“ถ้านายคิดจะหนีไปตอนนี้... ฉันสาบานเลยว่าจะไม่ตามหา แต่ถ้าจะอยู่ต่อ ก็ช่วยหุบปากแล้วฟังความจริงจากใจฉันสักครั้งได้ไหม เรน?”
ฟลัฟฟี่เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาสีมรกตคู่จิ๋วที่ปกติมักจะฉายแววซุกซน บัดนี้กลับนิ่งสนิท สะท้อนเงาใบหน้าของเรนที่กำลังสั่นไหวอยู่ใต้แสงจันทร์จำลองของเมืองลอยฟ้า ‘อาคาร์เดีย’ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้า เรนทรุดตัวลงนั่งบนขอบระเบียงหินอ่อน มือที่สั่นเทาเอื้อมไปลูบขนสีเงินนุ่มฟูของคู่หูตัวน้อยอย่างแผ่วเบา
เขานิ่งไปนาน ก่อนจะแค่นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
“ฉันไม่ได้อยากหนีไปไหนหรอกฟลัฟฟี่... ฉันแค่กลัว” เรนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “กลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันต้องล็อกเอาต์ออกไปจริงๆ โลกใบนี้... ความรู้สึกที่ฉันได้รับจากพวกเธอ รอยยิ้มของพวกมอนสเตอร์ หรือแม้แต่ความผูกพันที่มันเกิดขึ้นอย่างประหลาดในที่แห่งนี้ มันจะกลายเป็นแค่ข้อมูลดิจิทัลที่จางหายไปในพริบตา”
ฟลัฟฟี่ขยับตัวเข้าไปใกล้ ใช้หัวเล็กๆ ถูไถที่ฝ่ามือของเรนอย่างปลอบประโลม “นายกำลังพูดถึงความเปราะบางของตัวตนสินะ?”
“ในโลกความจริง... ฉันเป็นเพียงแค่นักศึกษาที่ถูกลืม ฉันใช้ชีวิตไปวันๆ ราวกับเงาที่ไม่มีใครมองเห็น” เรนหลับตาลง ภาพความทรงจำอันเย็นชาในอพาร์ตเมนต์แคบๆ ผุดขึ้นมา “ไม่มีใครถามไถ่ ไม่มีใครรอคอย แต่พอฉันเข้ามาที่นี่... ตั้งแต่วินาทีที่เจอนาย ตั้งแต่ที่ต้องคอยดูแลพวกมอนสเตอร์จิ๋วพวกนั้น ฉันถึงได้รู้ว่าชีวิตที่แท้จริงมันเป็นยังไง”
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างใหญ่ในเกม ดวงดาวนับพันที่โปรแกรมเมอร์สร้างขึ้นมานั้นดูสวยงามกว่าความเป็นจริงที่เขาเคยเผชิญเป็นไหนๆ
“ฉันมีความสุขที่สุด... ในตอนที่ฉันได้เป็น ‘เรน’ ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ ไม่ใช่ ‘เรน’ คนไร้ตัวตนในโลกข้างนอกนั่น ความสุขนี้มันอาจจะดูน่าสมเพชสำหรับคนอื่น แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีลมหายใจอยู่จริงๆ”
ฟลัฟฟี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับปีกเล็กๆ ของมันขึ้นมาพาดบ่าของเด็กหนุ่ม “นายไม่ได้น่าสมเพชหรอกเรน... มนุษย์น่ะแสวงหาความหมายของชีวิตผ่านสิ่งต่างๆ บางคนหาจากงาน บางคนหาจากอำนาจ แต่สำหรับนาย นายเลือกที่จะมอบหัวใจให้สิ่งมีชีวิตที่ถูกมองว่าเป็นแค่ ‘โปรแกรม’... นั่นต่างหากคือสิ่งที่พิเศษที่สุด”
เรนยิ้มออกมาจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ความอึดอัดที่กดทับอกมาตลอดเริ่มคลายตัวลง เขาตระหนักได้ว่า ต่อให้โลกนี้จะเป็นเพียงข้อมูล แต่มันคือข้อมูลที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้กลับมาเต้นได้อีกครั้ง
“ขอบใจนะฟลัฟฟี่... ที่ยังอยู่ข้างๆ กัน”
“แน่นอนอยู่แล้วเจ้าทาส” ฟลัฟฟี่หัวเราะหึๆ เปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นเจ้าก้อนขนจอมกวนประสาท “แต่ดูเหมือนความซึ้งของเราจะต้องจบลงแค่นี้ เพราะดูสิ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแอบฟังเราอยู่ตรงมุมตึกมานานแล้ว”
เรนชะงัก สายตาตวัดไปยังเงาดำที่พาดผ่านกำแพงหินฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าที่คุ้นเคยของชายที่เรนคิดว่าเขาได้กำจัดทิ้งไปตั้งแต่มิชชั่นที่แล้ว
“ไม่คิดเลยนะว่า นายจะสารภาพความในใจออกมาได้น่าประทับใจขนาดนี้... เรน” เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
เรนลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณในฐานะผู้พิทักษ์ตื่นตัวเต็มที่ มือของเขาคว้าไปที่เข็มขัดเตรียมเรียกมอนสเตอร์ระดับสูงออกมา แต่ทว่า... พลังเวทในตัวเขากลับนิ่งสนิทราวกับถูกล็อกด้วยอาคมบางอย่าง
ร่างนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชูวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางแสงสลัว มันคือ ‘จี้ห้อยคอ’ ของเรนที่เขาทำหายไปเมื่อวาน ซึ่งบัดนี้มันกำลังเรืองแสงสีม่วงน่าสะพรึงกลัว “ความจริงในใจนายมันหวานหอมเกินไป จนฉันต้องขออนุญาตนำมันไป ‘เปลี่ยน’ ให้เป็นความทรมานที่นายจะไม่มีวันลืม... เริ่มจากตรงนี้เลยเป็นไง?”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วนในตอนนี้ด้วยนะคะ!
Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว•ตอนที่ 27
ความจริงในใจเรน
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!