"ถ้านายยังไม่ยอมหยุดกัดสายกระเป๋าเดินทางใบนี้ล่ะก็ ฉันจะเปลี่ยนใจไม่พาไปทวีปหลักจริงๆ ด้วยนะ ฟลัฟฟี่!"
เรนดึงสายสะพายสีซีดของตนกลับมาอย่างยากลำบาก ขณะที่เจ้าก้อนขนสีขาวนวลที่มีเกล็ดมังกรเล็กๆ แวววาวแทรกตัวอยู่ตามลำตัวกำลังใช้ฟันซี่เล็กๆ ขย้ำหัวเข็มขัดโลหะอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตากลมโตสีอเมทิสต์ของมันเหลือบมองเธอแล้วพ่นลมหายใจออกทางจมูกเป็นประกายไฟจางๆ ราวกับจะประชดประชันความลังเลในใจของเธอ
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ... ฉันรู้ว่านายกังวล แต่เราจะอยู่ที่เกาะเริ่มต้นแห่งนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ" เรนทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นทรายหยาบ มือเรียวบางเอื้อมไปลูบหัวที่นุ่มนิ่มของคู่หูตัวจิ๋ว สัมผัสถึงความร้อนระอุใต้ขนหนานั้นที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ในใจของเรนไม่ได้มีเพียงความกลัวต่อโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่มีภาพความทรงจำของชีวิตจริงที่เปรียบเสมือนห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตนของเธอ ความโดดเดี่ยวที่เกาะกินใจมานานปีทำให้การก้าวเท้าออกจาก 'เขตปลอดภัย' กลายเป็นก้าวที่หนักอึ้งที่สุดในชีวิต แต่ทว่า... วินาทีที่ฟลัฟฟี่หยุดกัดกระเป๋าแล้วเงยหน้าขึ้นมาถูไถแก้มของเธออย่างออดอ้อน ความลังเลเหล่านั้นก็พลันสั่นคลอน
"ไปกันเถอะ ไปดูว่าโลกข้างนอกนั้น... จะใจดีกับเราบ้างไหม"
เธอก้าวเท้าขึ้นสู่เรือเดินสมุทรขนาดมหึมาที่จอดเทียบท่า ณ ท่าเรืออาร์เคเดีย เสียงคลื่นกระทบกราบเรือดังสะท้อนก้องในหู ราวกับเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังจะออกผจญภัยจริงๆ เสียที เรนกวาดสายตามองผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เดินสวนไปมา บ้างก็แบกอาวุธหนักอึ้ง บ้างก็เดินจูงสัตว์อสูรที่ดูดุร้ายจนน่ากลัว ต่างจากฟลัฟฟี่ที่ตอนนี้หลบเข้ามาซุกอยู่ในกระเป๋าคาดหน้าอกของเธอเสียมิดชิด เหลือเพียงดวงตาสีอเมทิสต์ที่โผล่ออกมามองสำรวจโลกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของการเดินทางข้ามทวีป สายตาของเรนกลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุมอับของระเบียงเรือ เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูมิดชิดผิดปกติ แม้จะมีลมทะเลพัดกรรโชกแต่ชายผ้าคลุมนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองมาที่เธอ—ไม่สิ... เขาจ้องมองมาที่ 'กระเป๋า' ของเธอด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนเรนรู้สึกขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง
"ฟลัฟฟี่... นายรู้สึกไหม" เธอพึมพำเสียงแผ่ว พลางขยับตัวบังเจ้าตัวเล็กไว้
ฟลัฟฟี่ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไม่ใช่เสียงขู่ของสัตว์ที่กลัว แต่เป็นเสียงคำรามของนักล่าที่พบกับศัตรูระดับสูง
เรนพยายามเดินเลี่ยงไปยังอีกฝั่งของดาดฟ้าเรือ พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุด แต่ไม่ว่าเธอจะหันไปทางไหน เงาร่างในชุดคลุมนั้นก็ยังคงขยับตามในระยะที่พอเหมาะเสมอ เหมือนนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อโดยไม่รีบร้อน
"เอาล่ะ เรามาคุยกันหน่อยดีไหม แม่หนูน้อยผู้ครอบครองสิ่งที่ 'ไม่ควรจะอยู่ที่นี่'"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงขูดของหินกรวดดังขึ้นจากทางด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เรนชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเหมือนถูกราดด้วยน้ำแข็ง มือของเธอกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าคนนั้น ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท เธอเห็นเพียงรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งดูบิดเบี้ยวและไร้ความเมตตา
"คุณ... คุณเป็นใคร และต้องการอะไรจากฉัน?" เรนพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นอายของความตายและพลังเวทที่มืดมิดแผ่ออกมาจากตัวเขาจนผู้เล่นรอบข้างดูเหมือนจะมองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับพวกเขาทั้งสองคนถูกดึงเข้าสู่มิติที่แยกขาดจากโลกภายนอก
"สิ่งที่นายถืออยู่น่ะ... มันไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่มันคือตัวกุญแจที่จะปลุกหายนะที่ถูกผนึกไว้มานับพันปี" เขาเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนังสีดำเข้มเข้ามาใกล้หน้าของเรน ปลายนิ้วสัมผัสอากาศอย่างแผ่วเบา "คิดจริงๆ หรือว่าการหนีไปทวีปหลักจะช่วยให้เจ้าสิ่งนี้รอดพ้นจากมือของพวกเราได้?"
เขาสะบัดมือเบาๆ ส่งพลังเวทสีม่วงอมดำพุ่งเข้าปะทะกับกระเป๋าของเรนโดยตรง ทันใดนั้น ฟลัฟฟี่ที่ซ่อนตัวอยู่ก็พุ่งตัวออกมาจากกระเป๋าด้วยความเร็วที่เหนือสายตามนุษย์ ร่างเล็กๆ ของมันขยายใหญ่ขึ้นชั่วขณะจนกลายเป็นร่างกึ่งมังกรที่น่าเกรงขาม ดวงตาสีอเมทิสต์ลุกโชนไปด้วยประกายไฟสีคราม มันคำรามก้องจนดาดฟ้าเรือสั่นสะเทือน แต่ก่อนที่ฟลัฟฟี่จะได้โจมตีกลับ ชายคนนั้นกลับหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
"นั่นแหละ! พลังที่แท้จริง... ได้เวลาเปิดผนึกประตูแห่งนรกที่แท้จริงเสียที!"
เขากรีดนิ้วลงบนอากาศจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท กลางลำเรือที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย จู่ๆ ก็ปรากฏดวงตาขนาดมหึมานับร้อยดวงลืมขึ้นมองพวกเธอจากรอยแยกนั้น เรนเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตนเองไม่ได้อยู่บนเรือเดินสมุทรอีกต่อไป แต่กำลังลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางมิติที่แตกสลาย และเงาของผู้เล่นนับพันที่ยืนแข็งค้างอยู่บนเรือก็กำลังค่อยๆ สลายกลายเป็นผงธุลี... สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือเธอ และศัตรูที่กำลังเผยใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ด—ใบหน้าที่ดูเหมือนกับเรนราวกับส่องกระจก!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนระทึกของเรนและฟลัฟฟี่มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว•ตอนที่ 10
ก้าวแรกของนักเลี้ยงมอนสเตอร์
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!