กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเอสเพรสโซ่คั่วเข้มไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูย่านสุขุมวิทน่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อบุคคลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ ‘ธันวา’—ชายผู้ซึ่งพกพารอยยิ้มจอมปลอมมาพร้อมกับความทะเยอทะยานที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนเพื่อผลประโยชน์
"คุณกิตติครับ ผมว่าโปรเจกต์มิกซ์ใช้สอยมูลค่าหหมื่นล้านนี้ มันแบกรับความเสี่ยงเกินไปหน่อย ถ้ายังให้บริษัทสถาปนิกโนเนมอย่างของยัยรินรดามาดูแลงานออกแบบหลัก เกรงว่าแลนด์มาร์กชิ้นโบแดงของคุณจะกลายเป็นตัวตลกในวงการอสังหาฯ ภายในสามเดือนนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับจงใจกรีดแทงลงบนความน่าเชื่อถือของรินรดาอย่างเลือดเย็น
กิตติ นักลงทุนเฒ่าเจ้าของโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ขมวดคิ้วมุ่น เขานั่งไขว่ห้างพิจารณาเอกสารในมือสลับกับใบหน้าของธันวา "แต่เท่าที่ผมดู ผลงานเรนเดอร์เบื้องต้นของคุณรินรดาก็มีความโดดเด่นและตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกได้ดีมากนี่ครับคุณธันวา อีกอย่าง... คุณคณินก็เป็นผู้รับรองศักยภาพของเธอด้วยตัวเอง"
"คณินก็แค่หลงเสน่ห์เด็กฝึกงานในคาบสถาปนิกจนหน้ามืดตามัวต่างหากล่ะครับ" ธันวาหัวعิ้วในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเย้ยหยัน "ในฐานะหุ้นส่วนเก่าแก่ ผมไม่อยากเห็นเงินลงทุนมหาศาลต้องละลายไปกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ถ้าคุณกิตติยอมเซ็นสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทของผมแทน ผมมีทีมสถาปนิกมือระดับท็อปจากต่างประเทศมาสแตนด์บายรอเสียบแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแก้แบบใหม่แม้แต่มิลลิเมตรเดียว"
ข้อเสนอที่มาพร้อมกับผลประโยชน์มหาศาลและอำนาจเงินตราก้อนโตถูกวางลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างท้าทาย ธันวาเชื่อมั่นว่านักธุรกิจหน้าเงินอย่างกิตติไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้แน่
ทว่า... ก่อนที่กิตติจะได้อ้าปากตอบรับ ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอเหมาะ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของคณินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และทรงพลังราวกับพญาอินทรีย์ที่บินวนเหนือเหยื่อ
"เสียใจด้วยนะธันวา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทอดสายตาคมกริบมองคู่แข่งตัวฉกาจราวกับมองมดปลวก "พอดีว่ารสนิยมของผมกับคุณกิตติ ค่อนข้างตรงกันในเรื่องความซื่อ สุจริต มากกว่าการซื้อเสียงและซื้ออนาคตด้วยเงินสกปรก"
ธันวาหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นการปรากฏตัวที่ไม่คาดคิด "คณิน! แกเข้ามาเสือกอะไรด้วย ที่นี่เป็นการคุยธุรกิจระหว่างผู้ถือหุ้นกับนักลงทุน"
"ธุรกิจเหรอ?" คณินแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีซีอีโอมหาเศรษฐีแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา "ถ้าพูดถึงเรื่องธุรกิจ... เกรงว่านายคงต้องเช็คตัวเลขในบัญชีบริษัทตัวเองก่อนนะ ว่าตอนนี้เหลือเงินสดพอยาไส้ถึงสิ้นเดือนนี้หรือเปล่า"
ปลายนิ้วเรียวยาวของคณินเคาะลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ สองครั้ง ราวกับเป็นสัญญาณลับบางอย่าง ทันใดนั้นหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น แสดงกราฟแสดงสถานะทางการเงินและการเทขายหุ้นของบริษัทธันวาที่ร่วงดิ่งลงเหวอย่างฉับพลัน ชนิดที่เรียกว่าวินาศสันตะโรจนแทบไม่เหลือซาก
ธันวาเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ "มะ... เป็นไปได้ยังไง! ใครเป็นคนกว้านซื้อหุ้นของฉัน..."
"ก็ฉันเอง..." เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลังประตูก่อนที่รินรดาจะก้าวตามเข้ามา เธอสวมชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ "ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ ฉันคงต้องปกป้องชื่อเสียงของตัวเองจากพวกหมาลอบกัดอย่างคุณค่ะคุณธันวา"
รินรดายืนเคียงข้างคณิน สายตาคู่สวยมองตรงไปยังธันวาด้วยความสะใจลึกๆ เคมีของคู่รักนักธุรกิจและสถาปนิกสาวผู้กุมอำนาจเงินตราและงานออกแบบในคราวเดียวกัน ช่างทรงพลังและสร้างความกดดันให้ศัตรูจนหายใจไม่ออก
กิตติมองสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วด้วยความทึ่ง เขารีบปิดแฟ้มข้อเสนอของธันวาแล้วเลื่อนมันกลับไปทันที "ดูท่าทางคุณธันวาจะมีปัญหา ส่วนตัว ต้องสะสางนะครับ ทางเราคงต้องยึดมั่นในสัญญาเดิมกับคุณคณินและคุณรินรดา... ซึ่งผมเชื่อมั่นในศักยภาพของพวกเขามากกว่า"
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี "พวกแก... แกสองคนร่วมมือกันเล่นงานฉัน!"
"เขาเรียกว่าเกมธุรกิจค่ะคุณธันวา คนฉลาดเขาไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกโจมตีคู่แข่งลับหลังหรอกนะคะ" รินรดายิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเยียบเย็นจนน่ากลัว "และโปรดจำไว้ว่า... ถ้าคุณยังกล้าเข้ามาล้ำเส้นงานของฉันอีกครั้ง ฉันไม่ได้แค่ทำให้บริษัทคุณล้มละลายแน่ แต่ฉันจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการนี้เลย"
คณินเอื้อมมือไปโอบเอวบางของคู่หมั้นสาวไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบมองธันวาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยประโยคปิดตาย "เชิญออกไปได้แล้วครับ ก่อนที่ผมจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญตัวคุณออกไปในฐานะผู้บุกรุก"
ธันวากัดฟันกรอดด้วยความแค้นสุมอก เขากวาดเอกสารบนโต๊ะรวบเข้าหากันอย่างลนลานก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินจ้ำอخرجจากห้องไปอย่างน่าสมเพช
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องรับรองอีกครั้ง กิตติขอตัวลาเพื่อปล่อยให้คนทั้งสองได้พูดคุยจัดการเรื่องสัญญาขั้นสุดท้าย รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปค้อนคณินวงใหญ่ "คุณนี่นะ เล่นใหญ่เกินไปหรือเปล่า ฉันจัดการเองได้น่า"
"ฉันไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาดูถูกคู่หมั้นของตัวเองครับ" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างใบหูของเธอจนหัวใจดวงน้อยเต้นรำไม่เป็นจังหวะ "โดยเฉพาะเวลาที่เธอดื้อ... แล้วฉันต้องตามเช็ดกวาดความวุ่นวายให้แบบนี้"
รินรดาหน้าแดงก่ำ เธอยกมือขึ้นหยิกแขนแกร่งของเขาเบาๆ ให้อภัยกับความปากร้ายแต่แฝงความคลั่งรักนี้ไม่ลงจริงๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่น สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินก็สั่นครืนขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่แสดงยอดเงินโอนเข้าบัญชีหลักสิบหลักร้อยล้านจากกำไรหุ้นที่เพิ่งชอร์ตเซลล์ได้สำเร็จ
คณินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกดส่งข้อความอนุมัติการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางเมืองเพื่อสร้างสตูดิโอออกแบบแห่งใหม่ให้รินรดา โดยไม่ลังเลที่จะรูดบัตรเครดิตดำไร้วงเงินผ่านระบบออนไลน์ในพริบตาเดียว!
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนการทำธุรกรรมสำเร็จดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับข้อความป๊อป업บนหน้าจอที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ... เมื่อเธอเห็นชื่อเจ้าของโครงการใหม่ที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของเธอแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "ไอศกรีมมินต์ช็อก" มาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ!
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 20
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!