“เกมจบแล้วล่ะลูกชาย… ส่งสมุดเล่มนั้นคืนให้พ่อเถอะนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเปี่ยมไปด้วยความอาทร แต่มันกลับส่งความเย็นเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง ผมกระชับสมุดบันทึกสีครามในมือแน่นจนปกหนังที่ผ่านการใช้งานมานานนับปีเสียดสีกับฝ่ามือ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกจางๆ ไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกสงบลงเลยสักนิด
เบื้องหน้าของผมคือ ‘ชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นของความทรงจำที่หายไป’ และในมือของผมคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่อาจจะทำลายชีวิตของใครหลายคนในเมืองนี้ทิ้ง
“พ่อหรือครับ?” ผมทวนคำ เสียงของผมเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้แรงลม ทั้งที่ในหัวของผม ระบบนิติวิทยาศาสตร์กำลังรัวสัญญาณเตือนสีแดงฉาน “ถ้าพ่อคือคนเดียวกับที่ทิ้งหลักฐานชิ้นนี้ไว้ในที่เกิดเหตุ… พ่อคิดว่าผมจะเชื่อคำพูดนั้นได้ง่ายๆ เลยหรือครับ?”
ศศิที่ยืนอยู่ข้างกายผมก้าวออกมาครึ่งก้าว สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ชายตรงหน้า มือข้างหนึ่งแตะลงบนโฮโลแกรมโปร่งแสงที่มองเห็นได้เฉพาะพวกเรา เธอคือคนเดียวที่รู้ว่าตอนนี้ระบบ ‘วิเคราะห์รหัสพันธุกรรม’ กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อเชื่อมโยงตัวตนของชายผู้นี้กับรอยนิ้วมือแฝงในหน้าสุดท้ายของสมุด
“ริน… ถอยออกมา” ศศิกระซิบ แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย “ข้อมูลที่ระบบประมวลผลได้… มันเกินกว่าที่เราจะรับมือไหว”
ผมไม่ฟัง ผมก้มหน้าลงมองสมุดบันทึกสีครามอีกครั้ง ตัวอักษรภาษาละตินที่เรียงร้อยอย่างสับสนในหน้าสุดท้ายเริ่มขยับเขยื้อนด้วยกลไกทางรหัสลับที่ผมเพิ่งค้นพบ ตัวเลขลำดับนิติเวชที่ผมสะสมมาตลอด 23 ตอนที่ผ่านมาถูกนำมาแทนค่าด้วยสมการที่ศศิเคยสอนผม
*การถอดรหัสไม่ใช่แค่การอ่านข้อความ แต่คือการเรียงลำดับความจริงที่ถูกบิดเบือน*
ผมเริ่มเขียนเลขลงบนอากาศ ปลายนิ้วแตะผ่านหน้ากระดาษรอยหยักของลายเซ็นที่พบนั่นไม่ใช่ลายเซ็นของบุคคล แต่มันคือ ‘พิกัด’ และ ‘เวลา’ ของเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น
“รหัสนี้… ไม่ได้บอกว่าใครเป็นฆาตกรหรอกครับ” ผมเงยหน้าขึ้น สบตากับชายตรงหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว “แต่มันบอกว่า ‘คนคนนี้’ กำลังจะตายต่างหาก”
ชายคนนั้นชะงัก รอยยิ้มที่เคยดูอบอุ่นบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
“ฉลาดไม่เปลี่ยนเลยนะริน… แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของแก มันเป็นภัยต่อโครงสร้างที่พ่อสร้างขึ้น”
ทันใดนั้น หน้าจอสถานะของระบบตรงหน้าผมก็เด้งขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีทองอร่ามที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน:
**[แจ้งเตือนระบบ: สแกนอัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้น]**
**[ระดับความอันตราย: สูงสุด (SSS)]**
**[ข้อมูลเป้าหมาย: ผู้บงการระดับสูงสุดขององค์กรเงา / สายเลือดเดียวกับโฮสต์]**
ผมรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อชื่อของ ‘พ่อ’ ปรากฏขึ้นบนสถานะของระบบ ในฐานะอาชญากรที่ต้องการตัวมากที่สุดในคดีนิติวิทยาศาสตร์ระดับชาติ
“ศศิ… เราถูกล้อมแล้ว” ผมกล่าวสั้นๆ เมื่อเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหลัง แสงเลเซอร์สีแดงจากอาวุธทันสมัยพาดผ่านกำแพงเข้ามาใกล้ตัวเราเรื่อยๆ
“ริน! ปิดสมุดนั่นเดี๋ยวนี้! ถ้าแกเปิดเผยรหัสที่อยู่ในหน้าสุดท้ายต่อหน้าสาธารณชน ระบบจะปลดล็อก ‘รหัสทำลายล้าง’ ของเมืองทั้งเมืองนะ!” ศศิตะโกนขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตื่นตระหนกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“หมายความว่ายังไงครับ? หน้าสุดท้ายนี้มันคืออะไรกันแน่?” ผมรีบเปิดไปยังหน้าสุดท้ายที่ยังไม่เคยดูด้วยสายตาตัวเอง ลายเส้นสีครามที่เรียงตัวกันเริ่มแผ่กระจายออกมาจากสมุดกลายเป็นภาพจำลอง 3 มิติของแผนผังระบบสาธารณูปโภคและเครือข่ายความปลอดภัยทั้งหมดในเมืองนี้
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงของเขากลายเป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยอำนาจ “มันคือ ‘ใบสั่งตาย’ ของเมืองนี้ไงล่ะริน… แกจะยอมเป็นหมากที่ทำลายทุกอย่าง หรือจะยอมสยบแล้วมองดูโลกนี้ถูกจัดระเบียบใหม่ในมือพ่อ?”
ผมมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง สลับกับสมุดบันทึกที่ตอนนี้กำลังเรืองแสงวาบหวิวราวกับจะระเบิดออก ผมไม่มีเวลาตัดสินใจนานนัก เมื่อประตูเหล็กด้านหลังพังทลายลงพร้อมกับกลุ่มชายชุดดำที่กรูเข้ามา
ผมตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้น… ผมไม่ใช่หมากของใคร และผมจะไม่ปล่อยให้ความจริงถูกฝังไปพร้อมกับสมุดเล่มนี้
“ถ้ามันเป็นรหัสทำลายล้าง… งั้นเราก็มาดูกันว่าระบบที่ผมเพิ่งอัปเกรดมา จะป้องกันมันได้ไหม!”
ผมกดปุ่ม ‘ยืนยันการถอดรหัส’ บนหน้าจอระบบทันที แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้า แสงสีครามสว่างจ้าไปทั่วห้องจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดตา แต่ทว่า… สิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไม่ใช่ความตาย หรือการทำลายล้าง
ทว่ามันคือภาพโฮโลแกรมของคนคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด… คนที่ผมไม่ควรจะได้เจออีกตลอดกาล
“สารวัตรกวิน?” ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นคนสนิทที่ผมไว้ใจที่สุด ยืนถือปืนจ่อไปที่หัวของชายผู้เป็นพ่อผม และเขาก็ไม่ได้มีสายตาที่มองผมด้วยความเมตตาอีกต่อไป แต่เป็นสายตาของคนแปลกหน้าที่พร้อมจะลั่นไกใส่ผมได้ทุกเมื่อ
“เกมเพิ่งจะเริ่มต่างหาก ริน… และในฐานะนิติกรที่อยู่เหนือระบบ ฉันขอประกาศว่า ‘ผู้ต้องสงสัยคนแรก’ ที่ต้องถูกจับกุม ก็คือแกนั่นแหละ!”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของสารวัตรกวินทำให้ผมตระหนักได้ว่า… ทุกสิ่งที่ผ่านมา คือละครฉากใหญ่ที่ผมเป็นเพียงเบี้ยตัวเดียวที่ติดกับดักมาโดยตลอด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมมาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะครับ!
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 24
รหัสลับในสมุดบันทึก
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!