"รอยคราบเลือดที่กระเด็นทำมุมสิบห้าองศาบนผนังปูนเปลือยด้านหลังตู้เก็บเอกสาร... ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างที่สารวัตรกวินสันนิษฐานไว้แต่แรกอย่างแน่นอนครับ"
น้ำเสียงของรินราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่นก้องกังวานอยู่ในห้องสืบสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของคดีฆาตกรรมอำพรางในโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟนีออนสีนวลส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของเด็กหนุ่ม สะท้อนประกายความคมกริบของตรรกะที่ถูกเรียบเรียงขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ทุกสายตาภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นสารวัตรกวินที่ขมวดคิ้วแน่นจนเกิดรอยย่น หรือแม้แต่ศศิ อาจารย์สาวลึกลับที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้องพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ต่างก็หยุดหายใจและรอฟังคำพิพากษาจากปากของเด็กหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำผู้นี้
สารวัตรกวินก้าวเข้ามาใกล้ คิ้วหนาย่นเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย นายตำรวจใหญ่ผ่านคดีมานับไม่ถ้วน แต่กลับต้องมาจนมุมกับเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งนิติวิทยาศาสตร์ได้ไม่นาน "แกมั่นใจขนาดนั้นเลยรึ ริน? หลักฐานทางกายภาพตรงหน้ามันฟ้องอยู่ว่ารอยเลือดนั่นเกิดจากการกระแทกของหัวกระโหลกเหยื่อตอนล้มลงไปฟาดกับขอบโต๊ะทำงาน"
รินไม่,ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นขึ้นเบาๆ เป็นท่าทางประจำตัวเวลาที่สมองกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลผ่านระบบที่ศศิเป็นผู้ติดตั้งไว้ในห้วงความคิด
"นั่นคือจุดบอดที่สารวัตรมองข้ามไปครับ..." รินก้าวเข้าไปใกล้คราบเลือดบนผนัง พร้อมกับหยิบปากกาเลเซอร์สีแดงขึ้นมาฉายลำแสงจำลองวิถีการกระเด็นของหยดเลือด "หากเราพิจารณาตามหลักกลศาสตร์ฟิสิกส์และคราบเลือดแบบหยดอิสระ (Passive Bloodstain Patterns) แรงปะทะที่ทำให้เกิดรอยหยดกระจายตัวแบบนี้ ต้องมาจากวัตถุที่มีความเร็วสูงและมีมุมตกกระทบแคบกว่าสิบห้าองศา ซึ่งหมายความว่า... มันคือวิถีการเหวี่ยงของค้อนปอนด์ด้ามเหล็ก ไม่ใช่การล้มกระแทกอย่างที่ฆาตกรจงใจจัดฉากขึ้นตบตาตำรวจ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสืบสวนชั่วขณะ สารวัตรกวินอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสมองเริ่มประติดประต่อภาพเหตุการณ์ที่รินจำลองขึ้นมา มันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนใสๆ แต่ทรงพลังที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของริน ราวกับเสียงกระซิบจากเบื้องบน
*(ติ๊ง!)*
[ระบบวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์ระดับสูง ทำงานเสร็จสิ้น]
[ตรวจสอบพบ: ไขคดีฆาตกรรมอำพรางสำเร็จเป็นครั้งแรก]
[ประเมินความแม่นยำของตรรกะ: 99.8%]
[ได้รับแต้มประสบการณ์ (EXP): +1,500 แต้ม]
[ปลดล็อกสกิลใหม่: "เนตรทิพย์แห่งความจริง (Truth Seeker Eye) - ระดับ 1"]
[ผู้เล่นริน เลื่อนระดับ (Level Up) จาก เลเวล 3 สู่ เลเวล 5!]
คลื่นพลังงานความอบอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่กระแสเลือดของรินอย่างรวดเร็ว ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายวันเพื่อแกะรอยคดีนี้มลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกปลอดโปร่งและเฉียบคมแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูสมอง รินรู้สึกได้ทันทีว่าประสาทสัมผัสของตนเองไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน หรือแม้แต่การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ล้วนถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างก้าวกระโดด
ศศิที่ยืนมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เธอใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือ ส่งสัญญาณอนุมัติบางอย่างที่รินเท่านั้นที่จะเข้าใจ
"นาย... นายทำได้จริงๆ ด้วยวะไอ้หนู" สารวัตรกวินถอนหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างยอมจำนน นายตำรวจใหญ่ตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ ด้วยความชื่นชม "หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ ต่อให้ทนายฝ่ายจำเลยเก่งมาจากไหนก็ดิ้นไม่หลุดแล้ววะ คดีนี้ปิดฉากลงได้อย่างงดงามจริงๆ"
รินโค้งศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทอันสุภาพ "ขอบคุณครับสารวัตร ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ก็เพราะความร่วมมือของทุกท่าน และ... ระบบที่คอยช่วยเหลือผมเบื้องหลัง" ประโยคหลังรินพูดพึมพำเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนกับศศิ
ทว่า บรรยากาศแห่งความสำเร็จยังไม่ทันได้จางหายไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงใสๆ ที่คุ้นเคย มันเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยโทนต่ำ สีแดงฉานกระพริบวับวาบอยู่ตรงหน้าจอวิชวลไร้สายในห้วงความคิดของริน ราวกับเตือนให้ระวังภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
*(ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!)*
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบคลื่นสัญญาณรบกวนจากภายนอก]
[เป้าหมาย: ตรวจจับร่องรอยของ "ผู้ดูแลระบบเงา (Shadow Administrator)" ในรัศมี 50 เมตร]
[ภารกิจลับระดับ SSS ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ: "ล่าหรือถูกล่า - ทางแยกแห่งความจริงที่สูญหาย"]
[เงื่อนไข: ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังสมุดบันทึกสีคราม ก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดของคุณจะถูกรีเซ็ตถาวรในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า!]
รินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก รอยยิ้มแห่งชัยชนะเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อตัวเลขเวลาถอยหลังสีแดงฉานเริ่มปรากฏขึ้นบนอากาศธาตุตรงหน้า
*นี่มัน... หมายความว่าอย่างไรกัน?*
ก่อนที่รินจะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังร้างก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือปริศนา พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟ... ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ดดึงต่ำ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือสมุดบันทึกสีครามเล่มคุ้นเคยที่อยู่ในมือของแขกผู้มาเยือน... มันเป็นเล่มเดียวกับที่เขากำลังตามหาความจริงอยู่!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างรินและผมมาจนถึงตอนนี้นะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 7
ความจริงข้อที่หนึ่ง
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!