เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 9

ค่ำคืนที่ติดค้างในไซต์งาน

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันแบบนั้น ฉันจะถือว่าคุณอยากนอนตากฝนข้างนอกมากกว่าเข้าไปหลบในตัวอาคารนะคะ, คุณคณิน” เสียงใสของรินรดาแทรกผ่านเสียงคำรามของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเปรี้ยงใหญ่ ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทานิลสนิทราวกับมีใครเอาหมึกดำมาสาดใส่ ไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมืองยามนี้ถูกโอบล้อมด้วยม่านน้ำฝนหนาทึบจนมองไม่เห็นตึกข้างเคียง คณินสะบัดหน้าออกจากกระจกรถหรูด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะกระชั้นชิด แสดงถึงความหัวเสียที่แผนการตรวจไซต์งานรอบดึกต้องพังไม่เป็นท่าเพราะพายุฤดูร้อนที่กระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี “ผมไม่ได้ทำหน้ายักษ์ ผมแค่กำลังใช้ความคิด... และที่สำคัญคือ ผมเกลียดความเปียกชื้น” CEO หนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เขาก้าวลงจากรถพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ แต่แรงลมมหาศาลก็ซัดจนโครงอลูมิเนียมเกือบหักงอ รินรดาที่วิ่งตามลงมาติดๆ หัวเราะคิกคักเบาๆ ก่อนจะดึงชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาให้วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาใต้โครงสร้างคอนกรีตของชั้นล็อบบี้ที่ยังสร้างไม่เสร็จได้อย่างเฉียดฉิว แฮ่ก... เสียงหอบหายใจเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโครงสร้างปูนเปลือย ทั้งสองคนเปียกปอนเล็กน้อย หยดน้ำฝนเกาะพราวตามเส้นผมและใบเฉี่ยวคมของคนทั้งคู่ คณินเสยผมที่ลู่ลงมาปรกหน้าผากด้วยความหงุดหงิด ขณะที่รินรดากำลังบิดชายเสื้อกันหนาวของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจภาพลักษณ์นักสถาปนิกสาวผู้เนี๊ยบกริบ “สภาพเราตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำเลยนะคะ” รินรดาเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกจากกระเป๋าถือยื่นให้เขา “เช็ดหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวซีอีโอพันล้านจะเป็นปอดบวมตายคาไซต์งานของฉันซะก่อน” คณินเหลือบมองผ้าเช็ดหน้าสีครีมปักลายดอกไม้เล็กๆ ก่อนจะปัดมือเธอเบาๆ “ผมดูแลตัวเองได้ รินรดา... แต่สิ่งที่คุณควรห่วงตอนนี้ไม่ใช่สุขภาพผม แต่เป็นเอกสารแบบแปลนโครงสร้างที่อยู่ในกระเป๋าเอกสารกันน้ำของคุณต่างหาก ว่ามันยังรอดปลอดภัยดีอยู่ไหม” สถาปนิกสาวชะงัก รีบเปิดกระเป๋าตรวจสอบเอกสารสำคัญทันที เมื่อพบว่าทุกอย่างยังแห้งสนิท เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้หน้าต่างกระจกบานเปลือยที่ยังไม่ได้ใส่กระจก มองออกไปข้างนอกที่สายฝนยังคงโปรยปรายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คณินมองตามร่างบางที่ทิ้งตัวลงนั่ง เขาลดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นปูนซีเมนต์หยาบๆ ในระยะประชิด สายตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีเครื่องสำอางหนาเตอะ มีเพียงความเหนื่อยล้าเจือจางแต่ยังคงไว้ซึ่งความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ “ทำไมถึงดื้อนักนะ” เขาเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่ใช้พูดคุยในห้องประชุม “รู้ทั้งรู้ว่าพายุกำลังจะเข้าตั้งแต่ช่วงเย็น ทำไมไม่ยอมยกเลิกนัดตรวจไซต์กับผม” รินรดาหันขวับมามองค้อน “ก็เพราะถ้าฉันยกเลิก คุณก็จะหาว่าฉันไม่มีความรับผิดชอบน่ะสิคะ! คุณมันพวกบ้าตัวเลขและสมบูรณ์แบบ นิสัยเผด็จการแบบคุณเนี่ย... ถ้าไม่ได้ดั่งใจคงจิกกัดฉันไปอีกสามชาติแน่ๆ” คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่นานๆ ครั้งเธอจะได้ยิน มันไม่ได้น่าหมั่นไส้เหมือนเวลาเขาตอกหน้าธันวาในที่ประชุม แต่กลับอบอุ่นและมีเสน่ห์จนหัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบอย่างประหลาด “ผมไม่ได้เผด็จการ... ผมแค่วรยุทธเหนือกว่าและมองการณ์ไกลกว่า” เขาเถียงหน้าตาย “คุณก็รู้ว่าธันวากำลังพยายามหาช่องโหว่เรื่องวัสดุก่อสร้างของเรา ถ้าเราไม่ตรวจเช็กให้ละเอียดทุกตารางเมตรก่อนส่งมอบ มีหวังมันเอาไปใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานเราในบอร์ดบริหารแน่” รินรดาเงียบลง สีหน้าของเธอส่อแววความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้ความมั่นใจมาตลอด เธอถอนหายใจยาว “ฉันรู้ค่ะ... มีนาเองก็เตือนฉันเรื่องธันวาเหมือนกัน หมอนั่นมันจ้องจะฮุบโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกแล้ว การที่มันพยายามเสนอราคาต่ำกว่าแต่ใช้วัสดุเกรดต่ำ มันคือการฆ่าคนทางอ้อมชัดๆ ในฐานะสถาปนิก ฉันยอมให้ตึกที่ฉันออกแบบกลายเป็นสุสานของใครไม่ได้หรอกค่ะ” น้ำเสียงที่จริงจังและแววตาที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ของรินรดาทำให้คณินนิ่งงบไป ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเขาเผลอสูดหายใจลึก “คุณนี่นะ... หัวรั้นเป็นบ้าเลย” คณินพึมพำ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “แต่ก็... น่ารักดีเวลาที่คุณปกป้องผลงานของตัวเอง” รินรดาหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีท่ามกลางความมืดสลัว เธอกระแอมไอแก้เขิน “พ...พูดบ้าอะไรของคุณคะเนี่ย! เก็บคำชมเลี่ยนๆ แบบนั้นไว้ไปใช้กับสาวๆ ในงานสังคมโน่นเถอะค่ะ” “ผมพูดความจริง” คณินขยับเข้าไปใกล้จนไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้น “ตั้งแต่ผมเจอคุณมา ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเถียงฉอดๆ ใส่ผมแบบนี้สักคน... รินรดา คุณทำให้โลกที่มีแต่ตัวเลขและผลกำไรของผมมันปั่นป่วนไปหมด รู้ตัวบ้างไหม” หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงฝนด้านนอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เสมอ แต่ในยามนี้กลับมีประกายความจริงจังบางอย่างที่ทำให้เธอไม่กล้าละสายตา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และหยดน้ำฝนที่กระทบพื้น คณินยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนใสเพื่อปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนรินรดานิ่งงัน ร่างบางเผลอหลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามที่คอยปั่นป่วนหัวใจ ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหากันอย่างลืมตัว... *กริ๊งงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินดังขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม CEO หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ แต่ไม่ถึงห้าวินาทีต่อมา... เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินก็ดังขึ้นรัวๆ รินรดารີบผละตัวออกด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอกระแอมกลบเกลื่อนแล้วชี้ไปที่โทรศัพท์ของเขา “ร...1 รับสายเถอะค่ะ! เผื่อเป็นเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ หรือไม่ก็... มีนาโทรมาตามฉันแล้ว” คณินถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดเปิดข้อความอีเมลที่เพิ่งเด้งเข้ามาใหม่ ดวงตาคมกริบกวาดตามองตัวอักษรบนหน้าจอเพียงไม่กี่วินาที รอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “มีเรื่องสนุกกว่าที่คุณคิดแล้วล่ะ รินรดา” คณินเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ “ธันวาเพิ่งส่งอีเมลอนุมัติการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล็อตใหม่ผ่านระบบบล็อกchain ของบริษัท... โดยอ้างชื่อผมและข้ามหัวคณะกรรมการบริหารทั้งหมด” รินรดาเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ?! หมอนั่นกล้าทำขนาดนั้นเลยเหรอ มันรู้ตัวไหมว่ากำลังทำผิดกฎหมายอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสาร!” “มันคิดว่าฝนตกหนักแบบนี้ ผมคงติดอยู่ที่ไหนสักแห่งและไม่มีทางเช็กระบบทันก่อนรุ่งสาง” คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีคุกคามและอำนาจเงินตรารอบตัวแผ่ซ่านจนน่าเกรงขาม เขากดเปิดกระเป๋าเงินและหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ ออกมา หมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น “แต่มันลืมไป... ว่าเซียนคณิตศาสตร์อย่างผม ไม่เคยพลาดเรื่องตัวเลขแม้แต่วินาทีเดียว” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดโทรหาเลขาส่วนตัวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น “จัดการอายัดบัญชีของธันวาซะ และเตรียมเอกสารฟ้องร้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด... ทุกข้อหา” *ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะฟินและสะใจไปกับความเจ้าเล่ห์ของซีอีโอคลั่งรักคนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* — **ไอศกรีมมินต์ช็อก**
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%