วิศวกรรมหัวใจ: ออกแบบรักฉบับร้ายให้ลงตัว•ตอนที่ 2

ฝุ่นปูนกับสงครามน้ำลาย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กระดาษไขแผ่นบางยับยู่ยี่ในมือของกรณ์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบ พราวนภาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ดวงตากลมโตมองเอกสารโครงสร้างลับใต้ดินในมือของหญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งโผล่เข้ามากลางกองเศษปูนและฝุ่นตลบอบอวลในตึกเก่าแห่งนี้ เอกสารแผ่นนั้นพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การรีโนเวทที่เขาและเธอเพิ่งเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดเมื่อห้านาทีก่อนอย่างสิ้นเชิง "คุณพูดว่าอะไรนะ... เปลี่ยนแผนทั้งหมดตั้งแต่บรรทัดแรกเลยเหรอคะ?" พราวทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหลือเชื่อ ขณะปัดเศษปูนสีขาวออกจากไหล่เสื้อเชيرสีฟ้าอ่อนอย่างลวกๆ "ใช่ค่ะ มินตราไม่ได้บอกพวกคุณเหรอว่าตึกนี้เคยเป็นคลังนิรภัยใต้ดินสมัยสงครามโลกมาก่อน เสาเข็มพวกนั้นไม่ได้รับน้ำหนักแค่ตัวตึกห้าชั้นบนดิน แต่มันค้ำยันห้องนิรภัยลับที่ถูกซีลตายไว้ข้างล่าง ถ้าคุณทุบผนังฝั่งตะวันตกทิ้งตามแบบแปลนที่ถืออยู่... รับรองว่าตึกนี้ได้ยุบตัวลงไปกองกับพื้นก่อนที่ฉันจะได้เปิดแกลเลอรีศิลปะแน่นอนค่ะ" สุภาพสตรีปริศนาผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่งแต่เฉียบคม เธอปรายตามองชุดสูทเนี๊ยบกริบที่ตอนนี้เปรอะฝุ่นของสถาปนิกหนุ่มด้วยรอยยิ้มเยาะบางๆ กรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่มองเอกสารในมือของพราวสลับกับใบหน้าของแขกไม่速เชิญ เขาเกลียดความผิดพลาด และยิ่งเกลียดมากกว่าคือการที่งานของเขาถูกปั่นป่วนโดยข้อมูลที่มา "กะทันหัน" แบบนี้ "คุณเป็นใคร แล้วมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่ากระดาษแผ่นเดียวที่เก็บมาจากห้องใต้หลังคาจะเชื่อถือได้มากกว่าแบบแปลนวิศวกรรมที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานเขตมาแล้ว" กรณ์ก้าวเท้าเข้าประชิดพราว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดบังแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเก่าๆ จนเกิดเงาทอดทับร่างบาง พราวมองแผ่นหลังกว้างที่จู่ๆ ก็ขยับมาบังวิสัยทัศน์ เธอสูดหายใจเข้าลึก1เฮือก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่รู้ตัว "กรณิศคะ ใจเย็นก่อน..." พราวเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ เพื่อปรามสติ แต่กลับถูกร่างสูงปัดออกด้วยความหงุดหงิด "ผมใจเย็นพอพราวนภา แต่ถ้าเรายังทำงานกันแบบคนละทิศคนละทางโดยไม่เช็กข้อมูลให้ดี คุณก็เตรียมตัวรับผิดชอบค่าเสียหายหลักล้านได้เลย" กรณ์หันมาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกระชับและเย็นเยียบจนคนฟังอยากจะหยิบเก้าอี้ฟาดหัวสักที ปากคอเราะรายแบบนี้มันน่าเอาปูนยาแนวอุดปากนัก! "นี่คุณ! โทษฉันฝ่ายเดียวเลยหรือไงคะ? แบบแปลนนี้คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเองกับมือเมื่อวานซืนนะ คุณชายหินแกรนิต! ทำไมไม่ตรวจทานให้ดีตั้งแต่แรกเล่า!" พราวสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอำมหิตของสถาปนิกหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ธันวาที่ยืนถือม้วนพิมพ์เขียวอยู่มุมห้องรีบวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองตัวแม่ตัวพ่อ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ "เฮ้ๆ ใจเย็นกันก่อนครับคุณกรณ์ คุณพราว เราเพิ่งมาลงพื้นที่วันแรกเองนะ ยังมีเวลาเคลียร์อีกเยอะ... ว่าแต่คุณผู้หญิงครับ รบกวนขอทราบชื่อและนามบัตรหน่อยได้ไหมครับ เผื่อเราต้องประสานงานกันยาวๆ" หญิงสาวผู้มาใหม่คลี่ยิ้มบาง เธอหย่านามบัตรสีดำสนิทตัวอักษรสีเงินวาววับยื่นให้ธันวา "ฉันชื่อ 'มินตรา' ค่ะ เป็นตัวแทนและผู้รับมอบอำนาจเบ็ดเสร็จจากเจ้าของตึกตัวจริง... และโปรดจำไว้ด้วยนะคะว่า ห้องใต้ดินที่พวกคุณกำลังจะทุบผนังทิ้งนั้น มีบางอย่างที่เจ้าของเดิมเขา 'ซ่อน' เอาไว้ และมันไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนเข้าไปยุ่งทั้งนั้น" คำว่า *'ซ่อนเอาไว้'* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศท่ามกลางฝุ่นละอองที่ยังคงลอยวนเวียน พราวมองหน้ามินตราสลับกับกรณ์ บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น แม้จะเป็นช่วงสายของวัน แต่ความมืดสลัวของตึกเก่าที่ยังไม่มีระบบไฟฟ้าสมบูรณ์กลับทำให้รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองพวกเขามาจากมุมมืด "ถ้าอย่างนั้น... คุณมินตราก็คงต้องพาพวกเราเดินทัวร์ 'ห้องใต้ดิน' ที่ว่านั่นทันทีสินะคะ" พราวยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มท้าทายแบบที่กรณ์เห็นแล้วอยากจะจับตีมือสักที แต่ในขณะเดียวกันก็สะดุดกับความกล้าหาญที่เกินตัวของหญิงสาวข้างกาย กรณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา เขาขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "นำทางสิครับ... ผมอยากรู้นักว่าใต้พื้นปูนซีเมนต์หนาเตอะนี่ มันมีอะไรสำคัญนักหนาถึงต้องรื้อแผนงานทั้งหมดของผม" มินตราพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เธอกลับหลังหันแล้วเดินนำไปยังประตูกล็กขึ้นสนิมที่ซ่อนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ประตูบานนั้นถูกคล้องด้วยโซ่เส้นโตและแม่กุญแจเก่าคร่ำคร่า ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดน่ากลัวเมื่อมินตราหยิบลูกกุญแจดอกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าถือแล้วไขมันออก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินปนสนิมพวยพุ่งออกมาจากช่องว่างทันทีที่ประตูกลอนถูกเปิดออก มันเป็นกลิ่นที่เก่าแก่และชวนอึดอัดจนพราวจิ้มจมูกด้วยความไม่ชอบใจ ความมืดมิดเบื้องหน้ามีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของธันวาที่ส่องนำทางลงไปสู่บันไดวนแคบๆ ที่ทอดตัวดิ่งลงสู่เบื้องล่าง "เชิญค่ะ" มินตราผายมือ กรณ์ไม่รอช้า เขาเป็นคนแรกที่ก้าวเท้าเดินนำลงไปตามบันไดแคบโดยมีธันวาตามติด พราวมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความลังเลชั่วขณะ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวตามลงไป ปลายเท้าของเธอกลับสะดุดเข้ากับก้อนปูนที่กระเด็นมาตกอยู่บริเวณธรณีประตู ร่างบางเสียหลักพุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง! "กรี๊ด!" พราวหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการกระแทกพื้นปูนแข็งๆ แต่ทว่า... สัมผัสที่ได้รับกลับไม่ใช่ความเย็นเยียบของพื้นซีเมนต์ อ้อมแขนแกร่งคู่หนึ่งควัดเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แรงเหวี่ยงจากการคว้าทำให้ร่างของเธอปะทะเข้ากับอกแกร่งของใครบางคนอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ลอยเข้าจมูกอีกครั้ง พราวค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือปลายคางได้รูปของกรณ์ที่ก้มมองลงมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แววตานิ่งขรึมคู่นั้นฉายแววระอาเจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง "ซุ่มซ่ามจริงนะคุณ... ถ้าไม่มีผมคอยรับไว้ ป่านนี้หัวคุณคงได้ไปจูบกับพื้นปูนข้างล่างนั่นจนหน้าแหกไปแล้วมั้ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงติดจะดุแต่กลับนุ่มนวลอย่างประหลาดในระยะประชิดแบบนี้ พราวหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องจักรข้างนอก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามจะดันตัวออกจากอ้อมแขนนั้น แต่กรณ์กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแก้มเนียนของเธออยู่แล้ว "ปล่อยเลยนะคะ ฉันยืนเองได้ค่ะ!" พราวเสียงสั่นเล็กน้อย "หึ... ปากเก่งแบบนี้ น่าจะลองปล่อยให้ล้มหัวฟาดพื้นดูสักที จะได้เข็ด..." กรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาพราวอยากจะละลายหายไปกับกองฝุ่นตรงนั้น แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นผิดจังหวะท่ามกลางความมืดสลัวของบันไดทางลงห้องใต้ดินนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนขนลุกซู่ *"ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... เพราะสิ่งที่อยู่ข้างล่างนั่น มันไม่ได้มีแค่โครงสร้างเก่าๆ แต่มันกำลัง 'รอ' ให้พวกคุณเดินลงไปหาอยู่พอดี..."* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสฝุ่นปูนและสงครามประสาทครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรรมหัวใจ: ออกแบบรักฉบับร้ายให้ลงตัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%