นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 23

จุดวิกฤตของระบบ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
เสียงบี๊บแหลมสูงของหน้าจออินเตอร์เฟซสีครามไม่ได้กำลังขับร้องเพลงต้อนรับผู้เล่นเหมือนทุกครา แต่มันกรีดร้องราวกับเครื่องจักรที่กำลังจะระเบิด ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัวอยู่บนเรติน่าของรินจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว *“Warning: System Integrity 14%... Warning: Unauthorized Root Access Detected…”* กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินอับทึบผสมปนเปไปกับกลิ่นไอความร้อนจากแผงวงจรเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานเกินขีดจำกัด รินยืนนิ่งค้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ มือทั้งสองข้างยังคงกุมสมุดบันทึกสีครามแน่นจนสันปกหนังแท้ขึ้นรอยยับ “ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริง... ลูกชายของฉัน” ประโยคสุดท้ายจากปลายสายเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ ไม่ใช่เสียงจากระบบ AI แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของชายวัยกลางคน—ผู้ชายที่อ้างว่าเป็น ‘พ่อ’ ของเขา ผู้ชายที่ทิ้งปริศนาทั้งหมดไว้เบื้องหลังโครงข่ายนิติวิทยาศาสตร์และคดีฆาตกรรมอำพรางที่รินใช้เวลาค่อนชีวิตตามแกะรอย “ริน! ถอดแจ็คเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้!” เสียงของศศิหวีดล้อมขึ้นท่ามกลางความโกลาหล อาจารย์สาวผู้มักจะสุขุมและคุมสถานการณ์ได้เสมอ บัดนี้ใบหน้าหวานกลับซีดเผือด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวพยายามรัวแป้นพิมพ์ฝั่งเอนกประสงค์เพื่อตัดสัญญาณบล็อกการเจาะระบบ แต่หน้าจอกลับปรากฏตัวอักษรปฏิเสธสิทธิ์รัวเป็นพรืด *‘Access Denied… Access Denied…’* “ผมทำไม่ได้ครับอาจารย์…” รินพึมพำ น้ำเสียงของเด็กหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวใจ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อระบบที่กำลังจะล่มสลาย แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกกระชากหน้ากากออก ระบบเลเวลอัปที่เขาเคยคิดว่าเป็นพรสวรรค์ เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตในการไขคดี และเป็นความหวังเดียวในการตามหาความทรงจำที่หายไป... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ระบบของพระเจ้า หรือแม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ล้ำสมัย แต่มันคือ ‘โครงการทดลองมนุษย์’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหล่อหลอมและคัดกรองสมองของเขาเอง หน้าจอสีครามเปลี่ยนเป็นสีเลือด ข้อความแจ้งเตือนเลเวลอัปที่เคยคุ้นตาแปรเปลี่ยนเป็นบันทึกข้อมูลทางการแพทย์และแฟ้มประวัติอาชญากรรมที่ถูกซ่อนไว้ในชั้นความลับสูงสุด *Subject: RIN-01* *Status: Cognitive alignment in progress (98%). Memory wipe successful. Ready for core integration.* รินกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ภาพความทรงจำในอดีตที่เคยว่างเปล่า ราวกับถูกหมอกหนาทึบปกคลุม บัดนี้กลับถูกกระชากให้เปิดออกด้วยค้อนเหล็กแห่งความจริง ภาพของห้องทดลองสีขาวโพลน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่แสบจมูก เสียงร้องไห้ของเด็กชายคนหนึ่ง และเงาร่างของชายผู้สวมเสื้อกาวน์สีขาวที่ยืนมองเขาผ่านกระจกใส... ชายคนเดียวกับที่เพิ่งวางสายไป “แก… สร้างฉันขึ้นมาเพื่อเป็นอะไรกันแน่” รินคำรามเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะควบคุม ตรรกะและเหตุผลทุกอย่างที่เขาเคยยึดถือพังทลายลงในพริบตา โลกที่เขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ไขปริศนา แท้จริงแล้วเขากลับเป็นเพียงตัวหมากในกระดานของใครบางคนมาโดยตลอด “ริน ตั้งสติหน่อย!” ศศิพุ่งเข้ามาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเขา แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะเรียกสติของเด็กหนุ่มให้กลับคืนมา แววตาของอาจารย์สาวสั่นไหวเล็กน้อย เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ปิดบังมาเนิ่นนาน “ฉันพยายามติดต่อสารวัตรกวินแล้ว แต่สัญญาณถูกบล็อกหมด… พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด” ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่น ตามด้วยเสียงโลหะบิดเบี้ยวจากการงัดแงะ สารวัตรกวินและกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบคงไม่สามารถต้านทานคำสั่งจากเบื้องบนที่ถูกส่งตรงมาจากหน่วยงานลับได้นานนัก ความจริงที่ว่า ‘องค์กร’ อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด กำลังพุ่งเข้าประชิดตัวพวกเขาในระยะประชิด รินก้มมองสมุดบันทึกสีครามในมือ กระดาษด้านในเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ พร้อมกับเสียงเตือนครั้งสุดท้ายจากระบบที่เหลืออยู่เพียงลมหายใจรวยริน *‘System Alert: Critical Error. Core database is being wiped. Would you like to execute [Emergency Protocol: Truth]? (Y/N)’* นิ้วชี้ของรินสั่นเทาขณะลอยอยู่เหนือปุ่มยืนยัน รอบตัวเขากำลังพังทลาย ทางเลือกเบื้องหน้ามีเพียงการยอมจำนนต่อโชคชะตาและกลายเป็นหุ่นเชิดของโครงการ หรือกดมันเพื่อทำลายทุกอย่างทิ้ง แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม รินสูดลมหายใจเข้าลึก เขาสบตากับศศิที่พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ แม้ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา แต่มิตรภาพและความไว้วางใจที่ร่วมฟันฝ่ากันมานับสิบคดีได้ตอบทุกอย่างแล้ว เด็กหนุ่มกดลงไปบนหน้าจอสัมผัสครั้งสุดท้าย— ทว่า ก่อนที่สัญญาณสุดท้ายจะถูกส่งออกไป ประตูเหล็กนิรภัยด้านหลังห้องก็ถูกระเบิดกระเด็นด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้ง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นซีเมนต์เกิดเป็นเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว ชายคนนั้นหยิบแว่นกันแดดสีชาออก เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากรินราวกับพิมพ์เดียวกัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เขายกปืนกระบอกเก็บเสียงขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของศศิโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “เกมจบแล้วล่ะลูกชาย… ส่งสมุดเล่มนั้นคืนให้พ่อเถอะนะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับผมมาจนถึงวินาทีนี้ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%