เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 25

ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"ยอดเงินศูนย์บาท... นั่นคือสิ่งที่มึงต้องการจะสื่อใช่ไหม ธันวา?" น้ำเสียงของคณินราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นราวกับคมมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอ เสียงเขาก้องอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นมินิมอล รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะทำงานของเขา เธอเห็นนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นจังหวะที่เด็ดขาด ก่อนจะหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เช็กดูให้ดีนะคณิน เงินสำรองก้อนสุดท้ายที่แกใช้ค้ำประกันโปรเจกต์ 'Skyline City' น่ะ มันถูกโอนออกไปเกลี้ยงบัญชีภายในสามวินาทีเมื่อกี้" เสียงของธันวาผ่านลำโพงโทรศัพท์มีความสะใจจนน่าสะอิดสะเอียน "อ้อ... อย่าลืมบอกยัยสถาปนิกข้างตัวแกด้วยล่ะ ว่าดีไซน์สวยหรูที่พวกเธอภูมิใจน่ะ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง มันจะเป็นแค่เศษกระดาษที่ไม่มีค่าอะไรเลย เพราะบริษัทแกกำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย!" คณินกดวางสายทันทีโดยไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้พูดต่อ เขาหันมามองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจที่เคยมีในฐานะสถาปนิกหญิงผู้รังสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซดูเหมือนจะถูกสั่นคลอนด้วยตัวเลขศูนย์ตัวนั้น "คณิน... นี่มันเรื่องจริงเหรอ?" รินรดาถามเสียงสั่น แม้เธอจะพยายามรวบรวมสติ แต่หัวใจเธอกลับเต้นผิดจังหวะเพราะความเป็นห่วงคนตรงหน้ามากกว่าเรื่องงาน "เงินสำรองบริษัท... ถูกแฮ็กเหรอ?" คณินไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น เขายกมือขึ้นทัดปอยผมที่ปรกหน้าผากหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยทำเอาคนตัวเล็กกว่าชะงักงัน "คนอย่างฉันไม่เคยปล่อยให้ใครมากระตุกหนวดเสือได้ฟรีๆ หรอกนะรินรดา" คณินกระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีเพียงความดุดัน แต่มีความนุ่มนวลอย่างประหลาดแทรกอยู่ "ธันวามันคิดว่ามันชนะ เพราะมันมองเห็นแค่ตัวเลขในบัญชีที่ฉันเปิดทิ้งไว้ให้มันดู... แต่คนอย่างมันไม่มีวันเข้าใจความหมายของ 'การลงทุนที่แท้จริง'" "คุณกำลังจะบอกว่า..." รินรดาช้อนสายตามองเขา ใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่มากกว่าความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ "ฉันกำลังบอกว่า... การที่ใครสักคนจะเอาตัวรอดได้ในสมรภูมินี้ ไม่ใช่การมีเงินมากแค่ไหน แต่มันคือการที่รู้ว่า 'ใคร' ที่เราสามารถวางใจให้ยืนเคียงข้างได้ในวันที่ทุกอย่างติดลบ" จังหวะที่มือหนากุมมือเธอไว้แน่น ประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกโดยไม่ได้เคาะ มีนาเดินหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของอินฟลูเอนเซอร์สาวดูตื่นตระหนกจนลืมตัว "คณิน! ริน! พวกแกดูโซเชียลหรือยัง? ข่าวลือเรื่องบัญชีบริษัทถูกอายัดกำลังกลายเป็นไวรัล คนทั้งวงการกำลังรุมประณามว่าบริษัทแกกำลังจะเจ๊ง นี่มันเกมปั่นหัวชัดๆ!" มีนาโวยวาย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เธอเห็นคณินที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งกำลังกุมมือรินรดาไว้แน่น สายตาของเขาที่มองเพื่อนสนิทของเธอนั้น... มันไม่ใช่สายตาที่เจ้านายมองลูกน้อง แต่มันคือสายตาของเจ้าของที่กำลังปกป้องของรักที่สุด มีนากะพริบตาปริบๆ ความโกรธแค้นเรื่องงานหายวับไปกลายเป็นความสงสัยแทน "เอ่อ... ฉันขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า? หรือว่าพวกแก... ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกนี่มันเริ่มเปลี่ยนสถานะแล้วใช่ไหม?" รินรดารีบดึงมือออก ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อจนถึงใบหู "ไม่ใช่แบบนั้นนะมีนา! เราแค่กำลังคุยเรื่องวิธีแก้เกม..." "มันสายเกินไปที่จะปฏิเสธแล้วล่ะ รินรดา" คณินพูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน "ในเมื่อคนทั้งโลกเข้าใจไปแล้วว่าเราเป็นอะไรกัน ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำตัวห่างเหินอีก" เขาหันไปหามีนา "จัดการไลฟ์สดเดี๋ยวนี้ บอกให้ทุกคนเตรียมดูความพินาศของธันวาได้เลย เพราะสิ่งที่มันเห็นในบัญชีสำรองน่ะ... เป็นแค่ 'เหยื่อล่อ' ที่ฉันจงใจทิ้งไว้ให้มันติดกับดักทางกฎหมายที่ฉันเตรียมไว้ให้ต่างหาก" คณินเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบ 'บัตรเครดิตสีดำ' ไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง รินรดาเดินเข้าไปใกล้ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ดูราวกับจอมทัพผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในห้อง "ถ้าเราชนะในครั้งนี้..." รินรดาพึมพำขณะมองเขา "เราจะมีสถานะอะไรต่อกัน?" คณินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วกดบางอย่างบนหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง ทันใดนั้น ไฟในห้องทำงานก็ดับพรึบลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าจากจอมอนิเตอร์ที่สะท้อนใบหน้าของทั้งสองคน คณินก้าวเข้ามาใกล้เธอจนหลังของรินรดาชนเข้ากับชั้นหนังสือ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "สถานะเหรอ?" คณินกระซิบข้างหู "สถานะที่มากกว่าแค่พันธมิตรทางธุรกิจ... สถานะที่แม้แต่ตัวเลขสถิติที่แม่นยำที่สุดในโลกก็ไม่สามารถนิยามได้ว่ามันมีค่าเท่าไหร่... เอาเป็นว่า หลังจากคืนนี้จบลง ฉันจะทำให้เธอรู้เองว่า 'ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก' ของเราน่ะ... มันมีสิทธิ์ขาดเพียงแค่ฉันคนเดียว" ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของทุกคนในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกัน! ข้อความบนหน้าจอไม่ใช่ข่าวลือเรื่องการล้มละลาย แต่เป็นเอกสารการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากธันวาที่คณินเตรียมไว้ล่วงหน้า ทั้งยังพ่วงมาด้วยหลักฐานการทุจริตที่ถูกส่งตรงถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อบัญชีปลายทางที่ธันวาโอนเงินออกไปนั้น กลับวิ่งย้อนกลับเข้าสู่บัญชีลับของคณินที่ถูกผูกไว้กับระบบตรวจจับอัตโนมัติ เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวดังสนั่นอยู่เหนือตึกสำนักงานคณิน ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน มีนาชี้ไปที่หน้าต่าง "คณิน! มีคนจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีระดับประเทศลงจอดที่ดาดฟ้า... นี่แกเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?" คณินยิ้มเหี้ยม เขาส่งบัตรสีดำในมือให้รินรดา "ไปกับฉัน... วันนี้เราจะไปดูหน้าคนที่จะต้องชดใช้ด้วยชีวิตให้สมกับสิ่งที่เขาทำกับเรา" ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวพ้นประตูห้อง เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเธอกดรับ เสียงปลายสายกลับทำให้ลมหายใจเธอสะดุดลงทันที "รินรดา... ถ้าไม่อยากให้ตึกที่เธอออกแบบพังลงมาทั้งหลังเพราะโดนวางระเบิดเวลาล่ะก็... ลองหันกลับมามองที่กล้องวงจรปิดตัวที่สี่ในห้องทำงานดูสิ" รินรดาหันขวับไปมองมุมห้อง ทันใดนั้นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ที่คณินเปิดไว้ก็เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ภาพการเงิน แต่เป็นภาพของคนสนิทที่เธอกับคณินรักที่สุดกำลังถูกจับตัวอยู่บนดาดฟ้าตึกเดียวกันกับที่เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่! ไอศกรีมมินต์ช็อกขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นนะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%