“ถ้าคุณคิดว่าการทำลายชื่อเสียงผมในที่ประชุมบอร์ดบริหารจะทำให้คุณชนะโปรเจกต์นี้ได้ล่ะก็... ผมแนะนำให้คุณไปทำความเข้าใจกับคำว่า ‘ทางตัน’ ใหม่นะคะ คุณธันวา”
รินรดากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงดังสนั่น เธอไม่ได้มีความประหม่าหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยดุจกวางป่าจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวของเธอไม่ได้สั่นแม้แต่ปลายเล็บ ขณะที่คณิน ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังห้องทำงานกระจกใสมองดูเหตุการณ์นี้อยู่เงียบๆ มุมปากของเขากระตุกยิ้มเล็กน้อย—ยิ้มที่ไม่ได้มีความใจดีเจือปน แต่มันคือยิ้มของนักล่าที่เริ่ม ‘ถูกใจ’ เหยื่อของเขาเข้าให้แล้ว
“คุณรินรดา คุณอย่ามาขู่ผมหน่อยเลย เอกสารที่คุณถืออยู่นั่นมันก็แค่กระดาษที่สร้างเรื่องขึ้นมา คุณไม่มีทางหาหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของผมได้หรอก” ธันวาหัวเราะในลำคอ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความมั่นใจที่เหลืออยู่กลับมา “เพราะผมลบมันทิ้งหมดแล้ว!”
“ลบทิ้งงั้นหรือคะ?” คณินก้าวเข้ามาในวงสนทนาด้วยจังหวะที่มั่นคง เสียงรองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะที่น่าเกรงขาม เขาหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาแล้วเลื่อนหน้าจอเพียงครั้งเดียว ข้อมูลกระแสเงินสดที่วิ่งเป็นเส้นกราฟสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นกลางโต๊ะประชุม “คุณคงลืมไปว่าระบบเซิร์ฟเวอร์ของธนาคารที่คุณใช้บริการน่ะ... เป็นบริษัทในเครือที่ผมถือหุ้นใหญ่ที่สุด 98 เปอร์เซ็นต์”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่า ธันวาเบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยยืดหยัดเริ่มโอนเอน ราวกับถูกกระชากหน้ากากจนเปลือยเปล่าท่ามกลางสายตาของศัตรู
รินรดาหันไปมองคณินเพียงชั่วครู่ แววตาของเธอมีความประหลาดใจวูบผ่านก่อนจะแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น เธอไม่สนหรอกว่าเขาจะใช้เงินซื้ออะไรมาบ้าง สิ่งที่เธอสนคือ ‘ความถูกต้อง’ ของงานสถาปัตยกรรมที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตสร้างขึ้นมา
“ธันวาคะ” รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเธอนิ่งและเย็นเยียบ “การที่คุณพยายามใส่ร้ายว่าแบบแปลนของฉันเป็นของก๊อปปี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือการดูหมิ่นวิชาชีพของฉัน และนั่นคือสิ่งที่ฉันไม่มีวันอภัยให้... บัญชีของคุณถูกอายัดเรียบร้อยแล้ว ตำรวจเศรษฐกิจกำลังเดินทางมาที่นี่ อีกสิบนาที คุณคงต้องไปอธิบายเรื่อง ‘ทฤษฎีตัวเลข’ ของคุณในห้องสอบสวนแทนที่จะมานั่งจิบกาแฟหรูๆ แบบนี้”
ธันวาผุดลุกขึ้นจะพุ่งเข้าหาเธอ แต่คณินไวกว่า เขาก้าวมาขวางหน้าเหมือนกำแพงเหล็กกล้า พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ก้าวเข้ามาล็อกแขนคู่แข่งรายนี้ไว้ทันที
“อย่าเสียเวลาเลยครับคุณธันวา” คณินกล่าวเสียงเรียบ “เวลาของคุณในโลกธุรกิจน่ะ... หมดลงตั้งแต่ที่คุณกล้าลองดีกับคนของผมแล้ว”
เมื่อความวุ่นวายจบลง ห้องทำงานก็กลับสู่ความเงียบงัน รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน เธอถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์เริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึก คณินมองร่างบางที่ดูเข้มแข็งแต่เปราะบางในยามเผลอไผล เขารินน้ำใส่แก้วคริสตัลแล้ววางลงตรงหน้าเธอ
“คุณจัดการได้ดีมาก” คณินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ “แต่การทำแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป ถ้าเขาไหวตัวทัน คุณอาจจะเป็นฝ่ายถูกฟ้องกลับ”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นนั่นยังคงอยู่ “ถ้าฉันไม่กล้าเสี่ยง ฉันก็ไม่มีวันเป็นสถาปนิกที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองหรอกค่ะ คุณคณิน... ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณมาคอยปกป้องแบบนี้ทุกครั้ง ฉันแค่ต้องการความยุติธรรม”
คณินชะงัก สายตาคมกริบของเขาจับจ้องใบหน้าที่รั้นดื้อของเธอ แทนที่จะโกรธ เขากลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอก... ความรู้สึกที่เขาไม่เคยต้องเผชิญมาก่อนในโลกของตัวเลขและกำไร
“ดื้อรั้นจริงๆ” เขาพึมพำ แต่ในแววตากลับมีความเอ็นดูที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ “รู้ไหมว่าถ้าเมื่อกี้คุณพลาดไปนิดเดียว ทุกอย่างที่ทำมาจะพังพินาศ”
“แต่มันก็ไม่พังนี่คะ” เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู “มีนาส่งข้อความมาบอกว่า ข่าวการอายัดบัญชีธันวาเริ่มกระจายไปทั่วโซเชียลแล้ว... หุ้นของบริษัทเขากำลังร่วงระนาว”
คณินเลิกคิ้วมองเธอด้วยความทึ่ง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่สถาปนิกที่เก่งกาจ แต่เธอยังวางหมากเกมนี้ไว้อย่างแยบยลตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้ยืนหยัดมาได้ถึงขนาดนี้ โดยไม่พึ่งพาใคร
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารก็ดังขึ้นกะทันหัน แสงไฟสีแดงวาบไปทั่วห้องทำงานหน้าจอแท็บเล็ตของคณินเด้งหน้าต่างแจ้งเตือนสีดำสนิทพร้อมข้อความตัวอักษรวิ่งผ่านรัวๆ
*‘มีการบุกรุกระบบฐานข้อมูลหลัก... ไฟล์โปรเจกต์ลับถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต’*
คณินขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองหน้าจอแล้วหันมามองรินรดา “คุณให้ใครถือรหัสผ่านโปรเจกต์นี้ไว้บ้าง?”
รินรดาหน้าถอดสี “ไม่มีใครเลยค่ะ... นอกจากฉันกับคุณ”
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยคนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้... หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอคืออดีตคู่หมั้นของคณินที่หายสาบสูญไปนานกว่าสามปี และในมือของเธอกำลังถือแฟลชไดรฟ์สีทองคำที่บันทึกข้อมูลทั้งหมดของโครงการนี้ไว้!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดาและคณินในตอนนี้นะคะ ไอศกรีมมินต์ช็อกสัญญาว่าจะรีบมาเสิร์ฟความเข้มข้นในตอนต่อไปให้เร็วที่สุดค่ะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 10
รอยร้าวในความเย็นชา
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!