นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 15

สกิลลับแห่งการวิเคราะห์

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"ริน... ออกมาซะ ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของสารวัตรกวินตะโกนก้องมาจากทางเดินมืดสนิท "คราวนี้... นายไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้แน่" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อับชื้นทันทีหลังเสียงนั้นสิ้นสุดลง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาเก่าๆ ที่ดังต๊อกแต๊ก คล้ายกับเข็มนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบ แผ่นหลังของผมแนบชิดกับผนังปูนเปลือยที่เย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่สมองส่วนหน้าของผมกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ในสถานการณ์คับขันที่ไร้ทางหนีทีไล่เช่นนี้ หากเป็นคนทั่วไปคงสติหลุดไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เวลามาตื่นตระหนกครับ รินคนเดิมที่ไร้ความทรงจำได้ตายไปตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้าสู่โลกใบนี้แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือผู้ใช้ระบบ "สมุดบันทึกสีคราม" ที่ต้องไขปริศนาเพื่อเอาชีวิตรอด "ใจเย็นๆ ครับริน เด็กดีของฉัน นายฉลาดกว่าที่สารวัตรคนนั้นคิดเสียอีก" เสียงกระซิบอันแผ่วเบาและคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงของอาจารย์ศศิ ผู้หญิงลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านความถี่ลับของหูฟังบลูทูธ แม้เราจะไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างกันในตอนนี้ แต่ความนิ่งสงบในน้ำเสียงของเธอก็ช่วยดึงสติของผมให้กลับมาสู่ศูนย์กลางได้เสมอ "ผมรู้ครับอาจารย์" ผมตอบกลับในใจพลางเหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยอยู่เบื้องหน้า หน้าจอนั้นไม่ได้แสดงแผนที่หรือเบาะแสคดีเหมือนเคย แต่มันกำลังสั่นกระพือด้วยแสงสีฟ้าเข้ม พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังถี่รัว *[ ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะกดดันขีดสุด อะดรีนาลีนหลั่งเกินพิกัด ]* *[ เงื่อนไขปลดล็อก "สกิลลับแห่งการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์" (Behavioral Micro-Expression Analysis) สำเร็จ ]* *[ ต้องการอัปเกรดสกิลพื้นฐาน [การสังเกต] สู่ระดับผู้เชี่ยวชาญหรือไม่? (Y/N) ]* นี่คือโอกาสเดียวที่จะพลิกเกมครับ ผมไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย นิ้วมือของผมกดปุ่มยืนยันในอากาศทันที *[ ยืนยันการอัปเกรด... ระบบกำลังปรับแต่งโครงข่ายประสาทสัมผัส ]* วูบ! โลกตรงหน้าผมเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความมืดสลัวของทางเดินปูนซีเมนต์ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป แต่ทุกสิ่งกลับเคลื่อนไหวช้าลงราวกับภาพสโลว์โมชัน รูม่านตาของผมขยายกว้างขึ้น สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบเรียลไทม์ ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สารวัตรกวินกำลังก้าวเข้ามาในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตรแล้วครับ ผมหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง โลกก็ได้เผยความลับที่ซ่อนอยู่ แสงสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวของสารวัตรกวินที่เดินเลี้ยวเข้ามาในมุมอับสายตา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันฝนสีเข้มกำลังถือปืนพกสั้นเตรียมพร้อม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมไม่ใช่ศาสตราวุธในมือเขาครับ... แต่มันคือ "ภาษาท่าทาง" (Body Language) และ "ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ" (Micro-expressions) ต่างหาก *[ วิเคราะห์เป้าหมาย: สารวัตรกวิน ]* *[ อัตราการเต้นของหัวใจ: สูงกว่าปกติ 15% (บ่งบอกถึงความเครียดและความลังเล) ]* *[ ทิศทางการมองเห็น: กวาดสายตาไปทางซ้าย 60% ขวา 40% (กำลังประเมินพื้นที่และป้องกันตัว ไม่ใช่การจู่โจมเพื่อสังหาร) ]* *[ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณกรามและไหล่: ข้างขวาผ่อนคลายกว่าข้าง左 (บ่งบอกว่าไม่ได้เหนี่ยวไกด้วยความโกรธแค้น แต่เป็นการทำตามหน้าที่อย่างจำใจ) ]* ข้อมูลเหล่านี้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของผมอย่างเป็นระเบียบ ระบบไม่ได้แค่บอกผมว่าเขากำลังคิดอะไร แต่มันถอดรหัสออกมาเป็นตรรกะทางจิตวิทยาที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ สารวัตรกวินหยุดเดิน ห่างจากจุดที่ผมซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนกรีตเพียงแค่เอื้อมมือถึง ปลายกระบอกปืนชี้ต่ำลงเล็กน้อย—นี่คือรายละเอียดที่สำคัญที่สุดครับ หากเขาต้องการยิงผมทิ้งจริงๆ ตามหน้าที่ ปลายกระบอกปืนจะต้องยกขึ้นระดับสายตาและล็อกเป้าหมายทันที แต่มุม 15 องศาที่ลดต่ำลงนี้สะท้อนความขัดแย้งในใจลึกๆ ว่าเขายังต้องการคำตอบมากกว่าการจับกุม "นายไม่มีทางหนีพ้นหรอกริน ส่งสมุดบันทึกเล่มนั้นมาให้ฉันซะ แล้วฉันจะคุยกับเบื้องบนให้ผ่อนหนักเป็นเบา" สารวัตรกวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแม้จะแข็งกร้าว แต่หากฟังด้วย "สกิลลับแห่งการวิเคราะห์" ที่ผมเพิ่งได้รับมา ผมกลับได้ยินเสียงลมหายใจที่ถอนยาวในช่วงท้ายประโยค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิทยาของความเหนื่อยล้าและความกังวลใจอย่างแท้จริง ผมสูดหายใจเข้าลึก1เฮือก ก้าวเท้าออกจากเงามืดอย่างช้าๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่สายตายังคงจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของนายตำรวจตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ "สารวัตรครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงพอที่จะทำให้คนที่กำลังถือปืนชะงักไป "ถ้าผมจะบอกว่า... ฆาตกรตัวจริงไม่ได้อยู่ในห้องนี้ และหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดกำลังจะถูกทำลายในอีกสามนาทีข้างหน้า สารวัตรจะยังเลือกเล็งปืนมาที่ผม หรือจะฟังสิ่งที่ผมกำลังจะพูดครับ?" สารวัตรกวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลง เขากวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ รอยย่นบนหน้าผากของเขาขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมุดบันทึกสีครามก็ดังขึ้นในหัวของผมอีกครั้ง โดยที่ผมไม่ได้เป็นคนเรียกมันขึ้นมา... *[ แจ้งเตือนด่วนจากระบบระดับ SSS! ]* *[ ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลภายนอก... รหัสลับจากฐานข้อมูลแม่ข่ายถูกถอด100% ]* *[ คำเตือน: บุคคลที่สามกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ และเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่สารวัตรกวิน... แต่คือตัวคุณเอง, ริน ]* หัวใจของผมกระตุกวูบ ทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ร้องเตือนภัยดังลั่น ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ใต้ดิน แต่ไม่ใช่เสียงปืนจากสารวัตรกวินครับ! กระสุนปริศนาพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เจาะทะลุกระจกหน้าต่างเหนือหัวแตกกระจาย เศษแก้วร่วงหล่นกราวราวกับหابلฝน และร่างของใครบางคนในชุดสูทสีดำสนิทก็กระโจนลงมาจากช่องลมเพดาน เบื้องหน้าเราทั้งสองคนอย่างสง่างาม สารวัตรกวินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันปากกระบอกปืนไปทางผู้มาใหม่ทันที "ใครวะ! หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!" แต่ผู้มาใหม่คนนั้นกลับไม่ได้สนใจคำเตือนของตำรวจมือปราบเลยแม้แต่น้อย เขากลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับโยนวัตถุบางอย่างกลิ้งมาหยุดแทบเท้าของผม มันคือแฟลชไดรฟ์สีครามที่มีสัญลักษณ์คุ้นตา... สัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนปกสมุดบันทึกของผมเอง "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริงครับคุณริน... เจ้าหน้าที่หมายเลขศูนย์" เสียงทุ้มต่ำของผู้มาใหม่เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนที่ไฟทั่วทั้งอุโมงค์จะดับพรึบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรินในค่ำคืนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%