"ถ้าเจ้ายังทำหน้าโง่ๆ แบบนั้นอีกวินาทีเดียว ข้าจะกระโดดกัดหูเจ้าจริงๆ ด้วย เรน!"
เสียงกระซิบแหลมเล็กแต่แฝงไปด้วยความเดือดดาลดังขึ้นข้างหูฉัน เรนพยายามกลั้นลมหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด มือที่สั่นเทาของฉันยึดเกาะขอบเหล็กเย็นเฉียบของช่องระบายอากาศไว้แน่น เบื้องล่างคือโถงทางเดินกว้างขวางที่ทอดตัวยาวลึกลงไปใต้ดินของปราสาทร้างไร้ชื่อ ที่ซึ่งความมืดมิดถูกฉีกกระชากด้วยแสงไฟนีออนสีม่วงหม่นจากเครื่องจักรกลแปลกปลอม
ฟลัฟฟี่... หรือจะเรียกสิ่งที่กำลังเกาะไหล่ฉันอยู่ตอนนี้ว่าอะไรดีนะ? ร่างจำลอง? ข้อมูลที่ถูกส่งมา? คำพูดนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ ฉันปรายตามองเจ้าก้อนขนสีขาวที่ตอนนี้ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ได้มีความไร้เดียงสาเหมือนเคย แต่มันกลับฉายแววเย็นชาและคำนวณเหตุผลบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
"ฟลัฟฟี่... ไม่สิ" ฉันพึมพำเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นายบอกว่านายเป็นร่างจำลอง แล้วความทรงจำที่ฉันมีกับนายล่ะ? ทุกครั้งที่เรากินข้าวด้วยกัน ทุกครั้งที่นายหลับบนตักฉัน... นั่นมันคือข้อมูลที่ถูกโปรแกรมไว้หรือไง?"
เจ้ามอนสเตอร์จิ๋วชะงักไปครู่หนึ่ง มันหันมามองฉันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอที่ดูไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักเลยสักนิด "ความทรงจำเหล่านั้นน่ะหรือ? มันก็แค่ข้อมูลที่ถูกป้อนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์เป้าหมาย เพื่อให้แกตายใจยังไงล่ะ เรน"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในอก ฉันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เรากำลังหมอบซุ่มอยู่เหนือหัวของกลุ่มชายชุดคลุมสีเทาหม่นที่กำลังเดินเรียงแถวลงไปยังห้องแล็บเบื้องล่าง พวกเขากำลังลำเลียงกรงขังมอนสเตอร์หายากที่ถูกฉีดสารเคมีบางอย่างจนดวงตาเป็นสีคลั่ง
ฉันไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับรู้มันสมจริงเสียจนฉันแทบอยากจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อพวกมันให้สิ้นเรื่อง แต่สติที่เหลืออยู่บอกให้ฉันนิ่งไว้
"หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้ว" ฉันกระซิบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความกล้า "เรามาที่นี่เพื่อหยุดพวกมัน ไม่ใช่มานั่งทะเลาะกันเรื่องที่ว่านายเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม"
"หึ... ปากดีเหมือนเดิมนะ" ฟลัฟฟี่ขยับตัวไปเกาะที่ขอบช่องระบายอากาศ ดวงตาแดงฉานจ้องมองลงไปยังจุดศูนย์กลางของห้องแล็บ ที่นั่นมีแท่นวางแก้วขนาดใหญ่บรรจุของเหลวหนืดสีดำ และภายในนั้น... มีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่ดูเหมือนฟลัฟฟี่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่เป็นสิบ เป็นร้อยตัวที่ถูกแช่แข็งในแคปซูลเรียงรายเป็นตับ
"เห็นนั่นไหม?" ฟลัฟฟี่กระซิบ เสียงของมันเปลี่ยนไปเป็นความระมัดระวังอย่างเห็นได้ชัด "นั่นคือ 'ฟลัฟฟี่' รุ่นที่หนึ่งถึงเก้าร้อยเก้าสิบเก้า พวกมันทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรอเวลาปลุกพลัง... และข้า ก็คือรุ่นที่หนึ่งพัน ซึ่งเป็นรุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ความหนาวสั่นแล่นปราดไปทั่วสันหลัง นี่ฉันกำลังเดินทางกับ 'อาวุธสังหาร' มาตลอดทางอย่างนั้นเหรอ? ฉันมองเจ้าก้อนขนข้างตัวอีกครั้ง เห็นเพียงแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของมัน ในวินาทีนั้นเอง ความโกรธแค้นก็มลายหายไป เหลือเพียงความสงสารที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด
ถ้ามันถูกสร้างมาเพื่อเป็นเครื่องมือ... แล้วมันเคยได้รับ 'ความรัก' จริงๆ บ้างไหม? หรือมันเป็นเพียงแค่โค้ดคำสั่งที่ถูกสั่งให้เลียนแบบการแสดงออกของมอนสเตอร์?
"ไปต่อกันเถอะ" ฉันตัดสินใจก้าวออกไปจากช่องระบายอากาศอย่างเงียบเชียบที่สุด โดยมีฟลัฟฟี่เกาะไหล่ตามมา เราลัดเลาะไปตามเงาของแท่นเครื่องจักร กลิ่นอายของน้ำมันเครื่องและเลือดจางๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
ขณะที่เรากำลังเข้าใกล้โต๊ะวางเอกสารลับกลางห้อง ชายชุดคลุมคนหนึ่งก็หยุดชะงักลง เขาหมุนตัวกลับมามองทางที่เราซ่อนตัวอยู่ทันที ราวกับมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่เฉียบคม
"มีแขกไม่ได้รับเชิญ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเฉียบ แววตาของเขาที่ลอดออกมาจากใต้ฮู้ดไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่มันเป็นดวงตาสีทองขุ่นมัวเหมือนกับซากศพที่ถูกควบคุมด้วยเวทมนตร์
ฉันรีบดึงฟลัฟฟี่หลบหลังเสาเหล็ก หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก
"หนีเถอะเรน" ฟลัฟฟี่พึมพำ น้ำเสียงของมันดูลังเลผิดปกติ "ถ้าแกถูกจับได้ ข้าจะไม่มีทางปกป้องแกได้อีก... เพราะระบบควบคุมรุ่นที่หนึ่งพันจะบังคับให้ข้า 'กำจัด' แกโดยอัตโนมัติ"
"หมายความว่าไง?" ฉันถามพลางหันไปมองมันด้วยความตระหนก
ฟลัฟฟี่ก้มหน้าลง แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่ใกล้ๆ สะท้อนให้เห็นหยดน้ำบางอย่างที่คลออยู่ในดวงตาของมัน "มันหมายความว่า... ความรักที่ข้ามีให้แกน่ะ มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือบั๊กที่ระบบต้องการจะลบทิ้ง ถ้าข้าอยู่ใกล้แกนานเกินไป ข้าจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารโดยที่ข้าไม่ต้องการ"
ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดคลุมก็ดังขึ้นรอบทิศทาง พวกเขาไม่ได้ล้อมเรา แต่พวกเขากำลัง 'คุกเข่า' ลงกับพื้นเบื้องหน้าแท่นแคปซูลกลางห้อง ทั้งหมดก้มหัวลงต่ำพร้อมกันจนเกิดเสียงดังสนั่น
แล้วจู่ๆ เครื่องแคปซูลหมายเลขหนึ่งพันหนึ่งที่ว่างเปล่าก็เริ่มเปิดออก ไอเย็นเยือกพุ่งกระจายไปทั่วห้องจนพื้นกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวออกมาจากแคปซูลนั้น เธอมีใบหน้าเหมือนฉัน... เรน... ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เรน... รุ่นที่ศูนย์" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับนางฟ้า ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาที่กลวงโบ๋ไร้ลูกนัยน์ตา
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บจนฉันแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ฟลัฟฟี่สั่นสะท้านอยู่บนไหล่ของฉันอย่างหนัก ในขณะที่ร่างหญิงสาวตรงหน้าค่อยๆ ก้าวเดินตรงมาหาฉันพร้อมกับมีดสั้นที่เรืองแสงสีม่วงน่าสะพรึงกลัว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน" มาตลอดนะคะ แล้วเรามาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว•ตอนที่ 15
ห้องแล็บใต้ดิน
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Monster Tamer Online: ป่วนภารกิจพิชิตใจเจ้ามอนสเตอร์จิ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!