"ถ้าคุณกรณ์ยังยืนกรานจะทุบผนังอิฐมอญโชว์แนวฝั่งทิศตะวันออกทิ้งเพื่อทำกระจกเงาบานใหญ่ล่ะก็ ฉันแนะนำให้จ้างสถาปนิกคนอื่นมาออกแบบเถอะค่ะ เพราะพราวนภาคนนี้ไม่ขอเซ็นชื่อร่วมในโปรเจกต์ที่ทำลายจิตวิญญาณของตึกเก่าอายุห้าสิบปีด้วยความมักง่ายเชิงเรขาคณิตเด็ดขาด"
น้ำเสียงใสแต่กังวานราดรดบรรยากาศห้องประชุมที่เคยเงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ ให้เดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา แฟนแฟ้นท์สีดำราคาแพงถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมไม้ยาวจนเอกสารปึกหนากระจัดกระจาย
พราวนภาสะบัดหน้าเชิ่ดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นท้าทายร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กรณิศ หรือที่คนในวงการขนานนามว่า 'คุณชายหินแกรนิต' ขยับแว่นสายตาบางเฉียบขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นนิ่งสนิท ไร้ระลอกคลื่นความโกรธ ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว
เขายังไม่รีบตอบ ปล่อยให้ความเงียบงวดงุ่นง่านเข้าบีบคั้นประสาทสัมผัสของทุกคนในห้องอยู่หลายวินาที ก่อนเรียวปากหยักลึกจะขยับยิ้มเย็นชา ชนิดที่เรียกว่ารอยยิ้มพิฆาตความดันโลหิตของมัณฑนากรสาวโดยแท้
"มักง่าย?" กรณ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำน่าฟังแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "คุณพราวนภาครับ... หรือควรเรียกว่าคุณพราวผู้ยึดติดกับความโรแมนติกน้ำเน่าดีล่ะครับ? ตึกนี้ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี แต่กำลังจะถูกรีโนเวทให้เป็นครีเอทีฟคอมเพล็กซ์ที่ต้องรองรับกระแสเงินสดและฟังก์ชันการใช้งานจริง ถ้าเราเก็บอิฐผุพังไว้แค่เพราะมัน 'ดูขลัง' ในไอจีสตอรี่ของคุณ ผมว่าเราควรเอาเวลาไปคุยเรื่องงบประมาณและโครงสร้างที่รองรับน้ำหนักได้จริงจะดีกว่า"
"นี่คุณ!" พราวเกือบจะกระโจนข้ามโต๊ะไปบีบคอคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด สายตาดุๆ ที่เขาสส่งมามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะเอาคัตเตอร์กรีดดีไซน์มินิมอลลิสต์บ้าบอของเขาทิ้งให้หมด "คุณไม่เข้าใจคำว่า Storytelling ของพื้นที่เลยสักนิด! ตึกนี้มีประวัติศาสตร์ มีร่องรอยของกาลเวลา การที่คุณจะยัดเยียดกระจกใสแจ๋วสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ลงไป มันฆ่าตัวตนของสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ทางอ้อมชัดๆ"
"การบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่างหากคือหน้าที่ของสถาปนิก ไม่ใช่การมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้อดีตที่กินไม่ได้" กรณ์สวนกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดฝั่งที่เธอนั่งอยู่โดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างบางจนพราวต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มข้นลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือแค่เพียงคืบเดียว กรณ์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองผ่านเส้นผมที่หลุดรุ่ยจากการทำงานอย่างหงุดหงิดของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคืองโกรธ
"ถ้าคุณยังเถียงด้วยเหตุผลเด็กๆ แบบนี้อีกคำเดียว ผมจะตัดงบส่วนตกแต่งภายในของคุณลงครึ่งหนึ่งแล้วเอาไปลงกับระบบระบายอากาศดีกว่า เผื่อมันจะช่วยระบายไอเดียฟุ้งซ่านของคุณให้เย็นลงได้บ้าง"
"คุณกรณ์!" พราวยกนิ้วชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง "คุณมัน... คนไร้หัวใจ! หินแกรนิตสมชื่อจริงๆ สินะคะ ด้านชาและแข็งกระด้าง!"
"ขอบคุณที่ชมครับ" กรณ์ตอบรับหน้าตาเฉย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างคนเหนือกว่า "จำไว้ด้วยว่าเราต้องประชุมกันอีกยาว... ถ้าไม่อยากแพ้ผมตั้งแต่ยกแรก กลับไปทำการบ้านเรื่องโครงสร้างมาใหม่ซะ อย่าเอาแต่ใช้ความรู้สึกนำหน้าสมอง"
ธันวาที่นั่งเงียบเป็นสักขีพยานมาตลอด รีบกระแอมไอเสียงดังเพื่อเบรกสงครามประสาทที่กำลังปะทุเดือด ชายหนุ่มส่งยิ้มแห้งๆ ให้ทั้งคู่ก่อนจะรีบเคลียร์สถานการณ์ "เอ่อ... ใจเย็นๆ กันก่อนครับคุณพราว คุณกรณ์ โปรเจกต์นี้เราเพิ่งเริ่มต้น วันนี้แค่ทำความรู้จักและแชร์ไอเดียเบื้องต้นเท่านั้นเองเนอะ ไว้เราค่อยมาปรับจูนกันใหม่สัปดาห์หน้าดีกว่าครับ"
พราวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดพล่าน เธอดึงแฟ้มเอกสารของตัวเองกลับมาด้วยแรงกระแทกกระทั้นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่ยังคงยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอ่านยาก
"ไม่ต้องห่วงค่ะธันวา พราวทำการบ้านมาดีพอเสมอ... และรับรองว่าสถาปนิกปากจัดคนนี้จะต้องยอมเปลี่ยนแบบตามที่พราวต้องการอย่างแน่นอน" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ปากจัด' พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยยาพิษให้เขา
กรณ์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาคมคายมองตามร่างบางที่สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ยัยตัวแสบปากเก่งคนนี้ ทำให้ตึกเก่าคร่ำครึหลังนี้มีสีสันขึ้นมาทันทีอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มกลับเข้าสู่ความปกติ ธันวากำลังจะเก็บข้าวของตามออกไป ทว่าเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยการเปิดผ้างม่านกั้นห้องอย่างไร้มารยาท
มินตรา เจ้าของโปรเจกต์กระเป๋าหนักก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งกรณ์และธันวาต้องชะงักค้าง ไม่ใช่การปรากฏตัวของเธอกลางคัน... แต่เป็นเอกสารแฟ้มสีน้ำเงินเข้มในมือของมินตราต่างหาก
"อ้าว กรณ์ ยังอยู่ใช่ไหมคะ พอดีเลยค่ะ ฉันมีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างลับใต้ดินของตึกนี้ที่เพิ่งหาเจอในห้องใต้หลังคามาให้ดู... และคิดว่าคุณสองคนคงต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมดใหม่ทันที ตั้งแต่บรรทัดแรกเลยล่ะค่ะ"
วิศวกรรมหัวใจ: ออกแบบรักฉบับร้ายให้ลงตัว•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ไร้รอยต่อ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรรมหัวใจ: ออกแบบรักฉบับร้ายให้ลงตัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
