อย่างพวกเราคะเนี่ย หรือว่าที่บริษัทตัวเองไม่มีงานทำ จนต้องมาเดินตามจิกกัดเพื่อนฉันทุกกระเบียดนิ้วว่างั้นเถอะ? ระวังนะคะ... ตามตื้อเขามากๆ ระวังคนเขาจะหาว่าคุณแอบรักเพื่อนฉันเข้าจริงๆ แล้วจะหาว่ามีนาไม่เตือน!"
คำพูดขวานผ่าซากของมีนาทำให้คณินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบกวาดมองรินรดาที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความโกรธ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเดือดดาล ซึ่งในสายตาของเขา... มันช่างดูมีชีวิตชีวาและน่าแกล้งให้สติหลุดเสียเหลือเกิน
"แอบรัก? หึ... ฝันไปเถอะค่ะ" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของหญิงสาวทีละน้อย จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "ผมแค่ไม่อยากให้โครงการพันล้านที่บริษัทผมร่วมลงทุนต้องพังพินาศเพราะความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณต่างหาก งานนี้ถ้าพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คุณรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะรินรดา"
"ฉันรับผิดชอบไหวแน่ๆ ค่ะ! และต่อให้โปรเจกต์นี้จะพลิกคว่ำคะมำหงาย มันก็ไม่ใช่เพราะแบบของฉันหรอก แต่มันจะเป็นเพราะความเรื่องมากของคุณต่างหากล่ะ!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดทันที
รินรดาเหลือบมองหน้าจอเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ทว่าคณินกลับเป็นฝ่ายหรี่ตามองหน้าจอนั้นก่อนด้วยสัญชาตญาณนักธุรกิจผู้รอบคอบ
หญิงสาวกดรับสายด้วยความรำคาญใจ "สวัสดีค่ะ รินรดารับสายค่ะ..."
เสียงปลายสายหัวרויเราะเยาะเย้ยดังลอดออกมาผ่านลำโพงท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงาน "สวัสดีครับคุณรินรดา สถาปนิกคนเก่ง... ผมธันวาเองนะ พอดีผมได้ยินมาว่าแบบร่างตึกระฟ้าโปรเจกต์ใหม่ของคุณกำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลาย และดูเหมือนว่า... พาร์ทเนอร์คนสำคัญของคุณกำลังจะถอนทุนคืนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วด้วยสิครับ"
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอหันขวับไปมองคณินที่ยืนตีหน้าเรียบเฉยอยู่ตรงหน้าทันที แต่ทว่าแววตาของซีอีโอหนุ่มกลับพาดผ่านด้วยประกายความเย็นเยียบที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ธันวาหัวרויะในลำคออย่างสะใจผ่านสายโทรศัพท์ "ถ้าไม่อยากให้บริษัทของคุณต้องล้มละลายกลายเป็นเศษกระดาษ คืนนี้... เอาแบบร่างทั้งหมดมาพบผมที่ห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรม V... แล้วเราค่อยมาคุยกันว่าผมจะเมตตาช่วยคุณยังไงดี หึๆ..."
ติ๊ด! ธันวาตัดสายทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะไร้สรรพเสียง มีนาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดายืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและคับแค้นใจ ธันวาจงใจเล่นสกปรกเพื่อฮุบโปรเจกต์นี้ผ่านการบีบบังคับเธอ!
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะทันได้หยิบกระเป๋าเพื่อพุ่งตัวออกไปจัดการกับไอ้สารเลวธันวา มือหนาใหญ่ของคณินก็คว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนเธอต้องหันกลับมามองเขา
คณินไม่ได้พูดอะไรสักคำ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาไร้ความปรานี เขายกมืออีกข้างขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในวินาทีนั้น... ทำให้รินรดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ไม่ต้องเหนื่อยเดินไปหาไอ้ขยะนั่นหรอกนะคะ..." คณินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงอำนาจจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "เพราะในเมื่อมันกล้ามาแตะต้องของๆ ผม... ผมนี่แหละ จะเป็นคนควักกระเป๋าซื้อบริษัทของมัน แล้วเขี่ยมันให้พ้นไปจากวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยบัตรเครดิตใบนี้ใบเดียวเองค่ะ"
สิ้นคำพูด คณินตวัดสายตาดุดันมองมาที่รินรดา พร้อมกับรูดการ์ดสีดำสนิทไร้วงเงินฟาดลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" มาโดยตลอดนะคะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 5
คะแนนความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ด
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!