เศษกระจกสีชาที่เพิ่งถูกแรงกระแทกจนแตกละเอียด ยังไม่ทันร่วงหล่นถึงพื้นพรมเบื้องล่าง ร่างของผมก็พุ่งทะยานตามเงาร่างเพรียวบางของศศิออกไปสู่ความมืดมิดนอกหน้าต่างชั้นสี่ของอาคารวิเคราะห์หลักฐานแล้วครับ
สายลมยามวิกาลกระแทกเข้าใส่ใบหน้าจนชาหนึบ เสียงไซเรนเตือนภัยสีแดงฉานสลับขาวกะพริบวับวาบสะท้อนอยู่ในม่านตาของผม ทว่าในวินาทีที่ความเป็นและความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้น สมองของผมกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าทุกครั้ง สัญชาตญาณและการคำนวณฟิสิกส์เชิงมวลชนถูกประมวลผลผ่านระบบที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตสำนึกอย่างรวดเร็ว
"จับมือฉันไว้, ริน!"
เสียงของศศิตะโกนแข่งกับเสียงลมที่หวีดหวิว เธอกลางร่มชูชีพฉุกเฉินขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้ได้อย่างแม่นยำ แรงกระชากจากการกางร่มทำให้ทิศทางการตกดิ่งเปลี่ยนเป็นวิถีโค้งพุ่งเข้าสู่พุ่มไม้หนาทึบหลังลานจอดรถอย่างนุ่มนวล แม้แรงกระแทกจะทำให้จุกจนพูดไม่ออก แต่เราก็ปลอดภัยจากการตกลงมาตายอย่างอนาถ
เมื่อเท้าแตะถึงพื้นดิน ศศิไม่รอช้า เธอคว้าแขนผมแล้ววิ่งลัดเลาะไปตามเงาตึกอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า จนกระทั่งมาหลบอยู่ในห้องควบคุมระบบไฟสำรองใต้ดินที่ร้างผู้คน กลิ่นอับชื้นและสนิมคละคลุ้งไปทั่ว แต่ที่นี่คือจุดอับสัญญาณที่ปลอดภัยที่สุดชั่วคราว
ผมหอบหายใจถี่รัว หยดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้า ก่อนจะหันไปสบตากับอาจารย์สาวผู้เพิ่งพาผมกระโดดตึกหนีตายมาหมาดๆ แววตาของเธอนิ่งสงบ ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
"อาจารย์... เล่นบ้าอะไรเนี่ยครับ?" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความไม่พอใจเล็กน้อย "ถ้าคำนวณแรงลมพลาดไปนิดเดียว พวกเรากลายเป็นปุ๋ยไปแล้วนะครับ"
ศศิหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบแท็บเล็ตเครื่องเก่าออกมาจากเสื้อโค้ต นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอไม่หยุดยั้ง หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงสะท้อนใบหน้าคมคายของเธอ
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น เธอจะไม่มีทางหลุดพ้นจากการควบคุมของสารวัตรกวินและเบื้องหลังที่คอยบงการอยู่หรอก, ริน" ศศิเงยหน้าขึ้นมองผม สายตานั้นจริงจังจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคอ "จำสมุดบันทึกสีครามเล่มนั้นได้ไหม? ข้อมูลที่เราได้มาจากการชันสูตรศพครั้งล่าสุด... มันกำลังบอกเราว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ไกลเลย มันอยู่ในระบบโครงข่ายที่เรากำลังสืบสวนอยู่นี่แหละ"
ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของผมก็ปรากฏแสงสีทองสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว
*[ ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ปลดล็อกทักษะขั้นสูง "การสร้างกับดักทางดิจิทัล (Digital Honeypot)" ]*
*[ ระดับปัจจุบัน: มือใหม่ (0/100) ]*
*[ คำอธิบาย: อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสร้างร่องรอยข้อมูลปลอมเพื่อล่อลวง IP Address ของเป้าหมายให้เปิดเผยตัวตนในโลกไซเบอร์ ]*
ผมจ้องมองหน้าต่างระบบด้วยความทึ่ง โลกแห่งนิติวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันไม่ได้มีแค่รอยนิ้วมือหรือดีเอ็นเออีกต่อไปแล้วครับ แต่มันคือสงครามข้อมูลที่ซ่อนอยู่หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์
"เข้าใจแล้วครับ" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา "ถ้าพวกมันคิดจะใช้ระบบเพื่อปิดปากเรา งั้นเราก็ใช้ระบบนี่แหละเป็นกรงขังพวกมันเอง"
ศศิยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ เธอยื่นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทให้ผม "ดีมาก สมกับที่เป็นลูกศิษย์ของฉัน แผนของเราคือการสร้าง 'เหยื่อล่อ' ขึ้นมาบนเซิร์ฟเวอร์กลางของกรมตำรวจ โดยใช้ไฟล์ข้อมูลคดีเก่าที่ถูกลบไปแล้วเป็นตัวดึงดูด ฆาตกรที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่จะคิดว่าเรากำลังพยายามกู้ข้อมูลลับ มันจะรีบเข้ามาเจาะระบบเพื่อทำลายหลักฐาน... และนั่นคือจังหวะที่เราจะล็อกเป้ามัน"
ผมรับแฟลชไดรฟ์มาถือไว้ในมือ ความเย็นเฉียบของโลหะสะท้อนถึงความอันตรายของภารกิจนี้ หากเราพลาดแม้แต่วินาทีเดียว IP Address ของเราจะถูกเปิดเผย และเราจะกลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีไปตลอดกาล แต่ถ้าเราทำสำเร็จ
ผมเปิดโน้ตบุ๊กส่วนตัวเชื่อมต่อกับเครือข่ายท้องถิ่น นิ้วมือเรียวยาวเริ่มรัวพิมพ์ชุดคำสั่งภาษาโค้ดอย่างรวดเร็ว บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าปรากฏขึ้นบนหน้าจอสีดำ ม่านตาของผมสะท้อนแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่สมองส่วนตรรกะทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อวางโครงสร้างของกับดัก
"กำลังสร้างรหัสผ่านลวงตา... เปิดช่องโหว่ระดับ 3 เพื่อเชิญชวน... ฝังโค้ดแกะรอย IP Address ลงในไฟล์ลวง..." ผมพึมพำกับตัวเองขณะที่สมาธิพุ่งถึงขีดสุด
ด้านข้างของผม ศศิกำลังคอยตรวจสอบระบบป้องกันรอบด้านเพื่อไม่ให้ใครตรวจจับสัญญาณที่เราปล่อยออกไปได้ บรรยากาศในห้องใต้ดินเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงคีย์บอร์ดกระทบกันดังระรัวราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่สงคราม
ผ่านไปสิบนาทีเต็ม... ท่ามกลางความเงียบงันและเหงื่อที่ซึมตามไรผม หน้าจอของผมก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว
*[ แจ้งเตือน: ตรวจพบการพยายามเข้าถึงจากภายนอก (External Access Detected) ]*
*[ แหล่งที่มา: IP Address ที่ไม่ทราบที่มา (Unknown Proxy) ]*
*[ สถานะ: กำลังดาวน์โหลดไฟล์เหยื่อล่อ... 10%... 30%... 60%... ]*
"มาแล้วครับอาจารย์!" ผมกระซิบเสียงเบา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
"อย่าเพิ่งรีบตัดสัญญาณ ปล่อยให้มันดาวน์โหลดไปจนถึง 90% เพื่อความแน่ใจว่ามันจะดึงข้อมูลการเชื่อมต่อมาทั้งหมด" ศศิเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุขุม เธอย้ายตัวเองมานั่งชิดติดกับผม สายตาจดจ้องที่กราฟการรับส่งข้อมูลอย่างไม่กะพริบ
80%...
85%...
90%...
"ตอนนี้แหละครับ!" ผมกดปุ่ม Enter บนคีย์บอร์ดด้วยแรงทั้งหมดที่มี โค้ดแกะรอยที่เราเตรียมไว้ถูกส่งออกไปพร้อมกับกระแสข้อมูลอย่างแนบเนียน เพื่อย้อนกลับไปหาต้นตอของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมทั้งหมด
หน้าจอคอมพิวเตอร์กระพริบวูบหนึ่ง ก่อนจะปรากฏหน้าต่างสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมเสียงเตือนที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น
*[ ตรรกะย้อนกลับสำเร็จ! กำลังระบุตัวตนเป้าหมาย... ]*
*[ คำเตือน: ตรวจพบโปรแกรมป้องกันการแกะรอยขั้นสูง กำลังพยายามทำลายข้อมูลตัวเอง... ]*
*[ ชื่อผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อ: _A_s_s_i_g_n_e_d_ ]*
รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของผมค้างเติ่งทันที เมื่อข้อความถัดไปปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างช้าๆ พร้อมกับตำแหน่งที่ตั้งของ IP Address นั้น
มันไม่ใช่ตำแหน่งของห้องลับที่ไหน... แต่มันคือสัญญาณที่ถูกส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาภายในอาคารเดียวกันนี้ ห่างจากห้องใต้ดินที่เราอยู่ไปเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้น!
ไม่เพียงแค่นั้น หน้าจอของผมยังถูกเขียนทับด้วยข้อความใหม่จากฝั่งตรงข้าม เป็นตัวอักษรสีขาววิ่งช้าๆ บนพื้นหลังสีดำสนิท
*"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉันนะ, ริน... และคุณศศิ"*
ทันใดนั้น ไฟสำรองทั้งหมดในห้องใต้ดินก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบตัวเราในทันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่กำลังเดินลงบันไดมาทางห้องใต้ดินนี้อย่างช้าๆ... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับผมเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม•ตอนที่ 12
กลยุทธ์ล่าฆาตกร
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกสีคราม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!