"สมุดบันทึกเล่มนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะถือไว้ในมือเลยนะครับ... สารวัตรกวิน"
เสียงของรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโกดังร้าง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ผสมผสานกับกลิ่นไอความเย็นยะเยือกที่ลอยอบอวลมาจากภายนอก แสงไฟฉุกเฉินกะพริบวับๆ ส่องกระทบโครงเหล็กขึ้นสนิม ทอดเงายาวน่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาดกำลังแยกเขี้ยว
ร่างในเสื้อโค้ทสีดำสนิทชะงักฝีมือลงเล็กน้อย ภายใต้ฮู้ดที่ดึงต่ำจนบังใบหน้าครึ่งบน เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นอย่างท้าทาย นิ้วมือเรียวยาวของอีกฝ่ายลูบไล้ไปตามสันปกสีครามเข้ม ซึ่งต่อให้มองจากระยะไกลแค่ไหน รินก็ไม่มีทางจำผิดแน่ มันคือสมุดบันทึกเล่มเดียวกับที่บรรจุความลับอันดำมืดในอดีตของเขาเอาไว้
"รอบคอบสมกับที่เป็นเด็กปั้นของอาจารย์ศศินะครับ... ริน" สารวัตรกวินค่อยๆ ดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมและดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมมาตลอด บัดนี้กลับยืนอยู่ ณ จุดตัดระหว่างหน้าที่กับความลับที่ดำมืดที่สุดของเมือง
รินไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาคู่คมกวาดมองสแกนรายละเอียดรอบตัวโดยอัตโนมัติ ตามทักษะที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น — มุมซ้ายของเสื้อโค้ทตุงเล็กน้อย บ่งบอกถึงน้ำหนักของปืนพกประจำกาย รอยเปื้อนโคลนแห้งที่รองเท้าบูทบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเพิ่งลุยมาจากเขตอนุรักษ์ทางเหนือ และที่สำคัญที่สุด... ชีพจรที่เต้นเร็วผ่านลำคอของสารวัตร บ่งบอกว่าเขากำลังประหม่า แม้จะพยายามเก็บอาการไว้แค่ไหนก็ตาม
"คุณตามรอยพวกเรามาตั้งแต่ที่สถานีตำรวจแล้วสินะครับ" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา มือขวาขยับแว่นตากรอบเงินขึ้นเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสสายตา ขณะที่ในใจประมวลผลความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็ว
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์ความกดดันระดับสูง]
[ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: การวิเคราะห์ภาษากายระดับกลาง (Medium Body Language Analysis)]
[คำเตือน: วัตถุในมือของเป้าหมายมีร่องรอยดีเอ็นเอของบุคคลที่สาม ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลที่อาจารย์ศศิเคยเข้ารหัสไว้!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับดังขึ้นในหัวของริน พร้อมกับข้อมูลตัวเลขและกราฟสามมิติที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ชั่วพริบตานั้นเอง ศศิที่ยืนอยู่เคียงข้างรินก็ก้าวเท้าขึ้นมาครึ่งก้าว ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อแจ็คเก็ตเท่ๆ แฝงความอันตรายไว้ภายใต้ท่าทีสบายๆ นิ้วเรียวของเธอกำลังรัวแป้นพิมพ์บนแท็บเล็ตขนาดเล็กในมืออย่างรวดเร็วเพื่อตัดสัญญาณรบกวนรอบตัว
"สารวัตรกวินคะ... อ๊ะ ขออภัยครับ สารวัตรกวินครับ การพกหลักฐานในคดีฆาตกรรมอำพรางมาเดินเล่นในที่รกร้างแบบนี้ มันผิดระเบียบข้อบังคับของสถานีตำรวจรุนแรงเลยนะครับ" ศศิเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกำมะหยี่
กวินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะโยนสมุดบันทึกสีครามเล่มนั้นข้ามอากาศมายังรินอย่างไม่ลังเล รินพุ่งตัวรับมันไว้ด้วยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสกับปกหนังเทียมที่คุ้นเคย ความเย็นยะเยือกแล่นแปล๊บจากปลายนิ้วเข้าสู่ไขสันหลังทันที
วูบ!
โลกตรงหน้าของรินบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ เสียงฝีเท้าของกวินและเสียงรัวคีย์บอร์ดของศศิเลือนหายราวกับถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์สุญญากาศ ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากโกดังร้างกลายเป็นห้องปฏิบัติการสีขาวโพลนที่เต็มไปด้วยหลอดทดลองและกลิ่นฉุนของสารเคมี
รินกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความมึนงง ในนิมิตครั้งนี้ เขากำลังมองผ่านดวงตาของใครบางคน... เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่สวมเสื้อกาวน์ตัวใหญ่เกินตัว กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนตัวอักษรยุกยิกกลงในสมุดบันทึกสีครามเล่มเดียวกันนี้ เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง
*“จำไว้นะริน... ความทรงจำอาจโกหกเราได้ แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่มีวันพูดโกหก”*
"ริน! ตั้งสติก่อนครับ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับแรงเขย่าที่หัวไหล่ดึงรินกลับมาสู่ความเป็นจริง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แว่นตากรอบเงินขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากความร้อนของร่างกาย รินหอบหายใจถี่กระชั้น หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก ภาพเด็กชายคนนั้น... เสียงพูดนั้น... และกลิ่นสารเคมีนั่นคืออะไรกันแน่? มันไม่ใช่แค่ความทรงจำที่หายไป แต่มันคือเศษเสี้ยวของตัวตนที่ถูกฝังกลบเอาไว้ภายใต้จิตสำนึก
ศศิจ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกศิษย์ด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ เธอรีบคว้าข้อมือของรินขึ้นมาเพื่อเช็คอัตราการเต้นของหัวใจผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ
"ชีพจรพุ่งสูงถึง 140 ครั้งต่อนาที... นายเห็นอะไรอีกแล้วใช่ไหม ริน" ศศิถามเสียงเครียด สีหน้าของเธอไร้ซึ่งความขี้เล่นเช่นเคย
กวินถอนหายใจยาวนานราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า นายตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดภายใต้แสงไฟสลัว "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเล่นตลกกับพวกเธอนะครับ... แต่ที่ฉันเอาสมุดเล่มนั้นมาให้ ก็เพราะว่า หน้าสุดท้ายของมัน... มีชื่อของพวกเธอเขียนอยู่ด้วย"
รินที่เพิ่งตั้งสติได้ หันขวับไปมองหน้าสารวัตรกวินทันที นิ้วมือที่ถือสมุดบันทึกสีครามสั่นเทาเล็กน้อย เขาค่อยๆ เปิดปกสมุดออก ข้ามผ่านหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยสูตรเคมีและคดีปริศนา ไปจนถึงหน้ากระดาษสุดท้ายที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยคราบกาวเก่าๆ
ตึกตัก ตึกตัก...
เสียงหัวใจของรินดังยิ่งกว่าเสียงรอบข้าง เขากัดริมฝันแน่นก่อนจะใช้นิ้วแกะรอยต่อกระดาษแผ่นนั้นออกอย่างระมัดระวัง แสงไฟฉุกเฉินสาดส่องลงบนข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็จำได้ทันทีว่ามันคือลายมือของใคร...
มันคือลายมือของตัวเขาเอง!
ข้อความสั้นๆ สามบรรทัดปรากฏแก่สายตา:
*“ถ้าอ่านถึงตรงนี้ แสดงว่าระบบเริ่มต้นทำงานแล้ว*
*อย่าเชื่อใจใคร แม้แต่เงาของตัวเอง*
*และระวังตัวให้ดี... ฆาตกรตัวจริงกำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ”*
พรึบ!
สิ้นสุดสายตาที่กวาดอ่านข้อความนั้นทันที ไฟฉุกเฉินในโกดังทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสามคนที่ดังสะท้อนก้องในความเวิ้งว้าง
และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว...
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาและเย็นเยียบ ก็ดังขึ้นที่ข้างใบหูของริน... จากความมืดสนิทเบื้องหลังของเขาเอง!
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน”*
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 8
เบาะแสจากอดีตที่หายไป
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!