นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 9

ห้องทดลองลึกลับ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นอับของสนิมเหล็กและสารเคมีระเหยคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในเรตินาของผมเวลานี้ กลับไม่ใช่สภาพความทรุดโทรมของโกดังร้างหมายเลขเจ็ดริมท่าเรือ หากแต่เป็นข้อความสีฟ้าเรืองแสงที่ยังคงลอยเคว้งค้างอยู่กลางอากาศ—*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน”* สมุดบันทึกสีครามในมือของผมสั่นสะท้อนเบาๆ ราวกับมันมีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ ทุกครั้งที่หัวใจของผมเต้นระส่ำ "ริน ตั้งสติหน่อย บันทึกนั่นกำลังดึงข้อมูลชีวมิติของคุณเข้าไปในระบบแม่ข่ายแล้ว" เสียงกระซิบที่เจือความกังวลของศศิดังขึ้นจากเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่บริเวณใบหู อาจารย์สาวไม่ได้มากับผมในสถานที่ปิดตายแห่งนี้ เธอเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกผ่านสัญญาณดาวเทียมและกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ผมแอบซ่อนไว้ตรงปกเสื้อ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราปลอดภัย ตึ้ง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า สารวัตรกวินคงตามรอยสัญญาณความร้อนที่เราปล่อยออกมาทัน... นายตำรวจหนุ่มคนนั้นไม่มีทางปล่อยให้เราเข้าถึงโปรเจกต์ลับที่รัฐพยายามปกปิดแน่ "ผมรู้แล้วครับอาจารย์ แต่ผมถอยไม่ได้" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบแต่หนักแน่น สายตากวาดมองไปรอบห้องทดลองใต้ดินที่ซ่อนอยู่หลังชั้นวางตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ [ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่เป้าหมาย: โครงการวิจัยพันธุกรรมและจิตสำนองเทียม 'โปรเจกต์โครนอส'] [ระบบปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: ทักษะ 'การวิเคราะห์เชิงนิติวิทยาศาสตร์ขั้นสูง' (Advanced Forensic Analysis) เลเวล 5 ทำงานอัตโนมัติ] หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีทองปรากฏขึ้นขวางหน้า ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ให้แค่ข้อมูลตัวเลขเหมือนเคย ตัวอักษรเหล่านั้นสั่นไหวและแปลเปลี่ยนเป็นภาพความทรงจำสีเทาจางๆ วิ่งวับผ่านสมองของผม—ภาพเด็กชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยจอ ภาพเข็มฉีดยาที่กดลงบนต้นแขน และเสียงหัวเราะเย็นชาที่ดังก้องอยู่ในหัว... *เสียงนั้นคือเสียงของผมเอง* ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปัดความสับสนทิ้งไปแล้วก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในห้องทดลอง ในฐานะนักสืบที่ยึดมั่นในหลักตรรกะ ทุกร่องรอยย่อมบอกเล่าความจริงเสมอ เศษฝุ่นบนพื้นโต๊ะทำงานถูกปัดกวาดไปในทิศทางเดียวกัน รอยนิ้วมือบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ยังคงมีคราบไขมันหลงเหลืออยู่บ่งบอกว่า เพิ่งมีคนใช้งานมันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เราจะมาถึง และที่สำคัญที่สุด... หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักตรงกลางห้องกำลังแสดงผลการประมวลผลบางอย่างที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ "ริน คุณเจออะไรไหม? สารวัตรกวินกำลังพังประตูทางเข้าหลักเข้ามาแล้ว! คุณมีเวลาอีกไม่ถึงสามนาที!" เสียงของศศิลอดผ่านหูฟังเข้ามาอย่างร้อนรน "ผมกำลังดูบันทึกการทดลองล่าสุดครับอาจารย์" ผมกวาดสายตาอ่านโค้ดโปรแกรมที่รันอยู่บนหน้าจออย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลตรรกะซับซ้อนด้วยความช่วยเหลือจากระบบเลเวลอัป นี่ไม่ใช่แค่ห้องทดลองลับธรรมดา แต่มันคือสถานที่ที่ใช้ "สร้าง" ตัวตนของผมขึ้นมา สมุดบันทึกสีครามเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่บันทึกคดี แต่มันคือ "รหัสผ่าน" (Key) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลชุดสุดท้าย โปรเจกต์โครนอสไม่ได้ล่มสลายตามที่ทางการแถลง แต่มันถูกย้ายมาซ่อนไว้ใต้จมูกของกรมตำรวจ โดยมีใครบางคนในระดับสูงคอยให้ท้าย นิ้วมือของผมจรดลงบนแป้นพิมพ์เพื่อกดปุ่มดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดเก็บไว้ในระบบสำรอง ทว่าในวินาทีที่นิ้วสัมผัสกับปุ่ม Enter นั้นเอง... [คำเตือน! ตรวจพบการเข้าถึงโดยบุคคลที่สาม] [ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด: 'โปรโตคอลล้างสมอง' กำลังเริ่มทำงาน] พรึบ! หลอดไฟนีออนสีขาวโพลนทั่วทั้งห้องทดลองดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจะสว่างวาบขึ้นแทนที่ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นหู กลิ่นโอโซนฉุนกานต์พุ่งปะทะจมูกจนหายใจแทบไม่ออก ประตูเหล็กนิรภัยด้านหลังที่ผมเพิ่งเดินผ่านปิดกระแทกใส่กันอย่างแรงด้วยระบบล็อกอัตโนมัติ "ริน! สัญญาณของคุณขาดหายไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น!" เสียงของศศิตาดมาด้วยความตระหนกผ่านคลื่นวิทยุที่เริ่มมีเสียงซ่ารบกวน ผมถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดตรงมุมห้องทดลอง... ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืด แต่นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นกลับสะท้อนแสงไฟสีแดงก่ำอย่างชัดเจน มันคือใบหน้าเดียวกับผม... ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ริน" ร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนน่าขนลุก "นายมาช้าไปหน่อยนะ ตัวฉัน... ทุกอย่างในโปรเจกต์นี้ เป็นของเราสมบูรณ์แบบแล้ว" [ติ๊ง! ตรวจพบ 'บอสลับ' ระดับ SSS: ตัวตนสำรอง (The Echo) ปรากฏตัว] [เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: สูญเสียการควบคุมระบบชั่วคราว] มือขวาที่ถือสมุดบันทึกสีครามอยู่เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หน้ากระดาษด้านในพลิกเปิดเองด้วยแรงลมปริศนาทีละหน้า... ทีละหน้า... จนมาหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้าย ซึ่งปรากฏข้อความหมึกสีแดงสดเขียนไว้ด้วยลายมือของผมเองว่า—*“ทางรอดเดียว คือการฆ่ามันเสีย”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%