"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้เสาโรมันรับน้ำหนักคานคอนกรีตเสริมเหล็กนั่น โปรเจกต์มูลค่าหพันล้านนี้คงพังทลายลงมาทับหัวเราตายก่อนจะได้เปิดประมูลเสียอีกค่ะคุณคณิน!"
เสียงตบแฟ้มเอกสารฉาดใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบห้า กระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครยามบ่ายแทบจะสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ของสถาปนิกสาว
รินรดาจ้องหน้าซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเนิร์ดคณิตศาสตร์และปากจัดที่สุดในวงการด้วยดวงตาวาวโรจน์ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าคมคายที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ เธอยืนค้ำโต๊ะประชุมโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อกดดันชายหนุ่มผู้ นั่งไขว่ห้างกอดอกนิ่งสนิทอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง
คณินไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายกนิ้วเรียวยาวขึ้นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกช้าๆ สายตาคมกริบหลังเลนส์แว่นกวาดมองตัวเลขในแท็บเล็ตในมือราวกับกำลังอ่านเมนูกาแฟ ไม่ใช่แบบแปลนสถาปัตยกรรมที่ผ่านการนอนคิดมาสามวันสามคืน
"หลักการคำนวณของผมบอกว่าเสาโรมันต้นนั้นรองรับแรงอัดได้เกินกว่ามาตรฐานวิศวกรรมถึงสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ รินรดา..." คณินเอ่ยเสียงเรียบเย็น น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณใช้แต่อารมณ์และความสุนทรีย์แบบศิลปินมาตัดสินโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ มันใช้ไม่ได้ผลกับโลกแห่งความเป็นจริงหรอกนะ"
"คุณมัน..." รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอดทนที่สะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออก "ไอ้หุ่นยนต์คิดเลข! คุณไม่เคยสนใจเลยว่างานออกแบบของฉันมันมีจิตวิญญาณแค่ไหน!"
ความตึงเครียดในห้องพุ่งสูงจนแทบจะจุดไฟติด หากไม่มีเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาจากมีนา เพื่อนสนิทและอินฟลูเอนเซอร์สาวที่ถือโทรศัพท์มือถือไลฟ์สดค้างไว้ พร้อมกับสีหน้าซีดเผือด
"ริน! คุณคณิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" มีนาร้องลั่น ลากเก้าอี้มาทรุดตัวลงนั่ง "ธันวาเพิ่งปล่อยข่าวหลุดว่าแบบแปลนโครงสร้างตึกของเรามีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนัก! ตอนนี้หุ้นในเครือร่วงไปสี่จุดห้าเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ! แถมพวกนักข่าวแห่กันมาออกันอยู่ที่ล็อบบี้ตึกเต็มไปหมด!"
ชื่อของ 'ธันวา' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ คณินชะงัก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า
หากศึกภายในยังไม่จบ ศึกภายนอกก็พร้อมจะกลืนกินพวกเขาทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหว ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ทำลายโปรเจกต์นี้ แต่เขาต้องการทำลายชื่อเสียงของทั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนของคณินและสำนักงานสถาปนิกของรินรดาให้ย่อยยับไปพร้อมกัน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที สมองอันรวดเร็วของสถาปนิกสาวประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเฉียบคม เธอกวาดตามองหน้าซีอีโอหนุ่มที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน
"เรามีเวลาเหลืออีกกี่ชั่วโมงก่อนจะถึงกำหนดส่งแบบแปลนรอบสุดท้ายให้คณะกรรมการพิจารณา?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็นจริงจังและเฉียบขาด
คณินชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแปดหลักของตนเอง "สิบแปดชั่วโมง" เขาตอบสั้นๆ "และถ้าเรายังเถียงกันเรื่องเสาบ้าๆ นี่อยู่ เราคงเหลือเวลาแค่ไปเตรียมตัวขึ้นศาลล้มละลาย"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีนาลุ้นจนแทบหยุดหายใจ สลับมองหน้าเพื่อนรักกับซีอีโอหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเกลียดขี้หน้ากันยิ่งกว่าอะไรดี
รินรดากัดริมฝีปากชั่งใจอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าชายหนุ่ม ท่ามกลางความตกตะลึงของมีนา
"โอเค... ฉันขอวางความเกลียดขี้หน้าคุณไว้ตรงนี้ชั่วคราวค่ะคุณคณิน" รินรดาเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาดื้อรั้นฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว "เรามาพักรบชั่วคราวแล้วจับมือกันตบหน้าไอ้ธันวาให้หงายเงิบคาเวทีพรีเซนต์พรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ!"
คณินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาหลังเลนส์แว่นกอบกุมมองมือเรียวบางที่ยื่นมาตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะยื่นมือหนาออกไปกุมมือของเธอไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านฝ่ามือของทั้งคู่ เป็นการทำสัญญาลับที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร แต่ทรงพลังยิ่งกว่าสัญญาฉบับใดในโลก
"ดีมาก..." คณินกระตุกยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบทอประกายความเจ้าเล่ห์แบบนักธุรกิจเคี่ยวกรำ "ในเมื่อคุณยอมถอยก้าวหนึ่ง ผมก็จะใช้พลังเงินตราและสมองอัจฉริยะของผม ซื้อเวลาและพลิกเกมนี้ให้พวกมันต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตเลยทีเดียว"
"อย่ามาโม้ให้มันมากค่ะคุณคณิน พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิว่าซีอีโอร้อยล้านอย่างคุณทำอะไรได้บ้างนอกจากนั่งโต๊ะทำงาน" รินรดาลอยหน้าลอยตาท้าทาย ดึงมือกลับมาอย่างรวดเร็ว
"มีนา!" คณินหันไปสั่งการเสียงเฉียบขาดทันทีโดยไม่รอช้า "ติดต่อไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท เปิดโต๊ะแถลงข่าวพิเศษในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า พร้อมกับโอนเงินสิบล้านบาทเข้าบัญชีฉุกเฉินของทีมกฎหมาย เตรียมฟ้องหมิ่นประมานธันวาเรียกค่าเสียหายสามร้อยล้านบาทให้จบภายในวันนี้!"
มีนาอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน หันควับไปมองเพื่อนสนิทที่พยักหน้าสนับสนุนอย่างรู้ใจ ความสะใจเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างของอินฟลูเอนเซอร์สาวจนต้องแอบยกมือถือขึ้นมาเตรียมกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์
"ส่วนเธอ..." คณินหันกลับมามองสถาปนิกสาวผู้ดื้อรั้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ตามผมมาที่ห้องทำงานส่วนตัว เราจะมาแก้แบบโครงสร้างนั่นใหม่ด้วยกัน... แบบตัวต่อตัว จนกว่าจะได้ตัวเลขที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง แม้จะรู้ว่าการเข้าไปอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวกับผู้ชายอันตรายคนนี้จะชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุมเพื่อเตรียมรับมือกับสงครามธุรกิจครั้งใหญ่ เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนของคณินก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงยอดเงินในบัญชีหลักที่ถูกโอนเข้าสู่ระบบฉุกเฉินของบริษัท พร้อมกับข้อความจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ส่งพิกัดการเดินทางของบุคคลปริศนาที่เพิ่งบินลัดฟ้าลงมาจากต่างประเทศ—บุคคลที่จะเข้ามาพลิกกระดานเกมนี้ให้เดือดระอุยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ รับรองว่าตอนหน้าเดือดสะใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
---
*ไอศกรีมมินต์ช็อก*
เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น•ตอนที่ 15
เมื่อความซื่อสัตย์เริ่มทำงาน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์ประสาทแดกกับยัยสถาปนิกจอมวุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!