“ถ้าสมการทางการเงินของคุณมันหมายถึงการลดทอนคุณค่าของสถาปัตยกรรมลงเหลือแค่เศษกระดาษทิชชูใช้แล้วเช็ดโต๊ะ ฉันแนะนำให้คุณเอางบสามร้อยล้านนี่ไปซื้อเครื่องคิดเลขใหม่เถอะค่ะ คุณคณิน!”
เสียงใสปนกรุ่นโกรธที่ดังสะท้อนก้องห้องประชุมวีไอพีชั้นห้าสิบของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้ซีอีโอหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรการลงทุนหมื่นล้านสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย คณินปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับเธอกำลังท่องบทละครตลกฉากหนึ่งให้เขาฟังแก้เซ็ง
ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนค้ำโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววพยศและดุดันจนแทบจะเผาไหม้ร่างของเขาเป็นจุล เธอก็คือ ‘รินรดา’ สถาปนิกสาวมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วเอเชีย และในวันนี้ เธอกำลังยืนจ้องหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “มัจจุราชแห่งตัวเลข” ผู้เข้ามาพลิกโควตาและงบประมาณโปรเจกต์เรือธงของเธอจนยับเยิน
“คุณรินรดาครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึงคุณรินรดาคะ” คณินจงใจลากเสียงกวนประสาทเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นคิ้วเรียวสวยนั้นกระตุกเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ “โลกธุรกิจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันหรือเส้นโค้งอันสุนทรีย์บนกระดาษไขของคุณ ตัวเลขสี่ร้อยล้านที่ผมตัดทอนลงเหลือสามร้อยล้าน ไม่ใช่การลดทอนคุณค่า แต่เป็นการกำจัด ‘ความฟุ่มเฟือยไร้สาระ’ ที่พวกศิลปินอย่างคุณมักจะใส่เข้ามาเพื่อสนองตัณหาทางสุนทรียศาสตร์ของตัวเองต่างหาก”
“นี่คุณ!” รินรดาแทบจะพุ่งข้ามโต๊ะไปตบหน้าไอ้มนุษย์หุ่นยนต์ไร้หัวใจคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ปากคอเราะร้ายแบบนี้สมแล้วที่พวกสื่อการเงินตั้งฉายาให้เขาว่า ‘เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดก’ “ไอ้เสาเหล็กดัดโค้งรับน้ำหนักที่พวกคุณมองว่ามันเกินความจำเป็นเนี่ย มันคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ตึกนี้ไม่พังถล่มลงมาทับหัวคนในอีกสิบปีข้างหน้า! ถ้าคุณคิดแต่จะเซฟต้นทุนเพื่อเอาตัวเลขสวยๆ ไปรายงานผู้ถือหุ้น จนยอมเอาชีวิตคนนับพันมาเสี่ยง ฉันบอกเลยค่ะว่าต่อให้คุณเอาเงินมากองตรงหน้าฉันเป็นภูเขา ฉันก็ไม่เซ็นรับแบบก่อสร้างนี้เด็ดขาด!”
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มีนา เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของรินรดาที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามส่งสายตาปรามเพื่อนรักเบาๆ แต่มีหรือที่รินรดาจะสนใจ ในเมื่อความทะนงตนในฐานะสถาปนิกถูกเหยียบย่ำด้วยตรรกะเย็นชาของนักธุรกิจเลือดเย็นคนนี้
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งในชุดสูทรสนเทศเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แต่ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอ เธอจึงฝืนยืนหยัดสบตาเขาตรงๆ
“ความปลอดภัยคือสิ่งที่ผมคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเสมอ... แต่ความปลอดภัยที่ว่า มันต้องไม่แลกมากับความไร้ประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณ” คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบทว่าทรงพลังจนหัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ “ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง และแบบแปลนบ้าๆ ของคุณมันคุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ของบริษัทผม... ทำไมเราไม่ลองเดิมพันกันดูล่ะครับ?”
รินรดาชะงัก “เดิมพัน? เดิมพันอะไรของคุณ?”
“ถ้าคุณพิสูจน์ให้ผมเห็นได้ภายในสัปดาห์หน้าว่าโครงสร้างที่คุณออกแบบมันจำเป็นจริงๆ โดยที่งบไม่บานปลายเกินสามร้อยห้าสิบล้าน... ผมจะคุกเข่าขอโทษคุณกลางห้องประชุมใหญ่ พร้อมทั้งอนุมัติงบทั้งหมดตามที่คุณต้องการทันที” คณินยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนและท้าทายในเวลาเดียวกัน
“แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะคะ?” รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทายกลับทันที ไม่มีทางที่คนอย่างเธอจะยอมแพ้ง่ายๆ
“ถ้าคุณทำไม่ได้...” มุมปากของซีอีโอหนุ่มยกย่องขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “คุณต้องมาเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านดีไซน์ส่วนตัว’ ให้ผมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม... แบบที่ห้ามปฏิเสธคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น”
สายตาของทั้งคู่ประจันหน้ากันราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านอยู่ในอากาศ รินรดารู้สึกได้ถึงความวูบไวก2ลในช่องท้องอย่างประหลาดเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคมกริบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อยของเขา มันไม่ใช่แค่การเดิมพันทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามประสาทที่เธอไม่มีวันถอยหลังกลับเด็ดขาด
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากรับคำท้าทายนั้น ประตูห้องประชุมวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปร่งของ ‘ธันวา’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคณินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความเสแสร้งเต็มพิกัด
“อุ๊ย ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะการเจรจาอันดุเดือดระหว่างซีอีโอร้อยล้านกับสถาปนิกสาวตกอับหรือเปล่าครับเนี่ย?” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองรินรดาด้วยความแทะโลมอย่างไม่ปิดบัง “ถ้าคุณรินรดาลำบากใจที่จะร่วมงานกับคนใจแคบและไร้รสนิยมอย่างคุณคณินล่ะก็ มาร่วมงานกับบริษัทของผมดีกว่านะครับ ผมพร้อมทุ่มงบให้คุณไม่อั้น แถมให้เกียรติคุณมากกว่าไอ้หม่านี่แน่นอน”
คณินหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนในห้องรู้สึกได้ ความเกลียดชังระหว่างเขากับธันวามันฝังรากลึกเกินกว่าจะเยียวยา และการที่ธันวาบังอาจเข้ามาแตะต้อง ‘เป้าหมาย’ ในอาณาเขตของเขากisการล้ำเส้นที่ยอมไม่ได้
“เชิญไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ ธันวา ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. โยนแกออกไปฟลอร์ข้างล่าง” คณินเอ่ยเสียงเรียบแต่น่ากลัวเป็นที่สุด
ธันวาหัวเราะร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน “ปากดีจริงๆ นะคณิน ระวังเถอะ... โปรเจกต์นี้สุดท้ายก็จะต้องตกเป็นของฉันอยู่ดี!”
ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังเดือดดาลถึงขีดสุด รินรดากลับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะประชุม ซึ่งแสดงข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนตัวของคณินที่เผลอเปิดค้างไว้—ยอดเงินในบัญชีหมุนเวียนหลักหมื่นล้าน และการอนุมัติวงเงินซื้อบริษัทสถาปัตยกรรมคู่แข่งเพื่อตัดปัญหาเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส!
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว คณินก็ควักบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท โยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอเสียงดัง *เคร้ง!*
“งบสามร้อยล้านมันเรื่องเล็ก... แต่ถ้าคุณอยากพิสูจย์ว่าผมตาถึกหรือคุณแน่จริง พรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรง เตรียมตัวไปดูหน้างานจริงกับผมที่ไซต์ก่อสร้าง... ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 1
สมการที่ไม่ลงตัว
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!